eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)บทความพิเศษ สัมภาษณ์ดายเออร์โตแล้ว 2004-2016
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความพิเศษ สัมภาษณ์ดายเออร์โตแล้ว 2004-2016  (อ่าน 368 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนาน
*

คะแนนขอบคุณ 56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1956

$89479.75 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 35

ประสปการณ์ level นี้: 96%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: เมษายน 03, 2017, 11:12:30 AM »

📝 บทความพิเศษ สัมภาษณ์ดายเออร์

## จากเด็กขี้แงตอนดู Euro 2004 สู่การติดทีมชาติอังกฤษและยิงประตูใน Euro 2016 ##




Part 1  ⚽️ อดีตที่โปรตุเกส ⚽️

“ตอนผมอายุ 10 ขวบ จุดโทษของซีดานที่ Estadio da Luz ทำให้อังกฤษพ่ายแพ้ไปในวันนั้น ส่วนผมเองก็ยืนร้องไห้หนักมากในสนามนั้นหละ มันเป็นการแข่งขัน Euro ในปี 2004 ที่โปรตุเกส เป็นวันที่อากาศร้อน และเป็นแมตช์แรกที่อังกฤษต้องเจอกับฝรั่งเศส” เอริก ดายเออร์ เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

“สิ่งที่ยังติดตรึงในความทรงจำของผมก็คือบรรยากาศในวันนั้น โปรตุเกสเป็นประเทศที่เปิดรับเรื่องฟุตบอลมากๆ มีแฟนๆมากมายทั้งจากอังกฤษ และฝรั่งเศส มีแต่ความรู้สึกตื่นเต้นไปทั่วทั้งเมือง และวันนั้น ผมก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน ร่วมกับลูกพี่ลูกน้อง คุณลุง และคุณพ่อของผม”

“พอแฟรงค์ แลมพาร์ด โหม่งเข้าไปเป็นประตูจากลูกฟรีคิกของเบ็คแฮม ลูกพี่ลูกน้องกับตัวผมก็ดีใจมากๆ”




“... แต่แล้วซีดานก็โผล่มา”

เอริก ดายเออร์ เบรคอารมณ์พวกเราด้วยการเล่าย้อนไปถึงสมัยที่เขาย้ายไปที่โปรตุเกส “สองปีก่อนหน้าแมตช์นั้น ครอบครัวของผม – พ่อแม่, พี่น้องของผมอีกห้าคน และหมาอีกสองตัว – ได้ย้ายไปที่โปรตุเกส ผมแทบจะจำอะไรสมัยอยู่อังกฤษก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย”

“การปรับตัวเข้ากับประเทศใหม่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม เพราะน้องชาย กับตัวผมเอง เราแฮปปี้ดีอยู่แล้ว แค่ได้อยู่ด้วยกัน ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกันเราก็ไม่ค่อยรู้สึกแตกต่างเท่าไหร่”

“ผมเล่นฟุตบอลในทีมอคาเดมีของสปอร์ติง ลิสบอน และเรียนภาษาโปรตุเกสไปด้วย เพื่อทำให้สิ่งต่างง่ายๆขึ้น วัฒนธรรมของอังกฤษ กับโปรตุเกสแตกต่างกันมาก แต่พอมารวมกันแล้วมันก็เป็นส่วนผสมที่ดี ผมคิดว่า – ในลอนดอน ทุกอย่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 100 mph ในขณะที่โปรตุเกสคือความเร็ว 5 mph… ถ้าคุณหาสมดุลระหว่างสองอย่างนี้ได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีเลย”

“เมื่อ Euro จะมาจัดที่โปรตุเกส ความตื่นเต้นกับการแข่งขันนี้ มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ เพราะโปรตุเกสเป็นประเทศที่ทั้งภูมิใจและบ้าในเรื่องฟุตบอลมากๆ แล้วก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่มขึ้น พี่สาวผมชนะประกวดที่โรงเรียน และได้รางวัลในการไปดูทีมชาติอังกฤษฝึกซ้อม โชคดีที่เธอเลือกผมไปเป็นแขกของเธอ และหลังจากทีมชาติอังกฤษซ้อมเสร็จ ผมก็ได้ถ่ายรูปกับผู้เล่นบางคน รวมทั้ง เดวิด เบ็คแฮม ด้วย... มันน่ามหัศจรรย์จริงๆ”




“ผมตื่นเต้นกับแมตช์แรกนั้นมากๆ ไม่กี่วันต่อมา ผมก็ได้อยู่ที่ Estadio da Luz และอังกฤษก็นำฝรั่งเศสอยู่ 1-0 ในนาทีที่ 91 เกมกำลังจะจบอยู่แล้ว....”

“แล้วซีดานก็ได้ฟรีคิกนอกกรอบ มันไกลเหมือนกัน แต่นี่เราพูดถึงซีดานกันอยู่... ทั้งสนามเงียบกริบ”

“แล้วเขาก็ปั่นฟรีคิก..โค้งโค้ง..เข้าไป... ลูกพี่ลูกน้องกับผมเศร้ามากๆแล้วในตอนนั้น แต่แล้วทุกอย่างก็แย่ลงได้อีก สองนาทีต่อมา อองรีล้มในกรอบเขตโทษ ฝรั่งเศสได้จุดโทษ และซีดานก็เดินมา”




“ผมคงไม่ต้องเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป... ผมยังจำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องกับตัวผมเดินออกจากสนาม ร้องไห้กันพอสมควรเลย”

“แมตช์นั้นเป็นอะไรที่ติดตรึงในความทรงจำผมมากๆ แต่ผมก็ยังโชคดีที่ได้ไปดูแมตช์อื่นด้วย หลังจาก Euro จบลง ครอบครัวผมตัดสินใจอยู่ที่โปรตุเกสต่อ และผมก็อยู่ที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน”

<a href="http://www.youtube.com/v/05ds1Q5vFEY&rel=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/05ds1Q5vFEY&rel=1</a>


“แน่นอนว่าพี่ๆน้องๆ กับตัวผม ยังคงติดตาม PL อย่างเหนียวแน่นทางทีวี – พวกเราดูบอลอังกฤษ มากกว่าบอลโปรตุเกสอีก”

“ผมเป็นแฟนตัวยงของ รอย คีน ตอนผมเด็กๆ แล้วต่อมาก็เป็น วีดิช (คือเหตุผลหลักที่ผมชอบเบอร์ 15 เลย) รวมทั้งคู่หูในแนวรับอย่างเฟอร์ดินานด์ด้วย แต่ผมก็ชอบผู้เล่นแบบอื่นๆด้วยเหมือนกัน วีดิช ดูเป็นนักรบหน่อย แต่ในขณะเดียวกันผมก็ชอบ ปิเก้ และ มาเกวซ ที่เล่นทั้งกองหลัง และมิดฟิลด์ให้บาร์เซโลน่า”

“ช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดของผมคือ ช่วงก่อนหน้าที่ผมจะไปท็อตแน่ม ตอนที่ผมอายุ 16 ปี มีช่วงที่ผมถูกปล่อยยืมไปเอฟเวอร์ตัน และมันก็ลำบากมากๆสำหรับผม ผมต้องเดินทางด้วยตัวผมเองจากลิสบอนไปลิเวอร์พูล แล้วช่วง 6 เดือนแรก ผมไม่รู้เลยว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ที่นั่น – ผมรู้สึกเหวอมากๆ คือในช่วงอายุนั้น คุณก็เริ่มสงสัยในตัวเองอยู่แล้ว คุณกำลังทุ่มเทมากๆให้กับฟุตบอล แต่คุณไม่รู้เลยว่าคุณจะได้อะไรกลับมาไหม มันเหมือนกับเล่นหวยเลย”

“แล้วในซีซั่นสุดท้ายของผมที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ผมแทบจะไม่ได้ลงเล่นเลย... ในซีซั่นแรกที่ผมได้ขึ้นชุดใหญ่ ผมได้มีส่วนร่วมเยอะ แต่พอผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามา ผมก็ได้ลงเล่นน้อยลง มันเป็นช่วงเวลาที่แย่มาก – น่าจะแย่ที่สุดแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“คุณรู้ไหมว่าการเล่นในโปรตุเกส มันต่างกับที่อังกฤษอยู่นิดหน่อย สิ่งต่างๆมันแย่ลงได้เร็วมาก ลีกล่างๆของโปรตุเกสไม่เหมือนกับที่อังกฤษ มันยากมากสำหรับผม แต่หน้าร้อนนั้น ผู้จัดการทีมคนใหม่ก็เข้ามาอีก Marco Silva (ตอนนี้คุมฮัลล์) เขาดีมากๆกับผมในช่วงหลายเดือนที่พวกเราอยู่ที่นั่นด้วยกัน และตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย นอกจากเล่นให้ สปอร์ตติง ลิสบอน”





Part 2  ⚽️ ท็อตแน่ม ⚽️

“แต่แล้วท็อตแน่มก็เข้ามา ตอนที่ผมไม่ได้คาดคิดเลย มันเป็นโอกาสที่ผมต้องคว้าไว้ และโชคดีที่มันออกมาเป็นผลดีนะ"

และที่สโมสรท็อตแน่มนี่เอง ที่การเดินทางของดายเออร์ เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ




"ตอนผมเริ่มเล่นซีซั่นที่สองที่สโมสร ผมคิดว่าตัวผมใกล้จะได้เรียกติดทีมชาติแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจ... คือผู้จัดการทีมชาติก็คงไม่โทรมาบอกคุณหรอกว่า ‘เออ ใกล้จะได้ติดแล้วนะ’”

“สำหรับครั้งแรกที่ผมได้รับการเรียกติดธง ผมกำลังเดินกลับบ้านจากช็อปปิ้ง เมื่อโทรศัพท์ผมดังขึ้น... กาเร็ต เซาธ์เกต ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นผู้จัดการทีมชุด U21 บอกผมว่า ผมจะได้รับการประกาศชื่อขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ในวันรุ่งขึ้น..."

"มัน ม หั ศ จ ร ร ย์ จริงๆ”

“ผมจำได้ว่าเราตรงดิ่งไปอุ่นเครื่องที่สเปนเลย เราเล่นในสนามเล็กๆที่ Alicante เราอยู่ในห้องแต่งตัวจิ๋วๆ ซึ่งก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน เพราะมันต่างกันเลยกับที่เวมบลีย์ ซึ่งมีไม้แขวนกับสปอตไลท์สวยๆ – คือมันต่างกับที่จินตนาการไว้ ที่นี่เป็นห้องเล็กๆที่เสื้อแขวนอยู่รวมกันบนราวเล็กๆ ซึ่งทำให้บรรยากาศมันเหนือจริงขึ้นไปอีกนะ”

“ผมได้ลงมาตอนพักครึ่ง พร้อมกับ เดลี อัลลี ซึ่งก็เจ๋งทีเดียว... ตอน เดลี มาถึงท็อตแน่มแรกๆ เราได้เล่นมิดฟิลด์คู่กันในช่วงพรีซีซั่น และเราก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีและเร็วมากๆ เดลีเป็นคนดี เป็นคนที่รักการเล่นฟุตบอลในแบบของเขา และเขาก็เข้ากับใครได้ง่าย สไตล์การเล่นฟุตบอลของเขาก็เหมือนกันเลยกับตัวตนของเขา”

“ความสัมพันธ์ของเราแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ยอดเยี่ยมของฟุตบอลนี้ เดลีเป็นเด็กจาก Milton Keynes ที่มีเส้นทางของเขา ได้ขึ้นมาเล่นที่ท็อตแน่ม และตอนนี้กำลังเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ส่วนผมโตมาที่ลิสบอน กลับมาที่อังกฤษตอนอายุ 20 ปี และก็ได้ลงเล่นทีมชาติข้างๆเขา”




“ผมคิดว่าสิ่งที่สวยงามของฟุตบอล – คือการที่ทุกคนจากทั่วโลก ได้มาอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากไหน ไม่ว่าวัฒนธรรม และศาสนาของเขาจะเป็นอย่างไร เมื่อคุณอยู่ในสนาม คุณก็เท่าเทียมกัน”

“12 ปี หลังจากลูกฟรีคิกของซีดานลูกนั้น ผมก็ได้สวมเสื้อทีมชาติอังกฤษอยู่ในสนามใน Euro 2016 มันเหนือจริงมากๆ โดยเฉพาะเมื่อผมเคยได้รับประสบการณ์การเป็นแฟนบอลใน Euro มาก่อน”

“ในนาทีที่ 73 เกมปะทะกับรัสเซีย อังกฤษได้ฟรีคิกนอกกรอบ... มันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ผมยืนอยู่ตรงนั้นข้างๆ เวย์น รูนี่ย์ และแฮร์รี่ เคน”

“เวย์น คือคนที่ผมมองตั้งแต่เด็กสมัย Euro 2004 แล้ว ฟรีคิกแรกของแมตช์นั้นเป็นงานของเค้า แต่โชคดีที่ในฟรีคิกที่สองของแมตช์ เขายกให้ผม การยิงประตูนั้นเป็นหนึ่งในโมเม้นท์ที่ดีที่สุดของผมในชีวิตนักฟุตบอลเลย ครอบครัวผมได้ดูอยู่ที่นั่นด้วย”

“ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสุดท้ายผมกลายมาเป็นคนยิงได้ไง ต่อมาผมได้ดูแบบที่มีคนพากย์ด้วย – ผมคิดว่าคนพากย์ก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน”

“คือ แฮร์รี่ วิ่งมาหลอกนิดหน่อย แล้วผมก็แค่... ยิงเข้าไป”

“พอผมเงยขึ้นมา ผมเห็นผู้รักษาประตูก้าวขาผิด และผมก็รู้ว่าบอลมันไปถูกทางของมันแล้ว”

“ผมยิงไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ ผมก็เลยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะฉลองยังไง เราอยู่ตรงหน้าแฟนอังกฤษพอดี ผมก็เลยวิ่งไปหาพวกเขา อดรีนาลีนผมพุ่งพล่าน และผมก็ควบคุมไม่อยู่ ผมวิ่งไปจนถึงมุมสนาม แล้วก็สไลด์เข่าไป”

“แต่น่าเสียดายที่การแข่งขันมันจบลงอย่างน่าผิดหวัง เรารู้สึกแย่ โดยเฉพาะเมื่อเรารู้ตัวกันดีว่าเราสร้างสิ่งพิเศษได้ ตอนนี้เราก็เข้าสู่สัปดาห์ทีมชาติอีกครั้ง มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่ได้มีส่วนร่วมกับทีมชาติอังกฤษ พวกเราเข้ากันได้ดี ถึงฟุตบอลจะสนุกอยู่แล้ว แต่มันจะสนุกยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อคุณได้เล่นกับคนที่คุณเข้ากันได้”

“เมื่อมองกลับไปที่เส้นทางทีมชาติของผม ฟรีคิกนั้นคือโมเม้นที่น่าเหลือเชื่อสุดๆ และผมก็มีรูปใส่กรอบไว้ที่บ้านด้วย มีผม, แฮร์รี่, เดลี และเวย์น วิ่งฉลองกันเหมือนคนบ้า”




“มันเป็นรูปที่น่าเหลือเชื่อมากๆ แต่มันมีความหมายมากกว่านั้นสำหรับผมด้วย เพราะเวย์นก็อยู่ในสนามในเกมฝรั่งเศสเกมนั้น ที่ลูกพี่ลูกน้อง กับตัวผมร้องไห้ด้วยกันที่ Estadio da Luz…”

“ฟุตบอลมันบ้าแบบนั้นแหละ”


---- My England Journey : Eric Dier ----



#SpursThailand #COYS



cr1 : https://www.facebook.com/SpursThailandFanclub/photos/a.101481236561427.828.101471139895770/1360730203969851/?type=3&theater

cr2 : https://www.facebook.com/SpursThailandFanclub/photos/a.101481236561427.828.101471139895770/1361337420575796/?type=3&theater

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 03, 2017, 04:26:33 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: