eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)ชีวิตฟาร์มในเมืองเงียบๆ ชีวิตลูกชายสุดที่รัก ชีวิตปอเชตติโน
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ชีวิตฟาร์มในเมืองเงียบๆ ชีวิตลูกชายสุดที่รัก ชีวิตปอเชตติโน  (อ่าน 503 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1970

$90879.75 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 36

ประสปการณ์ level นี้: 9%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: สิงหาคม 22, 2017, 03:58:56 PM »

## ชีวิตฟาร์มในเมืองเงียบๆ หล่อหลอมปอเชตติโนออกมาได้ยังไง
โดย คุณพ่อคุณแม่ของพี่พอช ##







มาอ่านอะไรน่ารักๆ เบาสมองกันดีกว่า ☺

บทความเล่าเรื่องราวของพี่พอช โดยคุณพ่อคุณแม่  ☺



Part 1


ขับรถออกมา 4 ชั่วโมงจากทางตะวันตกของเมือง Buenos Aires คุณจะพบกับเมืองเงียบๆเล็กๆที่ชื่อ Murphy ที่ตั้งอยู่ในเขต Santa Fe บ้านแต่ละหลังเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ ถนนแต่ละเส้นมีร้านขายของอยู่สองสามร้าน และบาร์เหงาๆหนึ่งบาร์

มันน่าประหลาดใจมากที่เมืองแห่งนี้ผลิตนักฟุตบอลอาชีพขึ้นมาได้ จากจำนวนประชากรเพียง 4,000 คน

โค้ชที่ Union y Cultura สโมสรฟุตบอลของเมืองนี้ สามารถไล่รายชื่อนักฟุตบอลได้ถึง 24 คน ที่เคยค้าแข้งในยุโรป ซึ่งเขาบอกกับผู้เขียนอย่างภูมิใจว่า เมืองนี้ทำได้มากกว่าหลายๆเมืองในละแวกนี้เสียอีก  แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่โด่งดัง และเป็นความภาคภูมิใจที่สุดคือใคร




มัวริซิโอ ปอเชตติโน เกิดที่ Murphy ในปี 1972 เขาอาศัยอยู่ที่นั่น จนอายุ 14 ปี เมื่อเขาเซ็นสัญญากับ Newell’s Old Boys หลังจากนั้นปอเชตติโนได้ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินา 20 ครั้ง และได้เป็นกัปตันให้ทั้ง PSG และ Espanyol แต่ที่ๆเขาสร้างชื่อเสียงที่สุดก็หนีไม่พ้น การที่เขาก้าวเข้ามาเป็นผจกทีมท็อตแน่ม ในสองซีซั่นหลังสุดที่ผ่านมา สเปอร์สเก็บแต้มรวมกันได้มากที่สุด ยิงประตูรวมได้มากที่สุด และเสียประตูรวมน้อยที่สุด ในทุกๆทีมใน PL

ความสำเร็จของท็อตแน่ม ไม่ได้มาจากการใช้เงินอย่างบ้าคลั่ง เหมือนคู่แข่งส่วนใหญ่ของพวกเขา แต่มาจากปอเชตติโน และสิ่งที่เขาเรียนรู้ขณะโตขึ้นมาที่เมืองเล็กๆที่ชื่อ Murphy

พ่อแม่ของปอเชตติโน – Hector และ Amalia – ยังคงอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆนี้ และพวกเขาก็ต้อนรับผู้เขียนอย่างอบอุ่นในบ้านของพวกเขา Amailia ทำ'มาเต'ซึ่งเป็นชาพื้นเมืองดั้งเดิมมาให้ ก่อนจะไปหารูปภาพเก่าๆของอาชีพของปอเชตติโนมาให้ ฝั่ง Hector นั้น ดูหน้านิ่งๆในช่วงแรก แต่เมื่อเขาเริ่มคุยถึงความสำเร็จของลูกชายเขา ก็ดูออกไม่ยากเลย ว่าเขาภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มากๆ




“สโมสรฟุตบอลทำให้คุณเป็นผู้เล่นที่เก่ง แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรมที่ไม่ดี มันก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น” Hector กล่าว “ตอนที่ผมไปที่บาร์เซโลนา (พี่พอชอยู่ที่เอสปันญอล) ผมบอกคนอื่นๆว่าลูกชายผมคือใคร และพวกเขาก็พูดเหมือนกันว่า เขาเป็นคนดีมาก นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม”
ครอบครัวปอเชตติโนย้ายมาที่อาร์เจนตินา จากอิตาลีในปี 1854 หลายรุ่นต่อมา พวกเขาก็ตัดสินใจอยู่ทำฟาร์มที่เมือง Murphy ซึ่งเมืองนี้ค้นพบและก่อตั้งโดยผู้อพยพจากเชื้อสายไอริช John James Murphy และคุณทวดของพี่พอชมีอาชีพเป็นนายอำเภอของเมือง Murphy อีกด้วย

ครอบครัวของเขายังคงทำฟาร์มอยู่ ขณะที่พี่พอชกำลังโต ชีวิตพวกเขานั้นช่างเรียบง่าย ไม่มีโทรศัพท์จะใช้ด้วยซ้ำ เวลาพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากฟาร์มข้างๆ พวกเขาจะวิ่งไปชักธงขึ้นเสา “ชีวิตในเมืองนี้มันเรียบง่าย” Hector เล่า “ไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ทุกคนที่นี่ก็เลยเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน พวกเราต่างก็ดูแลกันและกัน”

พี่พอช และพี่น้องของเขา ต่างก็มาช่วยเหลืองานในฟาร์ม “ถ้าพวกเขาไม่อยู่ที่โรงเรียน พวกเขาก็จะมาช่วยงานในฟาร์ม” Hector บอก “มันก็ไม่เชิงอาชีพสำหรับพวกเขาหรอก เหมือนเป็นกิจกรรมยามว่างมากกว่า มัวริซิโอใช้รถแทรคเตอร์เมื่อเขาอายุ 12-13 ปี เพราะพอเขาเห็นเราใช้ เขาก็อยากจะขับบ้าง เขาอยากรู้รายละเอียดทุกอย่างเลย”

แต่ฟุตบอลก็กลายมาเป็นความหมกมุ่นของพี่พอชแทนที่รถแทรคเตอร์อย่างรวดเร็ว ความทรงจำฟุตบอลครั้งแรกของพี่พอชก็คือ การได้ดูทีมชาติอาร์เจนตินาชนะฟุตบอลโลกในปี 1978 ในทีวีขาวดำ ที่ได้ไฟจากแบตรถแทรคเตอร์ ตั้งแต่เขาอายุ 7 ขวบ เขาก็เล่นฟุตบอลกับพี่น้องของเขาเสมอ เมื่อมีโอกาส




พี่พอชเคยสัมภาษณ์ไว้เมื่อปีที่แล้วว่า “ลูกฟุตบอลคือของเล่นอย่างเดียวของผม ในหัวผมก็มีแต่ เล่นบอล เล่นบอล เล่นบอล” Amalia ชี้ไปที่ประตูกระจกในสวนที่ถูกเปลี่ยนบ่อยๆ “กระทั่งเวลาเล่นกับพี่น้อง เขาก็เกลียดความพ่ายแพ้” Hector เล่า “เราจะเล่นฟุตบอลกันในชนบท ตอนบ่ายๆ และมันก็เป็นความทรงจำที่พิเศษมากๆ เราเล่นเป็นแมตช์เลย ระหว่างที่ภรรยาของผมเตรียมข้าวเย็น จากนั้นเราก็ทานข้าวเย็น อาบน้ำ แล้วก็นอน”

ไม่นาน พี่พอชก็ได้เล่นที่ Union y Cultura ภายใต้โค้ช Ceferino Cossio ที่เป็นเสมือนผู้นำทางด้านฟุตบอล Hector เล่าว่า “เขาจะเอาลูกฟุตบอลใส่ตะกร้าหน้าจักรยาน แล้วเด็กๆก็จะเดินตามเขาไปที่สโมสร” โค้ช Cossio เสียชีวิตไปเมื่อสามปีที่แล้ว เขามีความเชื่อที่เป็นแกนหลักอยู่ที่ Union นั่นก็คือ “ผลิตคนที่ดี และเล่นฟุตบอลที่สวยงาม” ปรัชญานั้นยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

Amalia ชี้ให้ดูรูปทีม สมัยพี่พอชอายุ 13 ปี ซึ่งเขาก็ตัวโตกว่าใครเพื่อนเลย ภายในปีเดียว เขาก็ขึ้นไปเล่นกับพี่ชายของเขา Javier ในลีกภูมิภาค ที่เขาต้องแข่งกับคนที่โตแล้ว สโมสรใหญ่ๆในอาร์เจนตินาเริ่มหันมาสนใจในตัวเขา Rosario Central เป็นตัวเต็งที่จะเซ็นสัญญา ก่อนที่คืนหนึ่ง ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ก็มีคนมาเคาะประตูบ้านปอเชตติโน Jorge Griffa และ Marcele Bielsa สองโค้ชอคาเดมีของ Newell’s เดินทางข้ามคืนมา เมื่อได้ยินข่าวกองหลังคนนี้






Part 2


สโมสรใหญ่ๆในอาร์เจนตินาเริ่มหันมาสนใจในตัวพี่พอช Rosario Central เป็นตัวเต็งที่จะเซ็นสัญญา ก่อนที่คืนหนึ่ง ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ก็มีคนมาเคาะประตูบ้านปอเชตติโน Jorge Griffa และ Marcele Bielsa สองโค้ชอคาเดมีของ Newell’s เดินทางข้ามคืนมา เมื่อได้ยินข่าวกองหลังคนนี้

เพราะพี่พอชหลับไปก่อนแล้ว พวกเขาจึงแอบเข้าไปที่ห้องนอน ที่ซึ่ง Bielsa อ้างว่า “นั่นคือขาของนักฟุตบอล” มันฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่พ่อแม่ของพี่พอชยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงแท้แน่นอน




พี่พอชเซ็นกับ Newell’s ตามที่คาดไว้ และปฏิเสธที่จะย้ายไปที่ Rosario “คนติดต่อจาก Rosario Central โกรธผมมากเลย” Hector เล่า “พวกเขาไม่คุยกับผมแล้ว กระทั่งตอนนี้”

Hector อธิบายว่า Griffa และ Bielsa เป็นเหมือนครอบครัวที่สองของปอเชตติโน แต่ว่าอคาเดมีของ Newell’s ไม่ได้อบอุ่น หรือมีเงินลงทุนเยอะอย่างที่ PL ทำได้ พี่พอชเล่าถึงความหนาว และความเหงาที่เขาต้องเผชิญทุกๆคืน

และมันก็ยากยิ่งกว่าสำหรับพ่อแม่ ที่ไม่มีกระทั่งโทรศัพท์ให้ติดต่อ พวกเขาต้องเดินทางด้วยรถบัสไปกลับเที่ยวละ 4 ชั่วโมง เพื่อจะไปคุยกับพี่พอช “เราเจ็บปวดมาก ทั้งคุณแม่ และตัวผม” Hector เผย “พ่อของนักบอลเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าลูกชายของพวกเขาอีก”

ด้วยวัยเพียง 16 ปี พี่พอชได้กลายมาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เซ็นสัญญาอาชีพกับ Newell’s และเขาก็ขึ้นไปเป็นตัวจริงอย่างรวดเร็ว ตอนแรกเขาเล่นเป็นมิดฟิลด์ ก่อนจะขยับลงไปเป็นเซนเตอร์แบ็ค ซึ่งกลายมาเป็นตำแหน่งของเขาตลอดอาชีพการค้าแข้ง

พี่พอชเป็นส่วนหนึ่งของวัยรุ่นหลายๆคนที่ได้ขึ้นไปเล่นตัวจริงจากผลงานของ Bielsa ที่ตอนนั้นขยับเป็นผจกทีมแล้ว Newell’s ได้แชมป์ลีกอาร์เจนตินาในปี 1991 และพ่ายในรอบชิงชนะเลิศของศึก Copa Libertadores ในซีซั่นต่อมา




มันไม่ยากที่จะสังเกตเห็นความเหมือนกันกับทีมท็อตแน่มทีมนี้ “บางทีผมก็เห็นตัวเองในผู้เล่นเด็กๆทุกคน เพราะในช่วงเวลาของผม ผจกทีม และโค้ชมีความเชื่อมั่นในตัวเด็กๆเสมอ” คือคำสัมภาษณ์จากปากพี่พอชเมื่อเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่เหมือนกับ Bielsa ที่ใช้ High-tempo, high-pressing tactic ซึ่งต้องใช้ระดับความฟิตที่สูงมากๆจากนักเตะทุกคน อะไรที่น้อยกว่าความทุ่มเทอย่างสุดความสามารถคือสิ่งที่รับไม่ได้

“เล่นกับ Bielsa ก็เหมือนไปโรงเรียน” Hector เล่า “พวกเขาต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันจันทร์ เพื่อศึกษาคู่ต่อสู้ในวันอาทิตย์ ระหว่างสัปดาห์ก็ต้องมีการนำเสนอผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่เป็นคู่ต่อสู้ในตำแหน่งตัวเอง ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และลักษณะเฉพาะตัว”

นิสัยที่ชอบศึกษาก็ติดตัวพี่พอชมา พี่พอชเรียนปริญญาโท Business management หลังจากแขวนสตั๊ดไปในปี 2006 และเริ่มคุมทีมฟุตบอลหญิงของ Espanyol ไปพร้อมๆกับการเก็บ Coaching badge

ความขยันในการทำงานของเขาก็ยังคงอยู่ เขามักจะมาถึงสนามซ้อมของท็อตแน่มตั้งแต่ 7 โมงเช้า กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืดดึกดื่น แล้วก็นั่งดูเกมฟุตบอลในทีวีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคู่ไหนก็ตาม

“เขาเป็นคนที่จริงจัง” Hector เล่าต่อ “เขาไม่มีปัญหากับงานหนักๆ และเขาก็ต้องการอย่างเดียวกันจากผู้คนรอบๆตัวเขา” เมื่อเขาเข้ามาเป็นผจกทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ในเดือนมกราคม 2013 หลังจากคุมทีม Espanyol มา 4 ซีซั่น เขาก็ยืนยันที่จะทำการซ้อม 3 training session ซึ่งทำให้มิดฟิลด์ Jack Cork เอ่ยคำพูดอมตะที่ว่า คุณต้องมี “หัวใจสองดวง” เพื่อจะเล่นให้พี่พอช




มันมีความเด็ดขาดที่เขาแสดงให้เห็นด้วย ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดีให้เขาเห็น อย่างเช่น อันดรอส ทาวเซ่น ก็ออกจากทีมไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มอบความเชื่อ และแรงสนับสนุนที่แรงกล้าให้กับคนที่ทำตามวิธีของเขา ทั้งเดลี อัลลี, แฮร์รี่ เคน, เอริก ดายเออร์ และแดนนี่ โรส ที่ขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษจนได้

“ความจงรักภักดี คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขาหาในคนอื่นๆรอบๆตัวเขา” Hector กล่าว “พื้นฐานเลยคือต้องเป็นคนดี มันมีความหมายกับเขามากๆ เขาใช้ชีวิตแบบนั้นมาเสมอ เมื่อเขาเห็นคุณเป็นเหมือนคนในครอบครัว เขาก็คาดหวังสิ่งเดียวกันจากคุณ”

ทั้ง Hector และ Amalia เล่าถึงการย้ายไป PL เมื่อเซาธ์แฮมป์ตันกำลังหนีโซนตกชั้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาตอนนั้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง “เราถามตัวเอง ว่าเขาจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนที่นั่น” Hector เล่า

คำตอบก็คืออันดับ 14 อันดับ 8 ภายในหนึ่งซีซั่นครึ่งที่เซาธ์แฮมป์ตัน ตามด้วยอันดับ 5 อันดับ 3 และอันดับ 2 ที่ท็อตแน่ม...

“เขาต้องเจออุปสรรคในรูปแบบต่างๆมากมาย แต่เขาก็หาทางก้าวผ่านมันมาได้เสมอ” Amalia บอก

พี่พอชไม่เหมือนคู่แข่งของเขาคนอื่น เขาไม่ได้สนใจความโด่งดัง เขาไม่มีเอเยนต์ และนานๆจะให้สัมภาษณ์ทีนึง สำหรับหลายๆคนเขาดูเป็นคนที่ปิดตัวเองเลยทีเดียว แต่คนที่ได้รู้จักเขาก็จะบอกว่า ความเชื่อ และปรัชญาของเขา ที่ได้รับการหล่อหลอมมาจากการโตที่ฟาร์ม ในเมืองเล็กๆของ Santa Fe ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง




“มันมีเรื่องของเงิน และความกดดันเข้ามาในฟุตบอล แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนไปเลย” Hector บอก “เขายังเป็นคนเดิม ยังคงอยากจะชนะทุกเกมที่เขาเล่น ไม่ใช่เพราะเงิน แต่เพราะว่าเขาเป็นคนแบบนั้น”

“มันคือบุคลิกของเขา และเส้นทางชีวิตที่เขาเลือก เช่นเดียวกับผมที่อยู่ที่ฟาร์มนี้ เราเป็นครอบครัวที่มีความรับผิดชอบ สิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดี ล้วนเกิดขึ้นได้... ในช่วงชีวิต คุณย่อมมีขึ้น มีลง แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องจัดการกับมันอย่างใจเย็น”

“ถ้าผมไม่ได้ทำงานฟาร์ม – สมมติผมไปเป็นช่างไม้ – ผมก็จะยังใช้ชีวิตแบบเดิม แล้วก็มีปรัชญาแบบเดิมที่พร้อมมอบให้ลูกๆของผม”



แหล่งที่มา: Telegraph





http://www.telegraph.co.uk/football/2017/08/18/exclusive-report-farm-life-quiet-town-made-mauricio-pochettino/


#SpursThailand #สเปอร์ส #ไก่เดือยทอง #Article #Pochettino #บทความ #ปอเชตติโน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2017, 05:21:21 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: