eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)บทความพิเศษ สเปอร์สสามารถเป็นเหมือนแมนฯยูฯของเซอร์ได้
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความพิเศษ สเปอร์สสามารถเป็นเหมือนแมนฯยูฯของเซอร์ได้  (อ่าน 450 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1956

$89479.75 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 35

ประสปการณ์ level นี้: 96%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 09:37:20 AM »

บทความจาก Telegraph
## ทำไมสเปอร์สของพอชถึงสามารถเป็นเหมือนแมนฯยูฯของเซอร์อเล็กซ์ฯได้ ##




ใครๆก็รู้กันดีว่า สเปอร์สเรามีคำศัพท์เฉพาะตัวที่เรียกว่า Spursy อยู่ 😔 โดยสรุปของนิยามคำๆนี้คือ "สามารถที่จะผิดหวังได้อย่างน่าอัศจรรย์อยู่เป็นนิจ"

ซึ่งมันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดก็นี่เลย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากเสมอกับเชลซี และเสียแชมป์อย่างเป็นทางการให้เลสเตอร์ สเปอร์สก็ดันแพ้ 2 นัดติด ทั้งๆ อีก 1 แต้มเท่านั้นก็สามารถรักษาอันดับ 2 ไว้ได้ ปิดท้ายฤดูกาลสมกับคำนี้ จนพอชยังพูดเองเลยว่าเขาแทบจะอยากฆ่าลูกทีมเรียงตัวเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งพิเศษกำลังเกิดขึ้นที่นี่ สเปอร์สไม่ได้เป็น Spursy เหมือนที่ผ่านมาขนาดนั้นอีกแล้ว และถ้าดูฟอร์มปัจจุบัน พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในลีก มีความเป็นไปได้เลยที่พอชจะสามารถสร้างยุคสมัยแห่งความสำเร็จให้กับสเปอร์ส เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

🐓 สเปอร์สสามารถเป็นเหมือนแมนยูได้

พอชได้สร้างสรรค์และประกอบทีมขึ้นมาอย่างสมดุล เป็นกลุ่มที่มีจิตของทีมที่เป็นนักสู้ กระหายชัยชนะ และยังมีสีสันอย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือทีมที่ป๋าแพนด้าเห็นแล้วคงอดยิ้มไม่ได้แน่ๆ และเมื่อเจาะลึกลงไปในองค์ประกอบสเปอร์สของพอชตอนนี้ มันมีพิมพ์เขียวของความสำเร็จอยู่ในมือแล้ว

🌔🌓🌒🌑🌘🌗🌖🌕
# สิ่งที่สเปอร์สมีตอนนี้ = สิ่งที่แมนฯยูฯของป๋าเคยมี
- ผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดคนนึงของโลกนี้
- คู่เซ็นเตอร์แบ็คที่แข็งแกร่ง มีความยืดหยุ่น เป็นคู่ที่ทั้งทีมสามารถวางใจได้
- ฟูลแบ็คที่ทำงานหนัก สามารถเติมไปช่วยเกมรุก และมิดฟิลด์เองก็สามารถกลับเข้าไปช่วยเกมรับในพื้นที่ว่างได้
- ทางเลือกของกองกลาง
- เชี่ยวชาญในการเล่นลูกเซ็ตพีซ
- มีความแข็งแกร่งทางร่างกายที่โดดเด่น ผสมผสานด้วยความคิดสร้างสรรค์ และทักษะ ขับเคลื่อนเกมอย่างลื่นไหล สามารถเปลี่ยนจังหวะรับเป็นรุกได้
- นักเตะที่สามารถยิงได้ 20+ ประตู แต่ก็ไม่ได้แบกทีมไว้แต่เพียงผู้เดียว
- มีกัปตันทีมเต็มไปหมด
- มีตัวสำรองที่สามารถเปลี่ยนเกมได้
- มุ่งเน้นไปที่เรื่องพัฒนานักเตะโฮมโกรวน์ เช่น โรส วอล์กเกอร์ เคน อัลลี่ ดายเออร์ ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนักเตะ แม้แต่วิ้งซ์ หรือทริปเปียร์เองก็ยังมีโอกาสที่จะติดทีมชาติด้วยเช่นกันจากฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นของพวกเขา
- ส่วนผสมที่ลงตัวของนักเตะเยาวชน กับนักเตะที่มีประสบการณ์

ต้องย้ำอีกทีว่า พอชไม่ได้ใช้เงินก้อนโตสักเท่าไหร่เลย ในการสร้างทีมชุดนี้ เขาเน้นไปที่การพัฒนานักเตะที่เขามีในมืออยู่ก่อน แล้วจึงค่อยซื้อในส่วนที่ขาด นับตั้งแต่พอชมาคุมทีม สเปอร์สก็มีแต่ขึ้นกับขึ้น



🌔🌓🌒🌑🌘🌗🌖🌕
# ความมุ่งมั่นและภาวะผู้นำ
ระยะห่าง 5 แต้มที่ทิ้งให้อันดับ 3 ที่ยังมีเกมตกค้างในมือ บวกกับที่สเปอร์สสามารถยิง 3 ลูกรวดในช่วงท้ายของเกมกับสวอนซี แถมเรายังคงรักษาความฝันในการไล่ล่าแชมป์ต่อไปได้ นี่มันไม่ใช่สเปอร์สที่เราคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว

"เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เราอาจจะเกร็งมากไป กังวลมากเกินไป แต่ฤดูกาลนี้เรามีสมาธิอยู่กับเกม ณ เวลานั้นเท่านั้น เราไม่เหมือนเดิมแล้ว" ดายเออร์กล่าว

นักเตะของพอช มุ่งมั่น และมีความเป็นผู้นำสูง มีคนที่เหมาะจะเป็นกัปตันเต็มไปหมดทั้งสนาม ยอริสสวมปลอกแขนเป็นกัปตันในทีมชาติฝรั่งเศส พี่ทองก็เป็นกัปตันเบลเยี่ยมบ่อยๆ ดายเออร์ก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นกัปตัน เคนก็เคยสวมมาหลายครั้งแล้วให้สเปอร์ส

ความสำคัญของภาวะผู้นำในสนามนั้นสำคัญมากๆ ดูอย่างกรณีของบาซ่าของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังจากเป๊ปก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือ และ คาร์เลส ปูโยล แขวนสตั๊ดในปีเดียวกัน ยุคสมัยแห่งการครองโลกลูกหนังเบ็ดเสร็จของบาร์เซโลน่าก็จบลงเช่นกัน ในอดีตทีมที่ประสบความสำเร็จล้วนต้องมีกัปตันที่ทรงอิทธิพลต่อเพื่อนร่วมทีม หากสเปอร์สมีผู้เล่นที่ว่า พวกเขาก็จะมีแต้มต่อที่สำคัญในการประสบความสำเร็จ

🌔🌓🌒🌑🌘🌗🌖🌕
# การเอาชนะด้วยกลยุทธ์
ปัญหาเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เมื่อเจอแผนเน้นตั้งรับของคู่แข่ง ดูจะเป็นปัญหาหนักมาก แม้แต่ตอนนี้กับทีมลิเวอร์พูลก็ยังเจอปัญหานี้กับทั้งเบิร์นลี่ สวอนซี ฮัลล์ เลสเตอร์ ซึ่งสเปอร์สก็เคยเจอปัญหาเดียวกันมาก่อน พอชได้ลองแก้ปัญหาด้วยหลายๆวิธี รวมถึงวิธีการเล่นหลังสามตัวเพื่อเพิ่มออฟชั่นพิเศษให้กับเกมรุก สเปอร์สมีการครองบอลสูงเป็นอันดับ 3 ของลีก แต่จุดแข็งจริงๆ ของพวกเขาไม่ใช่การครองบอล แต่เป็นการที่สามารถปรับเปลี่ยนแทคติกได้รวดเร็ว ยืดหยุ่น ลื่นไหล ทำให้คู่แข่งยากที่จะจับทางได้ และพอชเองก็เน้นสอนให้นักเตะสามารถปรับตัวได้กับการเล่นหลายบทบาท และสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทได้แม้กระทั่งในระหว่างเกมก็ตาม

ซึ่งตรงนี้เองดายเออร์กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ เขารับบทบาทได้ดีทั้งในตำแหน่งโฮลดิ้งมิดฟิลด์ และ CB ในเวลาที่ต้องเล่นหลังสามตัว ซึ่งทำให้โรส วอล์กเกอร์ สามารถขึ้นไปสนับสนุนเกมบุกได้เต็มที่ โดยแนวหน้าจะมี เคน อีริคเซ่น อัลลี่ คอยทำเกมรุก หากเกมรุกยังไม่ได้ผล อีริคเซ่นสามารถถอยลงมาสร้างโอกาสจากแนวลึกได้ อีริคเซ่นถือว่าเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในลีก ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ กับสถิติสร้างการจ่าย Key-pass เฉลี่ย 3 ครั้ง/1แมตซ์ จะว่าพรสวรรค์ของอีริคเซ่นนี่แหละ ที่ทำให้พอชสามารถจัดรูปแบบการเล่นได้หลากหลาย อีกทั้งยังทำให้เขาปล่อยของได้มากขึ้นอีกด้วย

🌔🌓🌒🌑🌘🌗🌖🌕
"ผมคิดว่าเวลาที่เล่นหลังสาม ผมรู้สึกว่าสามารถ ควบคุม*เกมได้ดีกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อคุณเคลื่อนบอลเร็ว คุณจะมีพื้นที่มากขึ้น และถ้าคุณตัดสินใจได้ถูก คุณจะสามารถสร้างโอกาสได้เยอะแยะ" อีริคเซ่นเคยกล่าวไว้หลังเกมเวสบรอมฯ (*ส่วนตรงนี้ผมคิดว่า ที่น้องเซ่น รู้สึกแบบนั้น เพราะการเติมสูงของ โรส วอล์กเกอร์ ทำให้อีริคเซ่นมีเป้ามากขึ้น สามารถเลือกจ่ายบอลได้เร็วขึ้น)

มันไม่ใช่แค่เรื่องของฟอร์มเมชั่นเท่านั้น สเปอร์สทำได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในเกมกับวัตฟอร์ด เมื่อวัตฟอร์ดวางหมากมาเน้นรับแล้วโต้กลับโดยเฉพาะ โดยใช้แผนรับต่ำแบบสุดๆ CB ยืนลึกลงไปถึงหน้ากรอบ 6 หลา ซึ่งสเปอร์สก็สามารถปรับตัวเพื่อเอาชนะได้โดยซัดลูกยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษระเบิดตาข่ายไปถึง 3 เม็ดตั้งแต่ครึ่งแรก การเลือกเล่นเซ็ตพีชในเกมกับวัตฟอร์ด สเปอร์สก็ทำได้ดี วัตฟอร์ดได้เปรียบเรื่องรูปร่างของผู้เล่น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเล่นลูกเตะมุม ในเกมกับวัตฟอร์ด สเปอร์สกลับเน้นไปที่การเล่นเตะมุมสั้นแล้วผ่านบอลออกมาหน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งทุกครั้งล้วนแต่สร้างอันตราย และโอกาสยิงให้กับสเปอร์สทั้งนั้น

สเปอร์สมีค่าจำนวนยิงต่อเกมสูงที่สุดใน EPL คือ เฉลี่ย 17.3 ครั้ง/เกม และมีประตูได้เสียสูงสุด +42 ณ เวลานี้ โดยมี เชลซี และ ลิเวอร์พูล ที่ถึงแม้จะยิงมากกว่า แต่ก็เสียประตูมากกว่าเช่นกัน

แต่ว่าเอาตรงๆนะ จุดแข็งของสเปอร์สไม่ได้มีเพียงแต่การเล่นรุกรับที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น ยังมีอีกมุมนึงที่คนมักจะมองข้ามไป คือ...

🌔🌓🌒🌑🌘🌗🌖🌕
# พวกเขาชอบที่จะเล่น"สกปรก" (ผมขอแปล Dirty ตรงๆตามบทความ)
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งดราม่ากันไป เรื่องของเรื่องคือ สเปอร์สเป็นทีมที่ทำฟาวล์เยอะที่สุดเป็นอันดับ 8 ของลีก ฟาวล์รวมของเราอยู่ 336 ครั้ง ประเด็นคือ รูปแบบการเล่นเพรซซิ่ง หยุดเกมของฝั่งตรงข้ามตั้งแต่ในจุดที่ไม่อันตราย สเปอร์สมีไอเดียที่จะแย่งบอลกลับเพื่อสร้างเกมรุกสวนกลับให้ไว แต่ถ้าแย่งไม่ได้ ผู้เล่นของสเปอร์สทุกคนก็พร้อมจะหยุดฝั่งตรงข้ามไม่ให้เล่นเกมสวนกลับได้เช่นกัน

วันยาม่าปีแรกกับสเปอร์สจนถึง ณ เวลานี้ ทำฟาวล์ไปแล้ว 57 ครั้ง แทคเกิ้ลสำเร็จสูงถึง 75 แทคเกิ้ล วิคเตอร์วันยาม่า คือ จอมทำลายเกม(ฝ่ายตรงข้าม)อย่างแท้จริง และอย่าลืมว่าค่าตัวเขาแค่ 12 ล้านปอนด์เท่านั้น คุ้มกว่านี้มีอีกไหม 🤣 เขาช่วยยกระดับเกมรับในแดนกลางของสเปอร์สขึ้นมาเยอะมากๆ

วันยาม่าพร้อมที่จะอยุ่ทุกที่บนสนาม ทั้งหยุดยั้งเกมบุกของฝ่ายตรงข้าม และยังสามารถเพิ่มพลังให้กับเกมรุกของทั้ง อัลลี่ เดมเบเล่ ทำให้ทั้งสองคนมีอิสระมากขึ้น วันยาม่า ก็สามารถเล่นทั้งเล่นเกมรับ ทั้งโฮลด์บอล พลิกบอลได้อย่างอิสระด้วย



ทีเด็ดก็คือแม้แต่ผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ในการจบสกอร์แบบอัลลี่ หรือผู้เล่นที่มีสามารถกรีดกรายไปบนสนามหญ้าดั่งศิลปินลูกหนังอย่างเดมเบเล่ พวกเขาก็ยังสามารถเล่นเกมรับเพื่อช่วยทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่ผ่านๆมาต้องมีนักเตะแบบนี้ไว้ นอกจากวันยาม่า อัลลี่ยังมีสถิติทำฟาวล์ 37 ครั้ง แต่มันไม่ใช่การทำฟาวล์ที่รุนแรงแบบที่แฟนบอลทีมอื่นมักจะพยายามสร้างให้อัลลี่เป็นอันธพาล ส่วนใหญ่เขาทำฟาวล์เพียงเพื่อหยุดเกม ขัดขวางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเล่นเกมเร็วได้โดยง่าย พวกเขาเหล่านี้คอยเป็นตัวน่ารำคาญของฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าสถานะรับหรือรุก

เดมเบเล่เองก็เช่นกัน เขาไม่ได้เล่นแรงเลย แต่ก็มีฟาวล์ตุนอยู่ในกระเป๋าถึง 35 ฟาวล์เช่นกัน ทำแทกเกิ้ลสำเร็จสูงถึง 61 ครั้งเป็นรองแค่วันยาม่าในทีม แต่ไม่รู้เพราะอะไร ในเชิงสถิติสเปอร์สถือว่าทำการอินเตอร์เซ็ปบอลหรือการตัดบอลรวมได้น้อย อยู่ที่ 262 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับทีมอย่างเวสแฮมที่ 526 ครั้ง สังเกตได้ชัดว่า พวกเขาเน้นไปที่การ"หยุด"การเล่นของฝ่ายตรงข้าม มากกว่าการฉกบอลโดยตรง

ถ้าไม่นับการคัมแบ็คที่น่าทึ่งของเชลซี ทั้งฟอร์มและคะแนนของสเปอร์สน่าจะอยู่อันดับ 1 ของตารางอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ถ้ามองจากฟอร์มปัจจุบัน คงไม่บ้าเกินไปหากจะบอกว่า สเปอร์สยังมีโอกาสที่จะสร้างปาฏิหารย์ได้ แม้ว่าพวกเขาจะยังมีคิวยักษ์ที่ต้องฟัดกับคู่แค้นตลอดการอย่างอาร์เซนอล และแมนฯยูฯอีก ถ้าพวกเขาเก็บชัยรวด พวกเขาจะได้แต้มรวมอยู่ 89 แต้ม ถ้าคิดว่าเสมอไปบ้างแต้มของพวกเขาน่าจะไปจบที่ราว 80 กลางๆ

ในอดีต เซอร์อเล็กเคยคว้าแชมป์พรีเมียร์แรกของตัวเองมาแล้วด้วยแต้ม 84 แต้ม หลังจากนั้น แต้มที่แมนยูจบด้วยการคว้าแชมป์ จะอยู่ 89, 80, 90, 87, 89, 83, 80, 91, 79, 75, 84 เมื่อมองดูแต้มเหล่านี้แล้วจะเห็นเลยว่าคะแนนในตารางตอนนี้ของสเปอร์ส ยังอยู่ในขอบข่าย ที่สามารถเกิดขึ้นได้ นับว่าเป็นก้าวมหัศจรรย์ของสเปอร์สภายใต้การนำของพอช โดยเฉพาะเมื่อนึกไปถึงวันแรกที่พอชเข้ามารับงาน

แม้ว่าเชลซีตอนนี้จะจับหูถ้วยแชมป์ไว้แล้วมือนึง แต่ถ้าสเปอร์สยังรักษาฟอร์มแกร่งไว้ได้ไม่ยุบจนจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในตอนนั้น



แหล่งที่มา Telegraph



cr: https://www.facebook.com/SpursThailandFanclub/posts/1387474324628772:0

ในบทความ ต้นฉบับมีวิเคราะห์แทคติกในรูปแบบกราฟฟิกด้วย ตามไปดูได้ครับ #COYS
ที่มา : http://www.telegraph.co.uk/football/2017/04/12/mauricio-pochettinos-spurs-could-new-old-manchester-united/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2017, 09:43:00 AM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: