eXTReMe Tracker1
 สเปอร์ส ไทยแลนด์ เวบบอร์ด , Spurs Thailand WebboardCOYSห้องข่าว (Tottenham News) (ผู้ดูแล: TobyAlliKeano, Osurada, PuyDaCosTa, Monsterdent, Badboyzaa, MADDOG, naMe_Spurs)ซน เฮือง-มิน ชีวิตทัศนคติเอเชียในระดับท๊อปยุโรป..ก็ได้อยู่นะ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ซน เฮือง-มิน ชีวิตทัศนคติเอเชียในระดับท๊อปยุโรป..ก็ได้อยู่นะ  (อ่าน 71 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนานผู้ยิ่งใหญ่
*

คะแนนขอบคุณ 57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2060

$100378.25 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 36

ประสปการณ์ level นี้: 91%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« เมื่อ: มีนาคม 11, 2019, 04:20:31 PM »

## พ่อผมบอกว่ารีไทร์ก่อนค่อยแต่งงาน💍 และผมก็เห็นด้วย! ##

สัมภาษณ์ยาวๆน่ารักๆของซนนี่ ที่เอเชียอย่างเราคงคิดว่าเป็นเรื่องปกติ 😅 (แต่ฝรั่งดูตื่นเต้นกันเชียว 555)




อปป้าซนเล่าถึงการฝึกฝนเดาะบอลสี่ชั่วโมงตั้งแต่เด็ก และเผยว่าทำไมเขาถึงอยากตอบแทนครอบครัวของเขามากๆ

ซนนี่เล่าถึงเหตุการณ์ตอนเขา 10 ขวบ ตอนที่เขากำลังเล่นกับพี่ชายเขาเฮือง-ยุน ก่อนที่จะมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้เขาจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

ซน วุง จุง คุณพ่อของซนนี่ ที่เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ - ระดับดีทีเดียวของเกาหลีใต้ - เริ่มโค้ชเหล่าลูกชายของเขา และตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ไปให้ถึงระดับท็อป โดยไม่ต้องเจอกับจุดจบแบบเขา

ซนนี่เล่าว่า “เขาให้พวกเราเดาะบอลสี่ชั่วโมง” 😳

“ทั้งสองคนเลย หลังผ่านไปสามชั่วโมง ผมเริ่มเห็นบอลสามลูก พื้นก็เป็นสีแดง(เลือดในตา) ผมเหนื่อยมากๆ  และเขาก็โกรธมาก ผมว่านี่เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว เรายังคุยเรื่องนี้กันอยู่เลย เวลาเราอยู่ด้วยกัน สี่ชั่วโมง ห้ามทำบอลหล่น มันยากไหมนะ?”

เดี๋ยวนะ... ไม่ทำบอลหล่นเลยเหรอ? สี่ชั่วโมง? ตอน 10 ขวบเนี่ยนะ! 😳

“ไม่เลย” ซนบอก

เป็นไปไม่ได้แน่ๆ! 🤯

“ไม่นะ ผมไม่ทำบอลหล่นเลย” ซนย้ำอีกที

เรื่องราวนี้บ่งบอกได้หลายอย่าง รวมถึงพรสวรรค์โดยธรรมชาติของซนด้วย “ตั้งแต่ผมเริ่มเดินได้ ผมก็เตะบอลแล้ว” ซนเล่า แต่สิ่งที่เสริมให้เขาขึ้นมารุ่ง จนถึงจุดที่เขาโดดเด่นเหนือผู้เล่นคนอื่นในเอเชีย ก็คือความพร้อมของเขาที่จะตอบสนองกับความต้องการของพ่อ รวมถึงการโฟกัส และความทุ่มเทในระดับที่น่าเหลือเชื่อของเขา

ซนนี่เล่าอีกเรื่อง ถึงพ่อของเขา และการลงโทษเดาะบอล “ตอนผมอายุ 10 หรือ 12 ขวบนี่แหละ เขาเข้ามาโค้ชที่โรงเรียนของผม และเราก็ฝึกกันอยู่ 15-20 คน โปรแกรมคือเราต้องไม่ให้บอลแตะพื้น 40 นาที ถ้าใครทำบอลหล่นพ่อผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทันทีที่ผมเป็นคนทำหล่น เขาให้เราทุกคนเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น พวกผู้เล่นคนอื่นก็เข้าใจเพราะว่าผมเป็นลูกชายเขา และมันก็โหดมากจริงๆ😖 แต่พอคุณกลับมาคิดอีกที มันก็เป็นวิธีที่ถูกต้อง”

มาถึงตอนนี้ เราคงแอบตัดสินคุณพ่อของซนไปแล้วนิดๆว่าเขาเป็นคุณพ่อที่ชอบดุ และไร้ซึ่งความปราณี แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกนี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันกลับผิดมหันต์เลย – ความเป็นจริงคือซนมีเพียงความรู้สึกของการชื่นชม และความเคารพแก่คุณพ่อของเขา

“เขาเป็นโค้ชที่เข้มงวดไหมเหรอ?” ซนนี่ทวนคำถาม

“ใช่เลย แถมน่ากลัวด้วย” ซนนี่เล่าด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรัก😊 ในสังคมเกาหลี คำพูดของพ่อก็เหมือนกฎ ซึ่งซนนี่ก็ทำตามนั้น เขารับมันไว้

“พ่อของผมคิดอยู่เสมอว่าผมต้องการอะไร เขาทำทุกอย่างก็เพื่อผม และถ้าไม่มีเขา ผมก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะผู้เล่น คุณย่อมต้องการความช่วยเหลือ และสิ่งสำคัญอีกสองอย่าง คือผจกทีมที่ยอดเยี่ยม รวมถึงโชคด้วย ทุกๆอย่างมันมากองรวมกันให้ผม”

มันเป็น 9 เดือนที่น่ามหัศจรรย์ของซน นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปีที่แล้ว แม้ว่าซนนี่ และทีมเกาหลีใต้จะพ่ายให้กับสวีเดน และเม็กซิโกจนตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่พวกเขากลับเอาชนะเยอรมันได้ในแมตช์สุดท้าย โดยหลังจากเกมกับเม็กซิโก ซนนี่ร้องไห้ไม่หยุดเลย เมื่อประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ - มุน แจ อิน - เดินเข้าห้องแต่งตัวมา

อย่างไรก็ตาม ซนนี่คว้าแชมป์เอเชียนเกมส์มาได้สำเร็จ🥇 ในฐานะไวล์ดการ์ดอายุเกินของทีมชาติเกาหลีใต้ชุด U23 เมื่อช่วงต้นซีซั่น – ทำให้เขาได้รับการยกเว้นเกณฑ์ทหาร 21 เดือนของเกาหลีใต้ – แม้ว่าในเดือนมกราคม ทีมของเขาจะพ่ายตกรอบก่อนรองชนะเลิศกับกาตาร์ ในศึกเอเชียนคัพ

ฟอร์มของซนนี่พุ่งขึ้น หลังจากที่พี่พอช และสโมสรเก็บซนไว้ในช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายน ทำให้เขาได้อยู่พักผ่อน ฝึกซ้อมสบายๆที่สโมสร ไม่ต้องเดินทาง ซึ่งก็นับว่าคิดถูกจริงๆ ที่พี่พอชเป็นห่วงถึงสภาพร่างกาย และจิตใจของซน ตั้งแต่นั้นมาซนยิงไป 14 ประตูจาก 23 เกม รวมเป็นประตูที่ 16 ของซีซั่น ฟอร์มของเขามีส่วนสำคัญกับตำแหน่ง ท็อป4 ของทีม และการเข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของแชมเปียนส์ลีก





มีสถิตินึงจาก Opta บอกว่าซนยิงเป็นประตูถึง 19.3% จากช็อตทั้งหมด ซึ่งบ่งบอกถึงพัฒนาการของเขาจากซีซั่นก่อนๆ และทำให้เขาได้รับการพูดถึงว่าควรได้รับการเสนอชื่อในรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของซีซั่นนี้

“ช่วง(เบรก)กลางเดือนพฤศจิกายนช่วยผมได้มาก” ซนนี่เล่า

“ผมเดินทางมาเยอะมากๆ ผมรู้สึกไม่ค่อยโอเคเลย ผมคิดอะไรไม่รู้เยอะแยะในหัว มันยากเหมือนกันตอนนั้น บอสเป็นคนตัดสินใจเรื่อง(การพัก)นี้ และมันก็ดีมากๆสำหรับผม - ผมได้ฝึกฝนหนักๆที่สเปอร์ส แล้วก็ได้พักผ่อนด้วยพร้อมๆกัน อย่างที่ผมบอกไปแล้ว คุณต้องพึ่งโชคเหมือนกันเพื่อจะได้เจอผจกทีมที่ยอดเยี่ยม ผมเองได้พัฒนาเยอะมากๆภายใต้การคุมทีมของเขา” 💙

สิ่งหนึ่งที่ซนโดดเด่นออกมาในสายตาแฟนบอลสเปอร์ส รวมถึงหลายๆคน ก็คงจะเป็นความถ่อมตัวที่เป็นธรรมชาติของเขา พลังงานด้านบวกที่แผ่ออกมา และรอยยิ้มที่สดใส  มันหายากนะคนที่มั่นใจในความสามารถตัวเอง ที่มีความถ่อมตัวแบบเขา

“พ่อผมบอกผมไว้ตอนเด็กๆ ว่าถ้าผมได้หลุดเดี่ยวไปที่ประตู แต่คู่ต่อสู้ล้มลง และได้รับบาดเจ็บ ผมต้องเตะบอลทิ้ง และกลับไปเช็คคู่ต่อสู้ เพราะต่อให้คุณเป็นนักฟุตบอลที่เก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่รู้จักเคารพคนอื่น คุณมันก็แค่คนไร้ค่า ทุกวันนี้เขาก็ยังพูดแบบนั้นกับผม ซึ่งบางครั้งมันก็ยากนะ แต่เราเป็นมนุษย์ก่อนจะเป็นนักฟุตบอล เราต้องเคารพกันและกัน จะในสนามหรือนอกสนาม - ทำไมต้องทำตัวต่างกันล่ะ?”

ซนนี่ยังเป็นคนที่ใช้ชีวิตต่างจากนักฟุตบอลทั่วไปมากๆ เขายังอยู่กับพ่อแม่ของเขาในอพาร์ตเมนท์สามห้องนอนที่แฮมพ์สตีด👪 และแม้ว่าเขาจะได้รับวันหยุดในวันพฤหัสที่ผ่านมา แต่เขาก็จะไม่ทิ้งโอกาสที่จะมาเยี่ยมโรงเรียนที่ท็อตแน่ม ติดกับสนามใหม่

เขามาถึงก่อนเวลา 10 นาที ซึ่งสิ่งนี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยกับดาราฟุตบอลดังๆ และระหว่างที่เขากำลังเดินเข้าไป เขาก็คุยกับครูใหญ่ของโรงเรียนว่า เขาหวังแค่ว่าเด็กๆจะจำหน้าเขาได้





ซนมักได้รับการพูดถึงว่าเป็นเดวิด เบ็คแฮมของเอเชีย ด้วยการตลาด และความโด่งดังของเขา เขาได้รับการต้อนรับประหนึ่งนักร้องชื่อดังที่สนามบินของเกาหลีใต้🇰🇷 เขาไม่สามารถเดินได้ตามถนนทั่วไปในประเทศของเขา โดยไม่ถูกรุมไปซะก่อน ทุกวันนี้สเปอร์สมีแฟนเกาหลีหลายร้อยคนแล้วที่มาเยี่ยมเยือน มีบางกลุ่มที่รอหน้าสนามซ้อมด้วยในหลายๆวัน

ซนนี่เป็นธรรมชาติมากๆ กับเด็กสาวพิการที่โรงเรียน เขาเข้าร่วมการโค้ชกับท็อตแน่ม เราได้เห็นมีความสุขกับช่วงเวลาเหล่านี้ ทั้งกอด ทั้งแปะมือ ทั้งแฮนด์เชค ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเขา

ความมุ่งมั่นของซนส่องสว่าง และเขาตั้งมั่นมากๆกับเป้าหมายของเขา เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อเขานึกถึงคำพูดของพ่อที่บอกว่า เขาไม่ควรแต่งงาน จนกว่าเขาจะรีไทร์... เขาเดตมาแล้วทั้งพัง มิน อา และยู โซ ยอง แต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานอย่างที่เรารู้กัน

“พ่อผมบอกว่าแบบนั้น และผมก็เห็นด้วย” ซนนี่บอก

“เมื่อคุณแต่งงาน💍 สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของคุณคือครอบครัว ภรรยา และลูกๆ จากนั้นค่อยฟุตบอล ผมอยากจะทำให้มั่นใจว่า ระหว่างที่ผมยังเล่นฟุตบอลระดับท็อป ฟุตบอลจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของผม คุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะเล่นฟุตบอลระดับท็อปอีกนานแค่ไหน แล้วพอคุณรีไทร์ อายุสัก 33-34 คุณก็ยังมีชีวิตที่ยืนยาวกับครอบครัวได้”

ซนได้รับการบอกเล่ามาว่า ผจกทีมในยุโรปมักจะอยากให้ผู้เล่นของพวกเขาแต่งงาน และลงหลักปักฐานมากกว่านะ ซึ่งซนนี่ก็บอกว่า “ใช่แหละ เพราะไม่งั้นมันก็มีอะไรให้ทำนอกสนามเยอะ ทั้งดื่ม ทั้งปาร์ตี้ อะไรพวกนั้น... แต่ผมไม่ใช่คนที่ชอบอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว”

“ผมแค่อยากจะทำให้ทุกคนมีความสุขระหว่างที่ผมเล่นฟุตบอลระดับท็อป อย่างตอนที่ผมเล่นที่เวมบลีย์ เห็นไหมมีธงเกาหลีกี่ผืน?🇰🇷 ผมอยากรักษาระดับให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อผมจะได้ตอบแทนพวกเขา นี่คือสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับผม” 💙

“ผมรู้สึกว่าเป็นแอมบาสเดอร์ของประเทศไหม? แน่นอน ผมต้องเป็น อย่างตอนที่เราเล่นบ่ายสามที่นี่ มันก็เที่ยงคืนที่เกาหลี ตอนเราเล่นแชมเปียนส์ลีกสองทุ่ม ที่เกาหลีก็ตีห้า พวกเขาก็ยังดูอยู่ ผมต้องตอบแทนพวกเขาให้ได้ ผมต้องรับผิดชอบ"

ซนนี่พูดถึงพ่อแม่ของเขาเช่นกัน “มันมีทัศนคติหลายอย่างที่ต่างกันไปในยุโรป กับเอเชีย หลายๆคนอาจจะคิดว่า ‘ทำไมเขายังอยู่กับครอบครัว?’ แต่ใครกันล่ะที่เป็นห่วงผม? ใครช่วยให้ผมเล่นฟุตบอล? ก็พวกเขานั่นแหละ เขายอมทิ้งชีวิตของพวกเขา เพื่อมาช่วยผมที่นี่ ผมต้องตอบแทนพวกเขา” 💙

“ผมต้องขอบคุณพวกเขามากๆ และผมก็ต้องขอบคุณทุกๆโอกาสที่เข้ามา ผมรู้ว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมันต้องอาศัยอะไรมากกว่าพรสวรรค์ เหมือนไอดอลของผม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทุ่มเทอะไรมากกว่าแค่พึ่งพาพรสวรรค์ของเขา ผมเห็นผู้เล่นหลายๆคนที่มีความคิดว่าพรสวรรค์ก็พอแล้ว แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย”





ซนนี่มักจะทำอะไรเพิ่มไปอีกขั้นเสมอ อย่างตอนที่เขาขึ้นมาเล่นทีมฮัมบูร์กได้ตอนอายุ 18 พ่อของเขา - มาเยี่ยมจากเกาหลี - ก็จะให้เขาทำอะไรเพิ่มเติม ซึ่งทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่าแล้ว หนึ่งในนั้นคือชัยชนะในเอเชียนเกมส์🥇

สำหรับคนเกาหลีหลายๆคน สิ่งสำคัญกว่าเหรียญคือการที่ซนนี่ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร มันบอกได้ดีเลยถึงความรักที่เขาได้รับ แต่ซนนี่ไม่คิดแบบนั้น เขาจะไปร่วมการฝึกพื้นฐานเป็นเวลา 4 สัปดาห์ในซัมเมอร์นี้ ไม่ก็ซัมเมอร์หน้า 🏃

“มัน(เอเชียนเกมส์)เป็นทัวร์นาเมนต์ยิ่งใหญ่  ผมมีความสุขมากๆ และภูมิใจมากๆที่คว้าแชมป์มาได้ ผมภูมิใจในประเทศของผม และเพื่อนร่วมทีมของผม” ซนนี่บอก

“อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว เป้าหมายของผมไม่ใช่การเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ผมแค่อยากเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ และนี่คือหนึ่งในนั้น”



แหล่งที่มา: Guardian


แปล https://www.facebook.com/SpursThailandFanclub/photos/a.101481236561427/2232587230117473/



#COYS
#SpursThailand #สเปอร์ส #Sonny #Interview



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2019, 04:27:09 PM โดย TobyAlliKeano » บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~

1

TobyAlliKeano
ผู้ช่วยดูแลบอร์ด
นักเตะในตำนานผู้ยิ่งใหญ่
*

คะแนนขอบคุณ 57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2060

$100378.25 COYS
โอนเงินให้ - TobyAlliKeano


YID Clipper

[ สมบัติ ]                              


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com YID Level 36

ประสปการณ์ level นี้: 91%
กระทู้ล่าสุด : 0%

« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2019, 04:26:30 PM »

ซนนี่แจกความสดใส
https://www.youtube.com/watch?v=nku24jpBXy8
<a href="http://www.youtube.com/v/nku24jpBXy8&rel=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/nku24jpBXy8&rel=1</a>
บันทึกการเข้า

Fight For Champion League AGAIN !!.... Com'on Ya SpurS ~~~~~
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: