eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)เดเล่ ผมพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปกับทีมชาติอังกฤษ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เดเล่ ผมพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปกับทีมชาติอังกฤษ  (อ่าน 192 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1944

$88053.25 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 35

ประสปการณ์ level นี้: 85%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2017, 07:12:55 PM »

## ผมพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปกับทีมชาติอังกฤษ ##

สัมภาษณ์ยาวๆน่ารักๆจาก เดลี อัลลี อยากให้อ่านกัน ^_^ แล้วเราจะรู้จัก และรักเด็กคนนี้มากขึ้นไปอีก




เดลีเล่าถึงช่วงเวลาที่แย่มาก นั่นก็คือตอนพวกเขาตกรอบฟุตบอล Euro ปีที่แล้ว เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่หลายๆคนออกมาพูดวิจารณ์พี่พอชว่า ต่อให้เก่ง หรือมีพรสวรรค์แค่ไหน ก็ควรได้รับการคุยอบรมเรื่องควบคุมอารณ์บ้าง!

แต่อย่างที่เราทราบกันดี พี่พอชหาได้แคร์ไม่ 😂 เขารู้จักเด็กคนนี้ดี เขารู้ว่าสิ่งที่เดลีต้องการคือการได้กลับไปลงเล่นอีกครั้ง และรู้ว่าการลงโทษหรือเรียกไปคุยใดๆจะไม่ส่งผลดีอะไรกับเขา... แน่นอนว่าพี่พอชคือฝ่ายที่ถูกต้อง(อีกครั้ง)

อาชีพค้าแข้ง และฟอร์มของเขาได้รับการยกระดับไปอีกขั้น พร้อมกับทีมของเขา ในซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยผลงาน - 18 ประตู ใน 37 เกม - ช่วยให้เราคว้าอันดับ 2 มาได้ และได้รับการนับถือว่าเป็นคู่แข่งลุ้นแชมป์ที่สมศักดิ์ศรี

การได้คุยกับเขาเป็นเวลาเพียง 20 นาที คุณจะเข้าใจได้เลยว่าทำไมพี่พอชถึงมีความเชื่อใจในตัวเด็กคนนี้

ยิ่งพอมานั่งย้อนนึกไป มันเป็นเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น หลังจากที่เขาย้ายมาที่ท็อตแน่มจาก MK Dons ในลีกวัน จนขึ้นมาติดทีมชาติ ถึงทุกวันนี้

"ผมเคยได้ยินคำที่เขาพูดกันบ่อยๆประมาณว่า - มันไม่น่าเชื่อจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องเชื่อ"

"สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้ มันคือโมเม้นแบบนั้นเลย ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกความคิดในหัวว่า 'เราทุ่มเทอย่างหนักมานานขนาดนี้ แล้วเราก็ตัดสินใจของเราเอง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเชื่อแล้วแหละ!'"


เดลี อัลลี เล่าถึงเมื่อเริ่มต้นซีซั่นที่ผ่านมา

"ช่วงเริ่มต้นผมเครื่องติดช้าหน่อย... หลังจากชนะรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมในปีก่อนหน้า ผมคิดว่าคู่ต่อสู้ก็เริ่มรู้จักผมมากขึ้น ผมเลยต้องเปลี่ยนการเล่นของผมนิดหน่อย แต่ในฐานะทีมแล้ว เราจบซีซั่นได้อย่างแข็งแกร่งเลย"

"เราผิดหวังที่คว้าแชมป์ลีกมาไม่ได้ แต่เราพัฒนาขึ้นมาจากซีซั่นก่อนหน้าแน่นอน และมันก็ดีที่เราคว้าที่สองมาได้ สิ่งสำคัญคือเราเอาความมั่นใจซึ่งกันและกันกลับออกมาได้ มันเกิดขึ้นเร็วมาก และเมื่อเราเจอฟอร์มของเรา เราก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมยาวๆเลย"


ตัวอัลลีเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยเฉพาะในเกมที่ท็อตแน่มชนะแชมป์อย่างเชลซี 2-0 ซึ่งเขาเป็นคนทำทั้งสองประตูในเกมนั้น - เกมที่เขาเกือบจะเหมือนสไตรเกอร์มากกว่าเพลย์เมคเกอร์ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้แค่ดูเหมือนเท่านั้น แต่เขาเคยเป็นจริงๆ และสัญชาตญาณบางอย่างอาจจะยังคงอยู่ก็ได้

"ตอนที่ผมเด็กมากๆ สมัยเล่นในระดับเยาวชน ผมเคยเล่นเป็นสไตรเกอร์... ผมนั่งสำรองบ่อยมาก ตอนผมเล่น U13 แล้วผจกทีมก็ดึงผมมา ให้ผมไปยืนอยู่หน้ากองหลังแทน ตั้งแต่นั้นมาผมก็สนุกกับการเล่นตำแหน่งนั้น ได้หยุดเกมของคู่ต่อสู้ ได้ตั้งเกมรุก โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องยิงประตูมากเท่าไหร่"

"แต่พอผมขึ้นมาเล่นทีมตัวจริง ผจกทีมก็เริ่มขยับผมไปแดนหน้าอีกนิด ซึ่งมันช่วยให้ผมเริ่มเข้าใจเกมรุกอีกครั้ง เรียนรู้การขยับตำแหน่งของสไตรเกอร์ ผมอยู่ตำแหน่งประมาณเบอร์ 8 แล้วพอผมได้โอกาสเล่นกับท็อตแน่ม ผมก็ยินดีที่จะเล่นทุกๆตำแหน่งเลย... มันก็รู้สึกแปลกๆนะในช่วงแรกๆที่ผมต้องขึ้นไปยืนแดนหน้าใน PL แต่ผจกทีม(พี่พอช)ช่วยผมมากๆให้ผมได้ทำความเข้าใจกับมัน จนผมสนุกไปกับมัน ใครจะรู้ว่าผมจะไปจบที่ตำแหน่งไหน"





บางคนอาจจะแปลกใจที่อัลลีไม่ใช่หนึ่งในพวกเด็กมหัศจรรรย์ของทีม ตรงกันข้าม เขาโดนจับนั่งสำรองบ่อยด้วยซ้ำ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจเลย ที่เป็นแบบนั้นก็เพื่อตัวของเขาเอง โดยอัลลียกเครดิตให้อดีตโค้ชคนหนึ่งของเขา Dan Micciche ที่มีส่วนสำคัญมากๆกับพัฒนาการของเขาสมัยก่อน

"เขาช่วยผมมากๆ ตอนผมเด็กๆ เพราะสมัยนั้นผมไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแรงเท่ากับคนอื่นที่อายุเท่าๆกัน เขาบอกว่าเขาทำลงไปเพราะว่าเขาไม่อยากให้ผมเป็นกังวลกับการใช้ร่างกายปะทะ และผมจะได้โฟกัสเฉพาะจุดแข็งของผมเอง ซึ่งสมัยนั้นก็คือการครองบอล และการผ่านบอล เขาช่วยผมอย่างมากเลย"

อัลลีบอกว่านักฟุตบอลคนสำคัญที่เขามองเป็นแบบอย่างก็คือสตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ด้วยพื้นจาก MK Dons และการเติบโตที่ท็อตแน่ม เหมือนจะทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลสไตล์ใหม่ของเขาเอง

อัลลีคือหนึ่งในคนขึ้นมาสู่ตัวจริงทีมชาติได้โดยใช้เส้นทางของลีกล่าง ไม่ใช่ทีมเยาวชนระดับท็อป ซึ่งก็อาจจะมองได้ว่า มันทำให้เขาได้เฉิดฉายจากการลงเล่นตัวจริง ต่างจากเหล่าทีมเยาวชนอายุเท่าๆกันที่จะยังไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไหร่ในช่วงอายุนั้น

"สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้อยากจะรีบอะไรเลย" อัลลีอธิบาย

"ผมยังเด็กมากๆตอนนั้น ผมรู้ว่าผมยังเหลือเวลาให้พัฒนาอยู่อีก ผมรู้สึกว่าเพื่อการพัฒนาของผมแล้ว ผมมีโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่จะได้ขึ้นไปเป็นตัวจริง โชคดีที่ผมทำได้ ผมคว้าโอกาสไว้ และเริ่มได้ลงเล่นมากขึ้น ผมเรียนรู้อะไรเยอะมากจากการที่ได้ลงเล่นลีกวัน ตั้งแต่อายุน้อยๆ"

"คุณได้เห็นสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมายในลีก มันมีการเข้าปะทะที่รุนแรง และอะไรอีกเล็กๆน้อยๆที่คุณคงหลบไม่พ้นใน PL แต่อย่างที่ผมเคยบอกแหละ ว่าผมต้องดูแลตัวเองบ่อยเหมือนกันในโลกฟุตบอล"

"มันมีเส้นทางที่หลากหลายสำหรับคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นมันไม่มีทางที่ถูกหรือผิดหรอก... เมื่อคุณถูกผลักเข้าไปสู่ที่ๆแย่ที่สุดแล้ว คุณย่อมเรียนรู้ที่จะคว้าโอกาสไว้ ผมต้องขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมเลย"


อัลลีเคยเป็นนักวิ่งระยะยาวของโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งเขาก็คิดว่าความอึด และความฟิตของเขา มันช่วยได้มากเลยสำหรับเกมในยุคปัจจุบันนี้ - "เมื่อถึงช่วงท้ายๆเกมแล้ว คุณจะยังอยากที่จะครองเกมเหนือคู่ต่อสู้" - อีกสิ่งหนึ่งที่ยังติดตัวเขามาก็คือ ความเลือดร้อนดุดันของเขา ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่โค้ช Micciche พยายามฝึกเขา แต่มันเป็นสิ่งที่อัลลีบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่สูญเสียมันไป แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่เขารู้สึกผิดบ้างก็ตามที

"ตอนผมเด็กๆ ผมเคยชินกับการโดนแท็คเกิล อะไรพวกนั้น และถ้าโค้ช Micciche เห็นผมหัวร้อนเมื่อไหร่ เขาจะดึงผมออกมาจากสนามทันที แล้วก็ให้ผมไปนั่งที่ sin bin... มันคือสิ่งที่อยู่ในเกมของผมตลอด และก็อย่างที่ผมบอกเสมอแหละว่าผมไม่คิดที่จะเปลี่ยนมัน"

"บางทีถ้าผมไม่มีสิ่งนี้ ผมอาจจะไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ก็ได้ คุณไม่อยากจะให้ผู้เล่นคนอื่นๆคิดว่าเขาจะทำอะไรกับคุณได้ง่ายๆหรอก... สิ่งสำคัญคือคุณต้องไม่ยอมเขา"


แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยข้ามเส้นมาก่อน

"มันมีครั้งที่ผมรู้สึกผิดอยู่แล้ว อย่างเช่นเกมเวสต์บรอม" อัลลีพูดถึงเกมที่เขาเล่นนอกเกมใส่ Claudio Yacob จนโดนแบน 3 แมตช์

"หลังจากเกมนั้น ผมก็รู้สึกผิดทันที มันคือโมเม้นที่ผมเรียนรู้แล้ว และผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก"

"แต่อย่างในเกมยูโรป้าลีก (เกนท์) ผมรู้ว่ามันดูแย่ มันเป็นแท็คเกิลที่แย่ แต่ผมรู้ตัวเองดีตอนนั้น ผมไม่มีวันที่จะตั้งใจทำร้ายใครอยู่แล้ว มันเป็นแค่การแท็คเกิลที่แย่อันหนึ่ง อย่างที่ผมบอก ผมขอโทษเขาทันทีหลังจบเกม มันคือความผิดพลาด"

"ผมรู้ว่าแต่ละคนก็มีความเห็นที่ต่างกันไป แต่เนี่ยแหละนักฟุตบอลในแบบของผม และมันก็เป็นเกมของผมตั้งแต่ผมเด็กๆแล้ว ผมจะไม่เปลี่ยนมัน พูดตรงๆเลย"





แต่สิ่งหนึ่งที่เขาอยากจะเปลี่ยนก็คือสถิติในทีมชาติอังกฤษเนี่ยแหละ เขาคือหนึ่งในหลายๆคนที่อยากเปลี่ยนความรู้สึกแย่ๆจากเกมที่พ่ายไอซ์แลนด์มาเป็นความรู้สึกดีๆกับทีมชาติอังกฤษยุคใหม่นี้

"เราทุ่มเทกันเยอะมากในแคมป์เก็บตัว เราคุยถึงมัน(เกมที่พ่ายไอซ์แลนด์ตกรอบ)กัน และผมคิดว่ากาเรธ(เซาธ์เกต)เองก็รู้ ว่ามันยากแค่ไหนที่เราต้องพูดถึงมัน มันคือจุดตกต่ำของอาชีพค้าแข้งของพวกเราเลย แต่มันคือสิ่งสำคัญแหละ ที่เราจะต้องผ่านจุดตกต่ำแบบนั้นเพื่อพัฒนาทีมของพวกเรา เขาได้อธิบายในจุดนี้ให้พวกเราฟัง มันคือหนึ่งในโมเม้นที่พวกเรายังช็อคกันอยู่ ในฐานะทีมเราอาจจะยังไม่ได้นึกถึงการกลับมาจากความผิดหวังในวันนั้นด้วยซ้ำ ไม่รู้ถึงการรับมือกับสถานการณ์แบบนั้น ซึ่งมันคือสิ่งที่เราต้องฝึกไปด้วยกันในฐานะทีม และหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก"

"ผมไม่อยากกระทั่งพูด หรือคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ จนกาเรธเข้ามา"

"มันยังทำให้ผมใจเต้นได้ตลอด รู้สึกจุกในลำคอทุกครั้งที่พูดถึง ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่ามันสำคัญในฐานะทีมนะ ที่เวลาเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น... คุณจะต้องผ่านมันไปด้วยกัน ดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนั้น เราทำอะไรผิดตรงไหน"

"มันมีหนทางให้เลือกมากมายในวงการฟุตบอลที่จะประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือเมื่อคุณมีโอกาสที่จะพัฒนาในฐานะทีมแล้ว คุณต้องคว้ามันไว้ ถึงแม้มันจะแปลว่าคุณต้องผ่านอะไรแย่ๆแบบนั้นก็ตาม"


ที่แน่ๆคงไม่มีใครสงสัยในตัวอัลลี ว่าเขาสามารถผ่านมันไปได้อีกครั้งแน่นอน



cr: https://www.facebook.com/SpursThailandFanclub/posts/1450996238276580:0



แหล่งที่มา: Independent, Guardian

#SpursThailand #สเปอร์ส #Dele #Interview #เดลี #สัมภาษณ์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2017, 07:34:41 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: