<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Spurs Thailand &#187; พญาไก่ 2009</title>
	<atom:link href="http://www.spursthailand.net/archives/category/columns/paya-kai-2009/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.spursthailand.net</link>
	<description>สเปอร์สไทยแลนด์ ข่าว สเปอร์ส รายวัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 03:28:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>หวังไว้&#8230;ไม่ผิดหวัง</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/9038</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/9038#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Dec 2010 15:13:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columns]]></category>
		<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/?p=9038</guid>
		<description><![CDATA[“พี่อาร์มๆ ไอ้เสื้อตัวนี้มันเสื้อทีมอะไรอ่ะ” ผมที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถม4อยู่ในวัยที่กำลังจะหัดเริ่มเล่นฟุตบอล(แบบแมลง วันตอมขี้ 55) กำลังค้นหาเสื้อทีมฟุตบอลจากตู้ เมื่อรื้อมาได้ตัวหนึ่งแล้วสะบัดๆดูมันเป็นเสื้อสีเหลือง มีโลโก้น่าจะเป็นรูปไก่ยืนอยู่บนลูกบอล มีสิ่งที่ดูเหมือนสิงโตเกาะอยู่ข้างซ้ายและข้างขวาของลูกบอล มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ตรงกลางเสื้อพยามอ่านได้ว่า ฮอสๆ โฮๆ ซะอย่างแล้วก็เลิกพยายามอ่านไป เพราะดูเหมือนมันจะเป็นคำที่ยากเกินสมองเด็กประถม4ไปสักหน่อย เอาเหอะผมคิด..ช่างมัน ไปถามพี่ชายดีกว่าว่านี่มันเสื้อทีมอะไร “อ๋อ&#8230;เสื้อทีมสเปอร์ส” พี่ชายผมตอบกลับมา สเปอร์ส?? สเปอร์สอะไรวะ ผมคิดในใจ แต่ก็ชั่งมัน รีบใส่เสื้อไปเตะบอลพลาสติกแถวบ้านดีกว่า เดี๋ยวเดอะแกงค์จะรอนาน ครับและนั่นเป็นครั้งแรกที่ชื่อสเปอร์สผ่านเข้ามาชีวิตผม ที่ขอเรียกว่าผ่านแทนที่จะเป็นรู้จักก็เป็นเพราะตอนนั้นผมรู้เพียงอย่างเดียวว่าสเปอร์สคงทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง แต่จะเป็นทีมชาติหรือทีมสโมสรเล่นอยู่ในลีคอะไรนั้นไม่รู้เลยสักนิด  แต่ยังไงโสตประสาทสมองของผมได้จารึกชื่อสเปอร์สเอาไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเริ่มเล่นฟุตบอลตามประสาเด็กๆจนเริ่มหลงรักกีฬาชนิดนี้แล้ว สิ่งที่ตามต่อมา แน่นอนครับก็คือการดูฟุตบอล อย่างจริงจังหลังจากที่ศึกษามาพอสมควรกับการ์ตูนฟุตบอลอภิมหาคลาศสิคอย่าง กัปตันซึบาสะและการ์ตูนฟุตบอลที่ผมชอบมากๆอีกเรื่องคือ คาเซะคุน นักเตะเทวดา เพราะในเนื้อเรื่องนั้นพระเอกของเรื่องต้องลงปะทะแข้งกับนักเตะระดับโลกที่มีตัวตนจริงๆอย่างมากมาย ทั้งซิโก้,กุลลิท และอีกหลายๆคนแต่ที่ผมชอบมากที่สุดเลย ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่พออ่านแล้วรู้สึกว่าไอ้คนนี้มันทั้งเก่งและเท่ห์จังวะ และมาราโดน่าก็เป็นผู้ที่ทำให้ผมดูฟุตบอลคู่แรกในชีวิตนั่นก็คือการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบเพลย์ออฟปี1994 ระหว่างอาร์เจนติน่ากับออสเตเลีย ซึ่งมาราโดน่าได้ลงเล่นในนัดนั้นด้วย ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าตัวจริงมันจะเก่งเหมือนกับในการ์ตูนมั้ย ซึ่งถึงแม้นัดนั้นมาราโดน่าจะไม่ได้โชว์ฟอร์มเทพอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากตัวของเขาผ่านหน้าจอทีวีก็คือความเท่ห์และดูมีสง่าราศี(ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นราคีก็ตาม 55)ของนักเตะระดับโลก นี่แหละมั้งที่มันเรียกว่าความคลั่งไคล้..หึหึ จากนั้นก็ตามติดมาด้วยศึกฟุตบอลโลกปี94ที่ทำให้ผมเป็นโรคบ้าฟุตบอลและมาราโดน่าอย่างเป็นทางการ ทั้งดูผ่านการถ่ายทอดสดทั้งซื้อหนังสือฟุตบอลโลก และผมก็ได้รื้อหนังสือฟุตบอลเก่าๆของพี่มาอ่าน ซึ่งมีหนังสือฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี86และ90 และหนังสือเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดเรื่องราวของฟุตบอลและมาราโดน่ามาให้ผมที่พร้อมซึมซับได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากหนังสือฟุตบอลโลกแล้ว พี่ผมก็ยังมีหนังสือซอคเกอร์รายสัปดาห์เล่มเก่าๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/9038/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>69</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อ&#8230;พาฟไม่พังพาบ</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/5302</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/5302#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Mar 2010 05:39:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=5302</guid>
		<description><![CDATA[ความแน่นอน&#8230;.ไม่มีในโลก คำๆนี้ มันสามารถใช้ได้กับชายที่ชื่อ โรมัน พลาฟิวเชนโก้ ได้ดีจริงๆ หลัง จากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นดาวจรัสแสงบนเวทียูโร 2008 จนสเปอร์สดึงตัวเข้ามาร่วมทีม หมายที่จะให้เป็นดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมแทนที่ ไอ้เถิกทรยศ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ที่ได้ย้ายออกไป แต่ฟอร์มของพาฟลิวเชนโก้ในช่วงแรกที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ไม่เป็นดั่งที่ใครหลายๆคนหวังไว้ พาฟมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสารนั่นคือการใช้ภาษาอังกฤษและการปรับตัว เข้ากับฟุตบอลในสไตล์อังกฤษที่เข้าถึงตัวอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ทำให้พาฟไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เท่าที่ควร ทำให้ปีแรกในพรีเมียร์ลีกของ พาฟลิวเชนโก้ เป็นไปด้วยความตะกุกตะกัก และถ้าหากจะนำไปเทียบกับเบิร์บแล้วยังนับว่ายังห่างชั้นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทักษะ ความแข็งแกร่ง และการทำประตู แต่พาฟก็ยังได้รับความไว้วางใจจาก ฆวนเด้ รามอส กุนซือของสเปอร์สในตอนนั้น ให้เป็นตัวเลือกในแดนหน้าอันดับ1อยู่ตลอด ซึ่งหากจะดูคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้าของสเปอร์สในตอนนั้นก็คงจะไม่แปลกใจ อะไรที่พาฟจะได้รับความไว้วางใจจากรามอส ให้เป็นตัวยืนในแดนหน้า เพราะทั้งดาร์เรน เบนท์และเฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ต่างก็มีผลงานที่น่าผิดหวังและหวังที่จะพึ่งพายากเหมือนกัน ต่อมาเมื่อ ฆวนเด้ รามอส ได้จากไป และ“จ่า”แฮร์รี่ เข้ามาทำทีม พาฟ ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากจ่าแฮร์รี่ ให้เป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีมอยู่ แต่ผลงานของพาฟก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจในสายตาของจ่า ทั้งๆ ที่เจ้าตัวจะมีชื่อเป็นผู้ทำประตูให้กับสเปอร์สอยู่เสมอๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/5302/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>30</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพลินวาน กับไก่ในวันวานจนถึงวันนี้</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/4010</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/4010#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 17:13:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=4010</guid>
		<description><![CDATA[“อย่างสเปอร์สนี่มีไก่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสร แล้วมีคำว่า สเปอร์ ซึ่งมันก็คือเดือยใช่มั้ย ทีนี้พอตั้งแค่ไก่กับเดือยอย่างเดียว มันยังไม่ได้ความเท่าไร ก็เลยกลายเป็นไก่เดือยทอง” ครับนี่คือที่มาของฉายาไก่เดือยทองของสเปอร์สภาคภาษาไทย ที่ถูกตั้งโดยยอดคอลัมนิสต์จอมเก๋าขึ้นหิ้งของประเทศไทยเจ้าของนามปากกา “ยอดทอง” คุณอายอดชาย ขันธะชวนะ หรือ ยอดทอง ที่พวกเราไม่ว่าจะเป็นแฟนสเปอร์สหรือไม่ก็คงจะรู้จักกันดี เพราะนี้คือคอลัมนิสต์รุ่นเก๋าและรุ่นบุกเบิกของหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ซึ่งคุณอายอดทองเป็นคอลัมนิสต์และนักเขียนทางด้านกีฬาที่ผมชื่นชอบมากที่สุดในเวลานี้ เพราะอ่านคอลัมน์ของคุณอายอดทองทีไรจะรู้สึกว่ามีความสุขและเพลิดเพลินอย่างบอกไม่สุด เพราะหลังจากที่ได้อ่านคอลัมน์ของอายอดทองทีไรจะรู้สึกได้เลยว่าที่คือบทความของคนเขียนที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อันขั้นขลักจริงๆ ซึ่งนอกจากจะตั้งฉายาของทีมเราแล้ว ฉายาทีมฟุตบอลต่างๆ ที่พวกเราแฟนบอลคุ้นหูกันดี ก็ยังมาจากความคิดของคุณอายอดทองกับคุณอา ย.โย่งคัมภีร์ลูกหนังเมืองไทยผู้ล่วงลับแทบทั้งนั้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญทีทำให้ผมชื่นชมและชื่นชอบอายอดทองนั้น มันมีจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือ ย.โย่งในความทรงจำ ซึ่งเป็นหนังสือที่คุณอายอดทองเขียนเพื่อรวบรวมถึงประวัติและรำลึกถึงการจากไปของเพื่อนที่รักที่สุดอย่าง ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา ซึ่งหนังสือเล่มนี่เป็นหนังสือที่ผมอ่านและพกติดตัวออกจากบ้านไปมากที่สุดเล่มหนึ่ง เพราะเมื่ออ่านครั้งใดมันจะมีความรู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้ง เพราะ อา ย.โย่งสำหรับผมมันเหมือนกับเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งอาและทั้งครู ทั้งๆที่ผมไม่เคยจะได้เจอตัวแกเป็นๆมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิตก่อนที่แกจะล่วงลับไป ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสักเกือบๆ 16 ปีก่อน เด็กชายคนหนึ่งที่ถึงแม้จะพิ่งจะรู้จักฟุตบอลได้ไม่นานแต่ก็รู้สึกแล้วว่าเขากับฟุตบอลและทีมฟุตบอลทีมๆหนึ่งที่ชื่อว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะไม่มีวันแยกจากกันได้อย่างแน่นอน แต่ด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นซึ่งถึงแม้มันจะไม่ใช่รุ่นเก่าคลาศสิคขนาดรุ่นคุณลุง คุณอา คุณพี่ ในเว๊บของเราหลายๆท่าน อิอิ แต่มันก็ไม่ได้จะสะดวกสบายเหมือนกับสมัยนี้อย่างแน่นอนการติดตามชมฟุตบอลหรือการรับข่าวสารนั้นก็ค่อนข้างจะลำบาก  การที่จะดูฟุตบอลในตอนนั้นแต่ละทีก็จะต้องรอชมในคืนทุกวันเสาร์หลังบิ๊กซีนีมาเอา ซึ่งก็แน่นอนว่ามันไม่ใช่การถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน แต่ถึงจะเป็นแห้งอย่างไร พ่อแม่จะทั้งดุและด่าให้ไปนอนอย่างไร แต่เด็กชายคนนั้นก็จะอดตาหลับขับตานอนรอดูให้ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/4010/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>29</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภารกิจไก่บนหลังเสือ</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/3967</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/3967#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 08:10:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=3967</guid>
		<description><![CDATA[คงยังไม่ช้าจนเกินไปนะครับหากผมจะกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวไก่เดือยทองที่รักทุกท่าน ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ก็เข้ามา ใครมีอะไรผิดหวังในปีที่ผ่านมาก็ขอให้ในปีใหม่นี้มีสุขสมสมหวัง ดุจเปลวเทียนที่สว่างไสวโชติช่วงกันทุกท่านๆนะครับ เพราะถึงอย่างไรแล้วชีวิตคนเดินดินกินข้าวแกงอย่างพวกเราก็ยังต้องเดินหน้ากันต่อไปนะครับ ก็เหมือนสเปอร์สของพวกเราที่ต้องเดินหน้าล่าความฝันกันต่อไปเพราะยังมีภารกิจที่ท้าทายใหญ่หลวงในปีเสือดุปีนี้ หลังจากจบปีวัวที่ผ่านมา สเปอร์สของพวกเรายังสามารถยึดอันดับ4 หรือฟื้นที่โควตาไปลุยศึกแชมป์เปี้ยนลีกเอาไว้ได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องถือเป็นการจบปีวัวที่มีผลงานที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมานั้นนับตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงสิ้นปีก็ต้องถือว่าสเปอร์สนั้นมีพัฒนาการที่ดีมาเป็นระดับเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด เริ่มจากต้นปี 2009 ด้วยสถานการณ์อันย่ำแย่ สเปอร์สของเรามีแต้มติดตัวมาจากครึ่งฤดูกาลแรกในปี 2008 เพียง 20 แต้มจากการลงแข่งทั้งหมด 20 นัด นั่นหมายความว่าสเปอร์สมีแต้มเฉลี่ยเพียงนัดละ 1 แต้มเท่านั้น ทำให้จ่าต้องเร่งบูรณะทีมเป็นการใหญ่โดยการซื้อตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทีมโดยด่วน ทันทีที่ตลาดการซื้อขายผู้เล่นเปิด โดยมีจุดประสงค์หลักก็คือผู้เล่นที่จะซื้อเข้ามานั้นต้องเข้ามาแก้ไขจุดที่ทีมบกพร่องและทำให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้นโดยด่วน เจอร์เมน เดโฟและร็อบบี้ คีน ถูกจ่านำตัวกลับมาร่วมทีมเป็นคำรบสองเพื่อแก้ปัญหาในแดนหน้า หลังจากที่ โรมัน ฟลาฟิวเชนโก้ ดาร์เรน เบนท์และเฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง วิลสัน ปาลาซิออส ถูกนำตัวเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง และได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นกองกลางตัวรับที่สเปอร์สตามหาและต้องการมานาน ซึ่งจากการแก้ไขตรงจุดนี้และอีกหลายๆจุดของจ่า ทำให้สเปอร์สเล่นได้ดีขึ้นและทำให้สเปอร์สเก็บแต้มได้ถึง 31 คะแนนจาก 18 นัดที่แข่งขันนับตั้งแต่หลังปีใหม่มา ทำให้สเปอร์สจบฤดูกาล 2008-2009 ด้วยอันดับที่ 8 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/3967/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใกล้ขึ้นหรือไกลเท่าเดิม?</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/2811</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/2811#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Nov 2009 10:26:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=2811</guid>
		<description><![CDATA[มาตรฐานของสเปอร์สเป็นที่ถกเถียงกันมานานและตลอดว่าแท้ที่จริงทีมอย่างสเปอร์สนั้นควรจะยืนอยู่ตรงจุดไหนในเวทีพรีเมียร์ลีก ด้วยชื่อเสียงของสโมสรที่สั่งสมมาแต่อดีตบวกกับสถานะการเงินและคุณภาพนักเตะ ถึงแม้อาจจะยังไม่ถึงขั้นแชมป์แต่ทีมอย่างสเปอร์สสมควรจะต้องมีจุดยืนอยู่บนหัวแถวของเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน อย่างแน่ๆก็ต้องการันตีการไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในทุกๆฤดูกาล แต่ฟุตบอลก็ไม่ได้มีทฤษฏีอะไรตายตัวเสมอไป ความสำเร็จของทีมไม่ได้ขึ้นอยู่ด้วยเงิน ขนาดของทีมหรือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอดีตเลย ทุกสิ่งอย่างที่จะสามารถพิสูจน์ว่าทีมจะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ต้องวัดจากผลงานในสนามและผลการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งสรุปแล้วก็คือขึ้นอยู่กับผลงานในปัจจุบันเท่านั้น เพราะถ้างั้นแล้วพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ก็คงต้องยอมยกแชมป์ให้กับ แมน ซิตี้ ไปเลยโทษฐานที่รวยเกินหน้าเกินตาและซื้อนักเตะอย่างไม่เกรงใจทีมใด และทีมอย่าง ฟูแล่ม ก็คงไม่มีสิทธิเผยอขึ้นมาวาดลวยลายในเวทียุโรปอย่างในฤดูกาลนี้เป็นแน่แท้ โทษฐานที่ไม่ได้เป็นทีมเงินถุงเงินถังและไม่มีดาราประจำทีมในระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่เมื่อฟุตบอลตัดสินกันด้วยผลงานในสนามและผลการแข่งขัน ทุกๆทีมก็ต้องพยายามทำผลงานในสนามให้ดีที่สุด ซึ่งเป้าหมายแน่นอนก็คือคำว่าชนะเท่านั้น แต่ในฟุตบอลลีกซึ่งปีๆนึงต้องมีแมตช์ให้ชิงชัยกันถึง 38 นัด แต่ละทีมก็ต้องพยายามที่จะต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าสามารถเก็บชัยชนะได้มากเท่าไหร่ ก็จะสามารถการันตีอันดับในตารางได้สูงขึ้นมากเท่านั้น ซึ่งถ้าหากจะทำให้ได้อย่างนี้ ทีมก็ต้องมีมาตรฐานที่ดีและรักษามันไว้ให้ได้ทั้งฤดูกาล หรือจะเรียกง่ายๆก็คือต้องมีความคงเส้นคงวานั่นเอง ซึ่งเราจะสังเกตได้จากพวกบรรดาทีมบิ๊กโฟร์ คือนอกจากมีองค์ประกอบในทีมที่ค่อนข้างดีแล้วยังมีความคงเส้นคงวาสูงอีกด้วย คือบรรดาทีมบิ๊กโฟร์จะไม่ค่อยพลาดในนัดที่ไม่ควรจะพลาดและถ้าหากมีช่วงไหนที่ฟอร์มตกลงไปก็จะสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อย่างรวดร็ว และนี่คือสิ่งที่ทำให้อันดับ 1-4 ในตารางอันดับในลีกหมุนเวียนกันอยู่เพียง 4 ทีมในรอบหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้เกิดปรากฏการณ์บิ๊กโฟร์ เพราะมาตรฐานหรือกำแพงที่บิ๊กโฟร์สร้างขึ้นเป็นสิ่งที่ยากต่อการทำลาย(แต่ในปีนี้อาจไม่แน่เพราะลิเวอร์พูลเครื่องรวนเหลือเกิน) ตราบใดที่ทีมอื่นยังไม่มีการพัฒนามาตรฐานของตัวเองให้สูงขึ้นและรักษาความคงเส้นคงวาให้ได้เหมือนกันที่เหล่าทีมบิ๊กโฟร์ทำได้ ซึ่งมาตรฐานหรือความคงเส้นคงวาที่ว่านั้น สเปอร์สทำได้ดีขึ้นเป็นอย่างมากในฤดูกาลนี้ ถึงแม้อาจจะไม่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาหรือเพียงพอจะเขย่าบัลลังก์บิ๊กโฟร์ แต่ก็เป็นมาตรฐานและความคงเส้นคงวาที่สเปอร์สสมควรจะมีและสมควรจะเป็น ซึ่งอันที่จริงแล้วสมควรจะมีมาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำถ้าดูจากองค์ประกอบของทีมและการลงทุนในแต่ละฤดูกาล เพราะแต่ไหนแต่ไรมาสิ่งที่เป็นตัวฉุดไม่ให้เจริญเดินหน้าไปได้ไกล ก็การรักษามาตรฐานที่ตัวเองสมควรจะทำได้ไม่ได้และไม่มีความคงเส้นคงวานั่นเอง นั่นคือสเปอร์สมักจะแพ้ทีมที่ตัวเองไม่น่าแพ้อยู่เป็นประจำ และจะผูกปีแพ้ทีมที่เหนือกว่าตัวเองอยู่ตลอดทุกปี หรือแม้จะมีบ้างบางฤดูกาลที่สเปอร์สทำท่าจะดีขึ้นมาแต่ก็ต้องมีปัญหามาทำให้สเปอร์สรักษามาตรฐานที่ดีไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือปัญหาภายในทีมต่างๆ แต่มาในฤดูกาลนี้สเปอร์สสามารถทำสิ่งที่ตัวเองสมควรจะทำได้ คือ  การทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง สเปอร์สสามารถเอาชนะทีมที่อยู่ในระดับเดียวกับเราและต่ำกว่าเราได้หมดในฤดูกาล [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/2811/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คีนโน่ คนดีศรีเดอะ เลน</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/2245</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/2245#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2009 15:43:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Robbie Keane]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=2245</guid>
		<description><![CDATA[ชัยชนะเหนือ เบิร์นลี่ย์ ด้วยผลสกอร์ 5ประตูต่อศูนย์นั้นทำให้พวกเราเหล่าสาวกไก่เดือยทองกลับมามีรอยยิ้มเจือในใบหน้าอีกครั้ง หลังจากที่2นัดที่ผ่านมาในลีก ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้แบบหมดรูป ซึ่งจากชัยชนะเหนือเบิร์นลี่ย์ ในนัดนี้อาจจะทำให้ทีมกลับมาเล่นด้วยความมั่นใจอีกครั้งนึง โดยเฉพาะกัปตันทีมของเรา ร็อบบี้ คีน   หลังจากที่คีนโน่กัปตันทีมของเรากลับมาร่วมทีมอีกครั้งในคำรบสอง คีนโน่ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่ามีฟอร์มการเล่นที่ไม่เหมือนเดิมและกำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้ว ซึ่งถึงแม้ร็อบบี้ คีนจะไม่มีฟอร์มการเล่นที่เหมือนเดิม แต่ก็มีอยู่สิ่งหนึ่งในตัวร็อบบี้ คีน ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยนั่นก็คือ การให้ใจกับทีม ร็อบบี้ คีนยังคงเป็นร็อบบี้ คีนคนเดิม ยังคงทุ่มเท กระตุ้นลูกทีม และแสดงออกว่าเล่นเพื่อทีมอยู่เสมอ และก็ยังคงเป็นที่รักและขวัญใจแฟนบอลใน ไวท์ ฮาร์ท เลน อยู่เหมือนเดิม ทำให้เห็นว่าการจากไปลิเวอร์พูลในช่วงเวลา 6 เดือนนั้นไม่ได้ทำให้ความรักที่คีนโน่มีต่อแฟนบอลและความรักที่แฟนบอลมีต่อคีนโน่ได้เปลี่ยนไปเลย นั้นก็คงจะเป็นเพราะว่าตลอดเวลาที่ร็อบบี้ คีน สวมชุดของสเปอร์สลงสนามเขาได้พิสูจน์ให้แฟนบอลได้เห็นแล้วว่าร็อบบี้ คีนได้ทุ่มเทแค่ไหนในการเล่นให้กับทีมที่พวกเขารัก ทั้งฟอร์มการเล่น ผลงานการทำประตู และภาพที่ยังติดตาแฟนบอลได้ดีก็คือน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมาจากใจด้วยความปลื้มปิติและดีใจเมื่อครั้งฉลองแชมป์ลีกคัพ2008 ภาพการฉลองแชมป์อย่างบ้าคลั่งที่สุดในทีม นั่นเป็นสิ่งที่ซื้อใจเหล่ายิด อาร์มมี่ได้เป็นอย่างดี เพราะนั้นเป็นสิ่งที่แสดงออกมาจากใจหาใช่แสแสร้งแกล้งทำอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าตอนที่เขาจากใจไปลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ทำให้เหล่าแฟนบอลนั้นได้เคืองโกรธกันซะเท่าไหร่และก็ยังเข้าใจคีนโน่เป็นอย่างดีอีกด้วยนั่นก็เป็นเพราะคีนโน่นั้นได้เปิดใจว่าการตัดสินใจอำลาสเปอร์สนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตแต่ที่เขาต้องทำนั้นก็เป็นเพราะว่าลิเวอร์พูลนั้นเป็นความฝันของเขาตั้งแต่ยังเด็กและเมื่อมีโอกาสที่จะทำให้ฝันเป็นจริงมันก็คงจะยากที่จะตอบปฏิเสธ และสิ่งที่เขาย้ำและพูดอยู่เสมอในตอนที่ย้ายทีมใหม่ๆก็คือ การที่แฟนบอลสเปอร์สดีกับตัวเขาเป็นอย่างมากและเขาอยากขอบคุณที่แฟนบอลที่ให้การสนับสนุนผมตัวเขาตลอดและเขาจะไม่ลืมสิ่งที่พวกแฟนบอลทำเพื่อตัวเขาเลย และแล้วร็อบบี้ คีนก็ไม่ลืมแฟนบอลที่เขารักจริงๆเมื่อเขาตัดสินใจกลับมาสวมเสื้อสีขาวของสเปอร์สอีกครั้ง และการกลับมาร่วมทีมสเปอร์สอีกครั้งเป็นคำรบสองนั้นเขาได้กลับมาเป็นตัวจุดประกายและเป็นผู้นำให้เรียกสปิริตของทีมให้กลับมาฮึดสู้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่ทีมกำลังต้องดิ้นรนตกชั้น จนทีมสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายตรงนั้นมาได้ มาจนถึงฤดูกาลนี้ถึงแม้ว่าทีมจะทำผลงานได้ค่อนข้างดี แต่ฟอร์มของคีนก็ยังเป็นคำถามในใจของใครหลายๆคน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/2245/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่วมสุข! ร่วมทุกข์?</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/2041</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/2041#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2009 00:06:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=2041</guid>
		<description><![CDATA[ในที่สุดทีมสเปอร์สของเราก็รู้จักกับคำว่า แพ้ ในฤดูกาลนี้เป็นนัดแรกสักที หลังจากที่ 4 นัดแรกสะกดคำว่า แพ้ ไม่เป็น ชนะรวด4นัดติดๆมันซะอย่างนั้น และจากการออกสตาร์ทที่แจ่มขนาดนั้นก็ทำให้จ่าและผู้เล่นก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอกันโดยไม่ขาดปากกันถ้วนหน้า แต่หลังจากการพ่ายแพ้นัดแรกต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำให้ใครต่อใครหลายๆคนลืมฟอร์มการเล่นที่สวยสดและการชนะ4นัดติดครั้งแรกในรอบเกือบๆ50ปีไปจนหมด และมองว่าทีมเรามีจุดอ่อนอยู่เต็มไปหมด ทั้งๆ4นัดแรก ไม่เห็นจะมีใครจะมองเห็นจุดอ่อนหรือออกมาพูดเรื่องจุดบกพร่องของทีมกันเลย ถ้าจะว่ากันไปแล้วเราก็ต้องขอขอบคุณทางด้าน แมน ยูไนเต็ด ด้วยที่ทำให้เรามองเห็นจุดอ่อนของเราสักทีว่ามันมีอะไรที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป และอีกอย่างนึงที่สำคัญก็คือการดึงสเปอร์สมาสู่ความเป็นจริงที่ว่าเรายังมีระยะห่างกับทีมระดับชั้นนำอยู่พอสมควร และยังต้องมีการพัฒนาอีกเยอะในการที่จะไปเขย่าบัลลังก์ที่มั่นคงของเหล่าบิ๊กโฟร์ หลายๆคน อาจจะมองที่เราพ่ายแพ้ไปเพราะการวางแท็กติกและการแก้เกมส์ที่ผิดพลาดของจ่า และโยนความผิดไปที่จ่าเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับร็อบบี้ คีนไปเล่นทางด้านซ้าย การเปลี่ยนปาลาซิออสออกในครึ่งหลัง การเปลี่ยนฮัตตันลงมา หรือการที่ไม่ยอมส่งพลาฟิวเชนโก้ลงมาเล่น แต่ผมกลับมองว่าทุกสิ่งอย่างนั้นมันมีเหตุผลในตัวของมันเองอยู่แล้ว ในการส่งคีนโน่ลงมาเล่นทางด้านซ้ายนั้น จ่าก็ได้ทดลองบ้างแล้วในการเล่นกับเบอร์มิงแฮม ในตอนที่โมดริชเจ็บและต้องโดนเปลี่ยนออก ซึ่งผลงานในนัดนั้นก็ออกมาดีไม่ได้ขี้เหร่อะไร และอีกอย่างตัวที่คาดว่าจะมาเสียบแทนโมดริช อย่างนิโก้ ครันช่า ก็เพิ่งจะมาร่วมทีมยังคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักระยะ ส่วนนักเตะที่สามารถลงเล่นในตำแหน่งนี้ได้อย่าง เดวิด เบนท์ลี่ยและจิโอวานนี่ ดอส ซานโตส ก็ยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมมากนักในฤดูกาลนี้โดยเฉพาะในชัยชนะ 4 นัดแรกที่ผ่านมา ส่วนการเปลี่ยน ปาลาซิออส ออกในครึ่งหลังนั้น ผมคิดว่าเป็นการคิดที่ถูกต้องแล้วของจ่า เพราะปาลาซิออสในนัดที่เจอกับแมน ยูไนเต็ดนั้น เป็นปาลาซิออสที่ไม่ใช่ปาลาซิออส พละกำลังที่เคยเต็มเปี่ยมนั้นหมดไปกับการเล่นทีมชาติ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/2041/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อจ่าจะปีนหิ้ง</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/1850</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/1850#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2009 08:19:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=1850</guid>
		<description><![CDATA[เอ่อ เอ่อ เอ่อ คือผมไม่ได้ติดอ่างนะครับแต่ว่าอารมณ์ในช่วงนี้มันสุขล้นเอ่อจนท่วมอกท่วมใจหมดแล้วครับ แหม..ก็ตั้งแต่ออกจากท้องแม่มาเชียร์สเปอร์ส ก็มีปีนี้นี่แหละครับที่ได้ตีปีกโก่งคอขันแบบเต็มที่  ชัยชนะ4นัดติดที่มาพร้อมกับ12แต้มเต็มยอมรับว่าเหนือความคาดหมายนิดๆ ที่บอกว่านิดๆก็เพราะถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้ผมค่อนข้างจะมั่นใจอยู่พอสมควรว่าทีมรักของเราจะมีผลงานที่ดีเพราะผมเชื่อมั่นและมั่นใจในแนวทางการทำงานของจ่าที่ไม่หวือหวาแต่แน่นอน จะสามารถนำสเปอร์สไปถูกทางและประสบความสำเร็จได้ แต่ไอ้ชนะรวด4นัดติดมันเกินคาดไปนิดนะจ่า ฮ่าๆ                           แต่ถึงจ่าจะทำให้ผมช็อคด้วยการชนะสัก 10 นัดรวดก็ไม่ว่ากันนะครับ หรือถ้าจะให้ดีชะสัก 12 นัดรวดไปเลยก็ดีนะจ่า จะได้ทำลายสถิติชนะติดต่อกันในลีกสูงสุดของทีมไปเลย ครับสถิติชนะติดต่อกันในลีกสูงสุดของเราอยู่ที่ 11 นัดรวดมันเกิดขึ้นในทีมชุดที่ถือเป็นตำนานของไก่เดือยทองอย่างแท้จริงหรือจะเรียกได้ว่าเป็นทีมชุดที่ถูกอัญเชิญขึ้นไปไว้ในหิ้งเรียบร้อยแล้ว                           ครับนั่นก็คือทีมสเปอร์สปี1961ภายใต้การคุมทีมของปรมาจารย์ลูกหนังแห่ง ไวท์ ฮาร์ท เลน บิลล์ นิโคลสัน ซึ่งถือว่าเป็นทีมชุดที่สุดยอดและดีที่สุดของสเปอร์สที่เคยมีมาและยังเป็นทีมชุดที่ถูกจารึกไว้ในเป็นตำนานในฟุตบอลอักฤษอีกด้วย  เพราะว่านอกจากชัยชนะ 11 นัดรวดในลีกที่ทำได้แล้ว ทีมชุดนั้นยังสามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์คือสามารถคว้าทั้งแชมป์ลีกสูงสุดและแชมป์เอฟ เอ คัพ เป็นทีมแรกของอังกฤษอีกด้วย                   และหลังจากที่ทีมชุดปัจจุบันภายใต้การคุมทีมของ “ฮูดินี” จ่าแฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์  ทำผลงานในการออกสตาร์ทได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ทีมชุดปี1961ทำได้นั้น ทำให้เริ่มมีการเปรียบเทียบจากสื่อต่างๆในอังกฤษรวมถึงบรรดาแฟนบอลว่าทีมชุดนี้ของจ่าอาจจะก้าวขึ้นไปเทียบกับทีมรุ่นขึ้นหิ้งของปู่บิลล์ได้และจะสามารถทลายกำแพงบิ๊กโฟร์ได้สำเร็จอีกด้วย                           แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นปัจจัยหลักๆที่จะทำให้ทีมชุดนี้สามารถก้าวขึ้นไปปีนหิ้งทีมของปู่บิลล์ได้สำเร็จผมมองว่าปัจจัยแรกเลยก็คือฟอร์มการเล่นในช่วงการออกสตาร์ทนี่เอง เพราะว่าชัยชนะแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ใน 4 นัดแรกที่นับเป็นการออกสตาร์ตที่ดีที่สุดของสเปอร์สในรอบ 49 ปี ซึ่งก็นับว่าแปลกและตลกอยู่พอสมควรเหมือนกันเพราะว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วสเปอร์สเพิ่งจะทำสถิติการออกสตาร์ทที่ห่วยที่สุดในรอบ 60 ปี มาในปีนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/1850/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>40</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขยับถูกที่ จี้ถูกจุด ไปถูกทาง</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/1489</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/1489#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 12:04:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=1489</guid>
		<description><![CDATA[สเปอร์เปิดตัวพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วยฟอร์มประดุจเทพและสวยงามที่สุดในรอบหลายปี เริ่มด้วยการเปิดตัวนัดแรก ทีมรักของเราสามารถเอาชนะทีมใหญ่อย่าง “หงส์แดง”ลิเวอร์พูลไปได้ชนิดที่ว่าเรียกได้ว่าสะใจสาวกไก่เดือยทองกันทั้งบาง แถมยังได้เห็นประตูงามๆจากนักเตะที่ไม่เคยยิงประตูได้มาก่อนอย่างเอนก็อตโต้และลูกโหม่งประตูชัยจากนักเตะใหม่ถอดด้ามที่ลงสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกอย่าง เซบาสเตียง บาสซง เรียกว่าเป็นการเปิดตัวอย่างสวยงามที่สุด นัดต่อมาทีมรักของเราก็ยังฟอร์มดุไม่เลิก เมื่อไล่จิกหมากระจายไป5-1พร้อมกับการทำแฮตทริกของเจอร์เมน เดโฟ                       นี่เป็นความสุขที่แฟนๆไก่เดือยทองไม่ได้สัมผัสแบบนี้มาถึง 3 ปีเต็มๆแล้ว ทั้งๆที่ปีนี่นับว่าเป็นปีที่สเปอร์ขยับตัวในตลาดนักเตะน้อยมากๆถ้าเทียบกับปีที่ผ่านๆมา โดยถ้านับดูใน11ตัวจริงนัดที่พบกับลิเวอร์พูลและฮัลล์จะเห็นว่ามีนักเตะใหม่ที่ลงสนามเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ บาสซง ซึ่งถ้าเกิดวู้ดดี้กับดอว์สันไม่เจ็บ เราก็จะเห็นทีมที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลที่แล้วเลย                       หลายๆฤดูกาลที่ผ่านทีมสเปอร์ของเรานับว่าเป็นทีมที่สร้างความฮือฮาในตลาดการซื้อขายนักเตะมาอยู่เสมอๆเรียกได้ว่าสเปอร์จะเป็นทีมระดับหัวแถวในพรีเมียร์ที่มีการเปลี่ยนนักเตะเยอะที่สุดมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาหลายฤดูกาลก็จะเห็นได้ว่าการซื้อตัวนักเตะใหม่ๆเข้ามาเยอะก็ไม่ได้เป็นการตอบโจทย์ที่ว่าทีมจะเล่นได้ดีขึ้นและประสบความสำเร็จเสมอไป ที่ให้มาอย่างเดียวดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ ความหวัง ที่ว่าทีมจะดีขึ้นเท่านั้น เพราะหลายๆคนก็คงจะคิดเหมือนๆกันว่านักเตะที่มาใหม่คงจะดีกว่านักเตะเก่าและจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน                      ซึ่งถ้าจะสังเกตุกันดีแล้วจะเห็นว่าทีมในระดับกลางและระดับล่างจะมีการซื้อขายเปลี่ยนแปลงนักเตะกันมากกว่าทีมในระดับหัวแถวอย่างพวกทีม BIG4 ที่ปีๆนึงไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงทีมมากนักหรือถ้าจะมีการซื้อตัวกันแต่ละทีก็จะเป็นตัวเป้งๆกันทั้งนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าอันที่จริงแล้วนักเตะในทีมใหญ่ๆก็จะเป็นพวกระดับโลกกันทั้งนั้นอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทีมอะไรมากมายในปีๆนึง                      ผิดกับพวกทีมที่อยู่ในระดับที่รองๆลงมาอย่างทีมระดับล่างๆที่ก็ต้องมีการขยับตัวในตลาดเยอะหน่อยเพราะว่าเป้าหมายคือการต้องหนีการตกชั้นเพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าทีมในระดับล่างๆจะมีการซื้อตัวเข้ามากันค่อนข้างเยอะซึ่งส่วนมากก็จะเป็นแบบจะเป็นว่าต้องเอาไว้ก่อนถึงแม้ว่านักเตะทีมที่ทีมระดับนี้ซื้อมาบางคนอาจจะเคยล้มเหลวกับทีมอื่นมาแล้วแต่ก็ต้องเสี่ยงเพราะอาจจะมีประโยชน์กับทีมตัวเองในแง่ของประสบการณ์ที่อาจจะมาช่วยทีมตัวเองและประคองนักเตะรุ่นน้องหรือไม่เคยสัมผัสเกมส์ในระดับพรีเมียร์คนอื่นๆได้ อย่างเช่นน้องใหม่เบอร์มิงแฮมที่เซ็นสัญญากับ แบร์รี่ เฟอร์กูสัน ที่เคยล้มเหลวมากับแบล็คเบิร์นหรือ ลี คาร์สลี่ย์และ ลี โบวเยอร์ ที่เคยมีประสบการณ์ในระดับสูงมาหลายปี                                             ส่วนในทีมระดับกลางๆซึ่งก็รวมถึงทีมสเปอร์ของเราด้วยในแต่ละปีก็จะมีขยับตัวซื้อขาดนักเตะกันครึกครื้นกันแทบทุกปีอย่างทีมสามล้อถูกหวยอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีการซื้อตัวที่บ้าระห่ำที่สุดในฤดูกาลนี้ ชนิดที่ว่าทีมอื่นต้องมามองกันตาละห้อย หรืออย่างแอสตัน วิลล่าที่ถึงแม้จะเสียนักเตะสำคัญอย่าง แบร์รี่ ไปแต่ก็ยังมีการซื้อที่ฮือฮาบ้างกับการดึงตัว สจ็วต ดาวนิ่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/1489/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฤา พาฟจะพังพาบ?</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/1238</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/1238#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2009 13:56:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พญาไก่ 2009</dc:creator>
				<category><![CDATA[พญาไก่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=1238</guid>
		<description><![CDATA[เจอร์เก้น คลิ้นส์มันส์ กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ นักเตะ2คนนี้มีหลายๆอย่างที่ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน อย่างแรกเลยก็คือในตอนที่สวมยูนิฟอร์มของไก่เดือยทอง ทั้งคู่สามารถระเบิดฟอร์มออกมาได้อย่างสุดยอดยิงได้กระจุยกระจาย อย่างที่สองก็คือการก้าวเข้าไปสู่ในดวงใจของเหล่ากองเชียร์ ยิด อาร์มมี่ ทั้งหลาย ทั้งคู่ถือว่าเป็นขวัญใจของแฟนๆสเปอร์แทบทุกคน กองเชียร์รุ่นเก่าๆหน่อยหลายคนเริ่มเชียร์สเปอร์ในยุคของคลิ้นซี่พอดีและก็ยึดเจ้าฉลามขาวเป็นขวัญใจมาโดยตลอด เช่นเดียวกันกับแฟนบอลรุ่นใหม่ๆที่ถือว่าเบิร์บคือสุดยอดขวัญใจของพวกเขาเช่นกัน                      แต่ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่มีความแตกต่างต่างกัน ความแตกต่างของทั้งคู่ก็คือ การอำลาทีม แน่นอนว่าการเป็นถึงนักเตะขวัญใจแฟนบอลถ้าคิดจะหันหลังให้กับทีมแล้วต้องพร้อมยอมรับอาการต่างๆของเหล่าแฟนบอลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน จะเป็นแบบอวยพรให้โชคดีหรือจะเป็นแบบสาปส่งชนิดเผาพริกเผาเกลือ เจ้าฉลามขาว เจอร์เก้น คลิ้นส์มันส์ รอบแรกที่เข้าอำลาทีมนั้น เขาตัดสินใจประกาศไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคในวันสุดท้ายของซีซั่นทันที แต่คลิ้นซี่ก็ไม่ได้สร้างความแค้นเคืองให้กับแฟนบอลเท่าไรนัก เพราะว่า อลัน ซูการ์ ประธานสโมสรในขณะนั้นได้ขโมยซีนไปซะหมด  ซูการ์ได้กล่าวโจมตีคลิ้นซี่ว่าเป็นคนทรยศแต่ที่จริงแล้วมีการเปิดเผยว่าที่คลิ้นซี่สามารถย้ายทีมได้ทันทีนั้นเป็นเพราะว่า ซูการ์ ได้ทำสัญญาเปิดเอาไว้ว่าคลิ้นส์มันส์สามารถจะย้ายทีมไปไหนก็ได้ทันทีที่จบฤดูกาลแรก ทำให้แฟนบอลไม่ได้ติดใจในการอำลาทีมของคลิ้นซี่ในครั้งนั้น แต่ถ้าจะมองกันดีๆจะเห็นว่าจริงๆแล้วคลิ้นซี่ก็ไม่ได้อยากจะปักหลักในถิ่นเดอะ เลนเท่าไหร่นักจึงได้ขอสัญญาแบบนั้น                      แต่ข้อครหาขอ คลิ้นซี่ ก็หมดไปเมื่อเขากลับมาร่วมทีมอีกครั้งในช่วงที่ทีมย่ำแย่กำลังจะตกชั้น โดยคลิ้นซี่ก็เข้ามาช่วยทีมให้รอดพ้นการตกชั้นได้สำเร็จ ครั้งนี้ก็เลยเป็นการอำลาทีมอย่างสวยงามไร้ข้อครหา ทำให้คลิ้นซี่กลายเป็นนักเตะขึ้นหิ้งของสเปอร์ไปอีกคน กลับกันกับทางด้าน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ที่ไม่ว่าสโมสรและแฟนบอลจะพยายามฉุดรั้งตัวเขาไว้เท่าไรก็ไม่จะทำให้เบิร์บจะใจอ่อนได้เลย ทำให้เบิร์บกลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลสเปอร์จงเกลียดจงชังมากที่สุดคนนึง เข้าข่ายคำที่ว่ารักมากก็เกลียดมาก แต่ถ้าในอนาคตเบิร์บกลับมาสวมเสื้อสเปอร์อีกครั้งก็อาจจะได้รับการยอมรับอย่างเจ้าฉลามขาวก็เป็นได้                         ความแตกต่างอีกอย่างนึงก็คือ คนที่เข้ามาแทนที่พวกเขา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/1238/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>36</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

