eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)วิเคราะห์หลังเกมสวอนซี : เจาะแนวรับสุดเหนียวของสวอนซี
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์หลังเกมสวอนซี : เจาะแนวรับสุดเหนียวของสวอนซี  (อ่าน 361 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1944

$88053.25 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 35

ประสปการณ์ level นี้: 85%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: เมษายน 10, 2017, 03:08:04 PM »


## วิเคราะห์หลังเกมสวอนซี : เจาะแนวรับสุดเหนียวของสวอนซี ##

ภายในพริบตาเดียว จากความหงุดหงิดก็แปรเปลี่ยนมาเป็นการเฉลิมฉลอง เป็นอีกครั้งที่ทีมเราไม่ยอมแพ้และผ่านบททดสอบมาได้





>> ความแคบ และเหนียวแน่นของเกมรับสวอนซี

สวอนซีเปลี่ยนโฉมไปใหม่ภายใต้การคุมทีมของ Paul Clement เขาได้ปลูกฝังโครงสร้างหลายๆอย่างไว้ แต่กับเกมๆนี้ เขาเน้นแนวรับมากเป็นพิเศษเลย ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาต้องต่อสู้กับการหนีตกชั้น หรือไม่ก็เป็นเพราะเขาเคารพคู่ต่อสู้

Clement ให้ทีมของเขาเล่นในระบบ 4-3-3 ที่แคบ และลึกมากๆ Jack Cork, Tom Carroll และ Leroy Fer อยู่ในตำแหน่งกลางสาม โดยมี Sigurdsson และ Routledge เข้ามาช่วยจากตำแหน่งด้านนอกของพวกเขา



สวอนซีตั้งใจจะทำสองอย่างด้วยกัน อย่างแรกเลยคือบีบพื้นที่ตรงกลางให้ระบบ 4-2-3-1 ของเราอัดแน่นเกินไปจนใช้ไม่ได้ อย่างที่สอง พยายามให้มิดฟิลด์ และกองหลังของพวกเขาเอง อยู่ใกล้กันไว้ เพื่อปกป้องคู่เซ็นเตอร์ของพวกเขา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากแมตช์ที่ผ่านๆมาของสวอนซี ที่ทีมอื่นๆมักจะพุ่งเป้าไปที่คู่เซ็นเตอร์ของพวกเขา แยกออกพวกเขาออกจากกัน และยิงประตูไปอย่างง่ายๆ

Clement พยายามที่จะทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นในเกมๆนี้ เขายืนยันให้ทีมของเขาเล่นในรูปแบบที่แคบมากๆ และตั้งรับอย่างลึกให้ได้ตลอดเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาขึ้นนำเร็ว




>> เกมสวนกลับของสวอนซี

ด้วยความเร็วของ Ayew และ Routledge สวอนซีตั้งใจที่จะมาสวนกลับ ซึ่งพวกเขาก็ทำประตูขึ้นนำได้จากความเร็วของคู่นี้นี่เอง

ประตูมาจากการได้ลูกเตะมุมของพวกเขาที่กลายมาเป็นการสวนกลับจากลูกตั้งเตะ พวกเขาถูกกดดันจนบอลกลับไปที่ผู้รักษาประตู

ส่วนสเปอร์สกำลังตั้งไลน์สูงมากตลอดเกม เพราะสวอนซีกำลังรับลึกด้วย ทำให้เราต้องขึ้นไปกดดันสูง อย่างไรก็ตามแผนหลังสี่ ดูจะไม่เหมาะกับการป้องกันความเร็วในการสวนกลับของสวอนซี เมื่อการผ่านบอลยาวของ Fabianski ส่งบอลข้ามไลน์ของเราไปหา Ayew ที่วิ่งมารับ

เบน เดวิส ไม่สามารถที่จะสู้ความเร็วตัวต่อตัวกับ Ayew ได้ แม้ว่าจะพยายามแล้วแต่ Ayew ก็ยังสามารถผ่านบอลกลับไป Routledge ยิงเข้าไปได้ในที่สุด... เดวิสกลัวความเร็วที่มากกว่าของ Ayew จึงไม่กล้าเข้าไปใกล้ ว่ากันตามตรงโทบี้ก็คุมอ่อนเกินไปจนปล่อยให้ Routledge ที่เร็วพอ เข้าไปรับบอล และยิงเข้าไปได้ง่ายๆ




>> อัจฉริยะนักคิด ปอเชตติโน

ท็อตแน่มพยายามมาตลอดครึ่งแรก แต่ก็ไม่สามารถที่จะทะลุผ่านเกมรับที่ยืนกันอย่างหนาแน่นของสวอนซีได้ เรามีพื้นที่การเล่นที่แคบมากๆ จริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นแผนที่เพอร์เฟ็ค เพราะการบีบเข้าตรงกลางของแผงรับสวอนซี ทำให้ริมเส้นมีพื้นที่ว่าง แต่เราไม่สามรถใช้ประโยชน์จากเรื่องนั้นได้ เพราะว่า ทั้ง ซน เฮือง-มิน และ เดลี อัลลี มักจะอยู่บริเวณนอกกรอบเขตโทษเสียมากกว่า

มัวริซิโอ ปอเชตติโน ที่หลังๆมานี้สามารถคิดเปลี่ยนแผนได้เสมอ ทั้งในเกมที่ชนะเบิร์นลีย์ 0-2 ซึ่งเขาต้องเปลี่ยนระบบหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่น และการเดินเกมขณะนั้น ที่ ลิเบอร์ตี้ สเตเดียม ก็เช่นกัน เขาปรับระบบ และผู้เล่นก็ปรับตำแหน่งตาม

โดยเฉพาะในครึ่งหลังของเกม ที่พี่พอชคิดได้อย่างแยบยลมากๆ พยายามหาระบบที่ทำให้เราได้ประตูให้ได้

เขาเริ่มโดยเปลี่ยนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 3-4-2-1 เอริก ดายเออร์ ถอยมาอยู่กองหลัง ส่วนซิสโซโก้ ย้ายมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง จากนั้นพี่พอชเปลี่ยนแยนเซ่นลงมาแทนซิสโซโก้ แล้วเปลี่ยนไปใช้แผน 3-4-1-2 แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

ด้วยความต้องการประตูมากๆ พี่พอชหันกลับไปใช้ 4-2-3-1 โดยให้แยนไปอยู่แบ็คซ้าย ส่วนดายเออร์ก็ขยับมาเป็นเซ็นเตอร์ฝั่งซ้าย สุดท้ายแล้ว ด้วยการเปลี่ยน GK-เอ็นคูดู ลงมา ก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นว่าเราใช้แผน 4-2-4 โดยด้านหน้าของแผงหลังสี่คน เอริคเซ่น ขยับมาคู่เดมเบเล่ โดยด้านหน้าของพวกเขามี เอ็นคูดู, ซน เฮือง-มิน, เดลี และแยนเซ่น พยายามรุกหนักทำประตู




>> การโจมตีโดยใช้ช่องว่างฝั่งซ้าย

ตลอดเกม การโจมตีที่ประสบความสำเร็จของสเปอร์สมาจากการใช้ช่องว่างระหว่างแบ็คขวา Naughton และเซ็นเตอร์ Fernandez

เดลี อัลลี ใช้ช่องนี้เพื่อพุ่งมารับบอลจากเอริก ดายเออร์ ก่อนจะตีลังกายิงด้วยท่าที่สวยงาม แต่ข้ามคานไป ส่วนซน เฮือง-มิน ก็ใช้ช่องว่างนี้พุ่งไปรับบอลจากจากเอริคเซ่น และหลังจากแยนเซ่นลงสนามมา เขาก็ยังใช้ช่องนี้ เพื่อรับบอลจากเดลีกระดกข้ามหัวมาให้ ก่อนจะชนเข้าเต็มแรงกับ Fabianski จนอีกฝ่ายลงไปกองกับพื้นในจังหวะพุ่งเข้ามาเซพ



เมื่อ Naughton ถูกเปลี่ยนตัวออกไป Fer ย้ายมาอยู่ตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งเราก็ยิ่งใช้ประโยชน์จากช่องว่างตรงนี้ได้ดีขึ้นไปอีก เมื่ออีกฝ่ายไม่ระวังตำแหน่งตัวเองตรงนี้สักเท่าไหร่

ครั้งแรกเลย เอริคเซ่น โยนบอลข้ามไปให้เดลี ที่วิ่งตัดหลัง Fer จนได้ขั้นโหม่งอย่างสวยงาม โดยมี Fabianski ที่เพิ่งลงไปกองในจังหวะปะทะกับแยนแซ่น บินปัดได้อย่างเหลือเชื่อ

ครั้งนั้น Fer รอดตัวไป แต่อีกครั้งเขาไม่รอดแน่ๆ



สวอนซียังคงการป้องกันอย่างเหนียวแน่น และรักษาความแคบของพวกเขาไว้ได้ ซึ่งเมื่อเอริคเซ่นรับบอลไว้ได้ ก็ยังคงเหลือพื้นที่ด้านกว้างไว้เช่นเดิม เหมือนที่เป็นมาตลอดทั้งเกม

บอลถูกส่งไปให้ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่ครอสเข้ามาอีกครั้ง ซึ่ง Mawson สกัดออกมาได้ แต่บอลกลับมายังเอริคเซ่นอีกครั้ง เจ้าตัวยิงสวนเข้าไปทันที ผ่านการแฉลบระหว่างทาง



Fer ทำหน้าที่ประกบ เดลี อยู่ตอนนั้น แต่เมื่อ Mawson โหม่งแฉลบออก เขาก็ประมาทคิดว่าบอลถูกเคลียร์ไปแล้ว ทำให้ เดลี อัลลี แอบขึ้นไปสะกิดบอลที่แฉลบมาจากเอริคเซ่นจนเป็นประตูในที่สุด

เราเหมือนได้ชีวิตกลับมาอีกครั้ง ส่วนสวอนซีก็เห็นได้ชัดว่าเริ่มเปลี่ยนไป




>> เมื่อสเปอร์สโจมตีคู่เซ็นเตอร์

ประตูตีเสมอมาจากที่ เดลี อัลลี ใช้ช่องพื้นที่ด้านในฝั่งซ้าย แต่หลังจากนั้นสเปอร์สได้วกกลับมาโจมตีเซ็นเตอร์ของพวกเขาโดยตรง

จากรูปแบบการเล่นของสวอนซีที่เหนียวแน่นมาตลอดทั้งเกม เมื่อโดนลูกตีเสมอเข้าไป ทำให้รูปแบบเดิมๆของพวกเขาเริ่มกลับออกมา ช่องว่างระหว่างมิดฟิลด์ กับแนวกองหลัง เริ่มห่างและเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเซ็นเตอร์ของพวกเขาโดนโจมตีได้

แยนเซ่นทำให้เราโฮลด์บอลไว้ได้ เขาคือตัวเป้าที่เราขาดไปในครึ่งแรก และมีส่วนสำคัญเลยที่ทำให้เราได้อีกสองประตูตามมา

สวอนซีพยายามจะกลับมาบีบเกมให้แคบอีกครั้ง แต่ระเบียบวินัยเกมรับของพวกเขากระเจิงไปหมดแล้ว

ซิกกี้ขึ้นสูงเกินไป เมื่อเอริคเซ่นหยุดบอลของเขาไม่ให้ผ่านไปที่ปีก ซิกกี้ก็ควรจะหยุดไม่ให้บอลผ่านไปพื้นที่ตรงกลางได้ แคร์โรลล์เองก็อยู่ห่างออกไปไกลเกิน เขาคิดว่าบอลจะไปหาวอล์คเกอร์แต่แคร์โรลล์ดูจะพยายามทำหลายๆอย่างมากเกินไป

ผลของมันทำให้เกิดช่องว่างขึ้น ซึ่งเอริคเซ่นก็มองเห็นมันทันที เขาผ่านบอลตรงไปให้แยนเซ่นที่พิง Mawson อยู่ และเมื่อบอลไปอยู่ตรงเซ็นเตอร์ก็ทำให้พื้นที่รอบๆเปิดกว้างขึ้น ซนนี่พุ่งตัวไปตรงช่องว่างที่แคร์โรลล์ และซิกกี้ทิ้งไว้ทันที และยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ให้พวกเราได้เฮกัน




จาก VDO [https://vimeo.com/212040007] จะเห็นอะไรหลายๆอย่าง

อย่างแรกเลย คือการตั้งเกมของสวอนซีที่เหนียวแน่น และแคบมากๆ ซึ่งแทบจะไม่เห็นโอกาสเข้าทำเลย อย่างที่สอง คือข้อผิดพลาดของซิกกี้ที่พยายามขยับบังทางไม่ให้เอริคเซ่นส่งออกด้านนอก อย่างที่สาม คือแคร์โรลล์ที่ตัดสินใจขยับไปประกบตัวด้านนอก ทำให้น้องเซ่นมีพื้นที่ผ่านบอลไปสู่แยนเซ่นได้ และสุดท้าย แยนเซ่นพิงเซ็นเตอร์พร้อมส่งบอลไปให้ซนนี่ที่วิ่งสอดตัวขึ้นมารับบอลอย่างรู้ใจ และทำประตูขึ้นนำในที่สุด


สเปอร์สไม่ได้หยุดแค่นั้น ประตูที่สามมาจากการสวนกลับของทีม และเราก็เจาะที่คู่เซ็นเตอร์ของพวกเขาได้อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กำลังยืนมั่วไปหมด

ประตูนี้เริ่มมาจากการทุ่มบอลของสวอนซี แต่ถูกเคลียร์โดยน้องเล็กเอ็นคูดู เจ้าตัวเลี้ยงบอลไปด้านหน้าได้อย่างน่าประทับใจ เขาจงใจหลอกล่อฝั่งตรงข้าม โดยการสปริ้นต์ผ่านหน้าหลายๆคนไป

ไม่ใช่แค่การวิ่งของเอ็นคูดูที่ทรงพลัง แต่การโฮลด์(พิง-พักบอล)ของแยนเซ่นก็เช่นกัน ความแข็งแกร่งของแยนเซ่นที่สามารถโฮลด์ Mawson ไว้ได้มันยอดเยี่ยมจริงๆ รวมถึงการผ่านบอลของเขาด้วย เดลี อัลลี คือคนที่วิ่งขึ้นมารับบอลไว้ได้

คู่เซ็นเตอร์ของสวอนซีพลาดอีกครั้ง เมื่อเอ็นคูดูสปริ้นต์ขึ้นไป Fernandez ก็ออกมาจากตรงกลาง ส่วน Mawson ก็กำลังยุ่งกับการประกบแยนเซ่น(หรือโดนโฮลด์)อยู่ ทำให้เอริคเซ่นที่ตาดีเห็นช่องว่างกว้างใหญ่ไพศาลตรงนั้น และวิ่งขึ้นไปทันที

เดลี ผ่านบอลไปให้เอริคเซ่นอย่างแม่นยำ ซึ่งเอริคเซ่นก็ยังใจเย็นพอที่จะแต่งบอลอ้อม ก่อนจะยิงเข้ามุมไปอย่างสวยงาม จบเกมสเปอร์ส 3-1 สวอนซี ซึ่งประตูที่สามของเอริคเซ่นก็นับว่าสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะหลังจากประสบการณ์เกมเอฟเวอร์ตัน (ชนะ 3-2) ที่ผ่านมา




>> ภาพรวม สวอนซี 1-3 สเปอร์ส

ชัยชนะที่ยากเย็นในสองเกมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของผู้จัดการทีม และทีมๆนี้ ซึ่งในซีซั่นก่อนๆ พี่พอชมักจะโดนค่อนขอดว่าเขาไม่มีแผนสำรอง แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งแล้วที่เข้าแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีเพียงแค่แพลน B เขายังมีแพลน C และ D อีกด้วย

ความคิดในการเปลี่ยนระบบของพี่พอช และสปิริตของผู้เล่นในทีม คือสิ่งที่ยกระดับพวกเราขึ้นมาในซีซั่นนี้

วินเซ้นท์ แยนเซ่น ลงมา และสร้างความเปลี่ยนแปลง ฟอร์มการเล่นที่ดีของเขาในสองนัดที่ผ่านมานี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจของเขาแน่นอน ตอนนี้เขาขาดเพียงแค่ประตูที่เขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับจากความทุ่มเทที่เขาทำมา

คริสเตียน เอริคเซ่น คือหัวใจของเกมรุกของเราอีกครั้ง ทุกอย่างที่ออกมาดีเกิดขึ้นจากฝีเท้าของเขาทั้งนั้น ซึ่งปกติเจ้าตัวจะเริ่มดูเหนื่อยๆแล้วในช่วงท้ายเกม แต่นี่เขายังวิ่งไปวิ่งมาดูสดมากๆ

สเปอร์สคว้าแต้มกลับมาได้มากที่สุด จากการพลิกเกมในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้... ความมุ่งมั่น บวกกับการแก้ปัญหาของเรานี้เอง คือสิ่งที่ทำให้เราทำสถิตินี้ได้

MOTM: คริสเตียน เอริคเซ่น



#ไก่เดือยทอง #สเปอร์ส #SpursThailand #COYS




ย้อนไปดูนัดนั้นแบบเต็มทุกอารมณ์ได้ที่ห้องคลิปครับ
http://www.spursthailand.net/webboard/index.php?topic=22594



cr : https://www.facebook.com/pg/SpursThailandFanclub/photos/?tab=album&album_id=1379116415464563

cr.ต้นฉบับ : http://www.spursfanatic.com/spurs-result/swansea-1-3-spurs-breaking-narrow-opponent/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 10, 2017, 03:12:56 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: