eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)วิเคราะห์หลังเกมพาเลซ : เมื่อการขยับเซ่นคือคำตอบ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์หลังเกมพาเลซ : เมื่อการขยับเซ่นคือคำตอบ  (อ่าน 212 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1936

$87284.25 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 35

ประสปการณ์ level นี้: 78%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 01:48:52 PM »

Palace Tactics

## เมื่อการขยับตำแหน่งของเอริคเซ่นคือคำตอบ ## 



พี่พอชอาจจะไม่ใช่คนที่ชอบเสี่ยงมากนัก แต่วันนี้เขาสลับไพ่ในมือหลายใบทีเดียวจนคว้าชัยชนะที่ต้องการมาได้ การขยับตำแหน่งของ คริสเตียน เอริคเซ่น ตัวเก่งในเกมรุกของเรา ลงมายืนข้างมิดฟิลด์ตัวรับ ดูจะเป็นการตัดสินใจสำคัญที่ทำให้เราคว้าชัยชนะมาได้ เมื่อเขาสามารถยิงประตูสำคัญ และทำให้เราคว้าสามแต้มมาได้สำเร็จ แซม อัลลาร์ไดซ์ เองก็เสี่ยงดวงเช่นกัน เขาตัดสินใจให้ซาฮาย้ายฝั่งจากข้างปกติของเขา เพื่อจะได้โจมตีฝั่งเดวิส แทนที่จะเจอกับวอล์คเกอร์ ที่ตามความเร็วของเขาทัน




>> ความเหนียวแน่นของคริสตัล พาเลซ

ครึ่งแรกเป็นการต่อสู้ที่สูสีกันของแท็คติกจากทั้งสองฝ่าย เมื่อไม่ได้ครองบอล พาเลซมาเพรสถูกเวลาเสมอ และสามารถถอยกลับไปตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น และรวดเร็ว ซาฮา และทาวเซ่นต้องทำงานหนักทีเดียว ผู้เล่นริมเส้นทั้งสองคนของพาเลซ ไม่ได้แค่เพรสสูง และหยุดพวกเราไม่ให้เล่นริมเส้นเท่านั้น แต่พวกเขาลงมาช่วยตั้งรับอีกด้วย ผลของมันทำให้พาเลซสามารถรักษาความแคบของแบ็คทั้งสี่ของพวกเขาไว้ได้ ส่งผลให้พื้นที่ตรงกลางเหลือน้อยมาก ทำให้ให้คริสเตียน เอริคเซ่น, เดลี อัลลี และแฮร์รี่ เคน เหลือพื้นที่เพียงน้อยนิด




ด้านหน้าแบ็คทั้งสี่ของพาเลซ อัลลาร์ไดซ์ใช้มิดฟิลด์อีกสามคนคอยสกรีน ทั้งสามคนแทรกอยู่ที่ช่องว่างระหว่างแนว และกุญแจของพวกเขาก็คือเจมส์ แม็คอาเธอร์ ด้วยความสามารถรอบด้านของเขาทำให้เขาสามารถยึดครอง และอุดเส้นทางที่เดลี อัลลี ชอบวิ่งผ่านไปได้ ซึ่งนับเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งเลยของเกม




>> ความสำคัญของเอริก ดายเออร์

กุญแจสำคัญชิ้นหนึ่งเลยของสเปอร์สก็คือเอริก ดายเออร์ ตอนเริ่มเกมเขาเริ่มที่แนวรับ แต่เมื่อเกมผ่านไป พี่พอชปรับแผนไปเรื่อยๆ เอริก ดายเออร์ก็ต้องขยับหมุนตามแผนไปเรื่อยๆตลอดครึ่งแรกเลย

ปกติแล้วดายเออร์จะเริ่มต้นทางด้านขวาของแบ็คทั้งสามคน แต่ในเกมนี้เขาเข้ามาอยู่ตรงกลาง เนื่องจากว่าเขาคือเซนเตอร์ที่ตัวโต และแข็งแรงที่สุด พี่พอชเอาเขามาจัดการกับลูกกลางอากาศที่เบนเตเก้อาจสร้างปัญหาขึ้นมาได้ เพราะพาเลซมักจะใช้บอลยาวมาหาเบนเตเก้ แล้วค่อยเล่นต่อหลังจากที่เบนเตเก้เอาบอลลงมาได้แล้ว ดายเออร์คือคนที่ต้องรับหน้าที่จัดการกับบอลที่โยนมาหาเบนเตเก้เหล่านี้

เบนเตเก้เอาชนะ และครองบอลได้บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรร้ายแรง เพราะสเปอร์สมักจะเก็บแถวสองมาได้มากกว่า ทั้งนี้โมเม้นสำคัญของพาเลซก็มาถึงเมื่อเบนเตเก้โหม่งบอลกลับไปหาทาวเซ่นได้ ทาวเซ่นส่งอีกทีไปให้เบนเตเก้ที่ลองยิง แต่บอลก็เข้าไปสู่อ้อมแขนของกัปตันอูโก้สบายๆ



20 นาทีผ่านไป พี่พอชเริ่มปรับเกม ดายเออร์ถูกขยับมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งมีสองเหตุผลด้วยกัน อย่างแรกเลยคือ สเปอร์สไม่ได้ต้องการสามเซนเตอร์แบ็คเพื่อจัดการกับเบนเตเก้ และอย่างที่สองคือ เมื่อเบนเตเก้คือตัวอันตรายกลางอากาศ ดายเออร์ก็จะสามารถมาขวางด้านหน้า(ของเบนเตเก้)ได้ ช่วยให้โทบี้ กับแยนได้ทำหน้าที่จัดเก็บกวาดด้านหลัง

แผนนี้ใช้ได้ดีเลยทีเดียว เบนเตเก้มักจะถูกรุม หรือไม่งั้น เขาก็จะไม่สามารถผ่านบอลไปให้ซาฮา หรือทาวเซ่นได้อยู่ดี สเปอร์สกลับมาครองบอลได้มากขึ้น ทำให้เราลำเลียงบอลไปเกมบุกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามโอกาสยิงของทั้งสองทีมก็ยังคงน้อยอยู่




>> ติดอาวุธเพิ่มความเร็ว

ย้อนกลับไปในเกมชนะสวอนซี 1-3 พี่พอชสลับแผนไปมาอย่างบ้าคลั่ง กว่าจะเจอรูปแบบที่สามารถเอาชนะได้ ซึ่งมาคราวนี้ก็เช่นกัน พอเข้าสู่ครึ่งหลัง เขาก็เปลี่ยนตัวตั้งแต่เริ่มเลย

คู่หูทรงพลัง วานยาม่าที่โชคดีพอที่จะรอดเหลืองสอง เดมเบเล่ที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกเปลี่ยนออกมาทั้งคู่ แทนที่ด้วยมุสซ่า ซิสโซโก้ และซน เฮือง-มิน




สเปอร์สเล่นอย่างอดทนด้วยจังหวะที่ค่อนข้างช้าในช่วงครึ่งแรก ซิสโซโก้ และซนถูกเปลี่ยนลงมาเพื่อเพิ่มความเร็วในเกมริมเส้น และเพื่อช่วยถ่างแนวรับของพาเลซออก

นอกจากนี้ทั้งสองคนยังสามารถช่วยคุมซาฮา และทาวเซ่นด้วยความเร็วของพวกเขาได้อีกด้วย แซม อัลลาร์ไดซ์ เริ่มครึ่งแรกโดยให้ซาฮาอยู่ฝั่งของ เบน เดวิส ซึ่งทำให้สเปอร์สต้องรุมสองในการจัดการกับเขา มุสซ่า เดมเบเล่ รวมทั้ง เดลี อัลลี มักจะต้องสลับลงไปช่วยเดวิสคุมซาฮาไว้ แต่เมื่อซิสโซโก้ กับซนลงมาแล้ว คู่นี้ก็พร้อมที่จะประจำตำแหน่งเพื่อปิดทางซาฮา รวมทั้งทาวเซ่น ก่อนที่ทั้งสองจะได้เริ่มวิ่งด้วยซ้ำ


>> การปรับตำแหน่งของคริสเตียน เอริคเซ่น

การปรับตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในช่วงพักครึ่งนี้ ก็คือการเปลี่ยนตำแหน่งของคริสเตียน เอริคเซ่น... ก่อนหน้านี้เขาคอยอยู่ด้านหลังเคนเท่านั้น ซึ่งเขาแทบจะไม่สามารถหาพื้นที่ทำอะไรได้เลยในแนวรับที่เหนียวแน่นของพาเลซ

เมื่อขยับมาเป็น 4-2-3-1 จากที่ซิสโซโก้ กับซนลงมา เอริคเซ่นถูกย้ายไปอยู่ข้างเอริก ดายเออร์

เมื่ออันตรายของพาเลซมาจากบอลยาวที่โยนมาให้เบนเตเก้ บวกกับการเล่นของริมเส้นของซาฮา และทาวเซ่น เอริคเซ่นได้รับหน้าที่ตัวอิสระในเกมนี้... ดายเออร์จะร่วมมือกับสองเซนเตอร์จัดการเบนเตเก้ ในขณะที่ผู้เล่นริมเส้นของเราคอยจัดการกับซาฮา และทาวเซ่น เปิดช่องให้เอริคเซ่นเป็นตัวฟรี

เอริคเซ่นได้รับอิสระให้เคลื่อนที่ไปรอบๆ และคอยรับบอลจากดายเออร์ โดยมีผู้เล่นสเปอร์สอีกสี่คนคอยอยู่ด้านหน้าของเขาตลอดเวลา

ซิสโซโก้ และซนถ่างแนวรับของพาเลซออก ทำให้เกิดช่องว่างที่เอริคเซ่นชอบวิ่ง และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆจากบริเวณเหล่านั้น นอกจากนี้ เมื่อปรับรูปแบบมาแล้ว มิดฟิลด์ตัวกลางทั้งสามของพาเลซก็ถูกขยายออกอีกด้วย




>> การเปลี่ยนแม็คอาเธอร์ออกของพาเลซ

เจมส์ แม็คอาเธอร์ กำลังเล่นดีเลย และเมื่อพวกเขาเปลี่ยนคาบายลงมา แนวรับของพาเลซก็เริ่มสั่นคลอน ส่วนทางด้านเอริคเซ่นก็มีพื้นที่ให้ได้สร้างสรรค์เพื่อเอาชนะในเกมนี้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้แม็คอาเธอร์ได้สร้างแนวรับตรงกลางที่แข็งแกร่งทีเดียวร่วมกับพันเชียน และมิลิโวเจวิช แต่เมื่อคาบายลงมา เขาขยับตำแหน่งขึ้นไปสูงมากกว่าเพื่อนอีกสองคน ซึ่งสิ่งนี้กำลังจะสร้างปัญหาให้ทีมของพวกเขา

บอลยาวที่โยนไปหาเบนเตเก้ ทำให้เราได้เห็นเขากับดายเออร์ต่อสู้กันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ดายเออร์เป็นฝ่ายชนะได้บอลมาครอง และเปิดโอกาสให้สเปอร์สได้สวนกลับ ทางด้าน คริสเตียน เอริคเซ่น ที่ถอยมาอยู่ในตำแหน่งที่ลึกขึ้น สามารถแอบวิ่งขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่แม็คอาเธอร์เคยอยู่ เพราะคาบายลอยอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่างพันเชียน และมิลิโวเจวิช

เมื่อมิดฟิลด์ทั้งสามถูกเจาะ เอริคเซ่นก็มีเวลา และช่องว่างในการขยับไปด้านหน้า แฮร์รี่ เคนผ่านบอลง่ายๆไปให้กับเขา เอริคเซ่นรับบอลไป แล้วก็ยิงเข้ามุมไปเป็นประตูอย่างสวยงาม เฮนเนสซี่พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็หยุดมันไม่ได้

Golazo !! เขาปลดล็อกได้สำเร็จ ทำให้เราออกนำ 0-1 และสแตนด์ฝั่งทีมเยือนก็ได้เฮลั่น




>> การปิดเกมของสเปอร์ส

ขณะที่นำอยู่เพียงแค่หนึ่งประตูสเปอร์สก็ปิดเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งๆที่มีการต่อเวลาถึง 7 นาที เนื่องจากการบาดเจ็บของซาโก้ บอลถูกเก็บไว้ที่มุมธงโดยผู้เล่นหลายๆคนของเรา แต่พี่พอชยังคงไม่หยุดคิดสำหรับเกมนี้

ซิสโซโก้สลับข้างไปช่วยเบน เดวิสจัดการกับซาฮาที่ย้ายกลับไปอยู่ข้างเดิม ซิสโซโก้เข้าไปตัดเกมอย่างถูกเวลาอยู่หลายครั้ง โดยใช้ขนาดตัว และความเร็วของตัวเองให้เป็นประโยชน์ การแย่งบอล และการวิ่งของเขามีส่วนช่วยสำคัญในการหยุดเกมของพาเลซ

หลายครั้งซาฮาต้องวิ่งกลับมาทำฟาวล์ซิสโซโก้ จนเขาได้รับใบเหลืองเพราะเตะบอลทิ้งออกไป ความหงุดหงิดนี้เอง ชี้ชัดเลยว่าเขาไม่สามารถหนีจากการบีบคั้นของซิสโซโก้ไปได้

ต่อมาคีแรน ทริปเปียร์ถูกเปลี่ยนลงมา ด้วยแผนของพี่พอช การร่วมมือกันระหว่างเขา และไคล์ วอล์คเกอร์ทางฝั่งขวา แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว ทั้งสองคนร่วมมือกันครอสบอลอย่างสวยงาม ทางด้านวอล์คเกอร์สามารถหาพื้นที่หลบขึ้นไปหลังแบ็คซ้ายอย่างชลุปป์ได้ด้วยซ้ำ




เวลาหมดลง เกมจบด้วยสกอร์ คริสตัล พาเลซ 0-1 สเปอร์ส เราหลีกเลี่ยงการเพลี่ยงพล้ำในครั้งนี้มา และคว้าสามแต้มสำคัญมาได้ ให้เรากดดันเชลซีต่อไปได้สำเร็จ

MOTM: เอริคเซ่น







cr : https://www.facebook.com/pg/SpursThailandFanclub/photos/?tab=album&album_id=1405592932816911


บทความต้นฉบับ >> http://www.spursfanatic.com/spurs-result/crystal-palace-0-1-spurs-dropping-eriksen-deeper-opens-attack/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2017, 01:53:32 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: