<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Spurs Thailand &#187; cybersin</title>
	<atom:link href="http://www.spursthailand.net/archives/category/columns/cybersin/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.spursthailand.net</link>
	<description>สเปอร์สไทยแลนด์ ข่าว สเปอร์ส รายวัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 03:28:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ย้อนรอยฮีโร่พันธุ์ไก่ : เอริค ธอร์สเวตท์</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/1124</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/1124#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Aug 2009 08:54:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Cybersin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cybersin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=1124</guid>
		<description><![CDATA[หลังการแขวนถุงมือของยอดนายทวารคงกระพันอย่าง เรย์ คลีเมนซ์ ในฤดูกาล 1987-88 ปิดฉากการเฝ้าเสาให้ไก่เดือยทองยาวนานถึง 7 ปี สเปอร์ก็ต้องวิ่งวุ่นหานายทวารฝีมือดี เพื่อมารับหน้าที่นายด่านยืนหยัดปกป้องประตูจากการรุกรานของข้าศึก ให้บังเอิญที่ว่าโจทย์ที่คุณน้าคลีเมนซ์ทิ้งไว้ให้นั้นมันหินยิ่งนัก จะมีนายทวารซักกี่คนที่จะมาแทนที่นายทวารระดับ เรย์ คลีเมนซ์ ได้ หลังจากสอดสายตามองไปทั่วปฐพี เราก็ไปได้นายทวารหน้าตลกที่ชื่อกลับตลกยิ่งกว่าหน้า นั่นก็คือ บ็อบบี้ มิมส์!&#8230;. ไอ้หนุ่มมิมส์วัย 25 (ในตอนนั้น) มีฐานะเป็นเพียงแค่มือสองรองจาก เนวิลล์ เซาท์ธอลล์ ในค่ายทอฟฟี่เมนเท่านั้น จะมาหาญกล้ารับภาระอันใหญ่หลวงนี้ได้เชียวหรือ&#8230;        หลังจากหน้ามืดตามัว ปล่อยให้มิมส์เฝ้าปากเล้าอยู่ตั้ง 1 ฤดูกาลเต็มๆ สเปอร์ที่เริ่มตาสว่างก็ทำการสอดส่ายสายตามองหานายทวารฝีมือดีเป็นการด่วน และเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลกุนซือไก่ในยามนั้น ก็ไปสะดุดตากับไอ้หนุ่มผมทองหน้าจืดสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว นายทวารสัญชาตินอร์วีเจี้ยนที่เฝ้าเสาให้กับ ไอเอฟเค โกเตเบิร์ก ยักษ์ใหญ่แห่งสวีเดนเข้าอย่างจัง เช็คมูลค่า 400,000 ปอนด์ถูกเซ็นเพื่อคว้าตัวนายทวารผู้มีนามว่า เอริค ธอร์สเวตท์ เข้าสู่รัง ไวท์ ฮาร์ท เลน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/1124/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนรอยฮีโร่พันธุ์ไก่ : นาอิม</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/847</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/847#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 15:29:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Cybersin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cybersin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=847</guid>
		<description><![CDATA[ย้อนรอยฮีโร่พันธุ์ไก่ : นาอิม หากเอ่ยถึง โมฮัมเหม็ด อาลี อมาร์ นักเตะเชื้อสายโมร็อคคัน หลายๆคนคงจะส่ายหน้า แต่ช้าก่อน หากคุณเป็นแฟนไก่จริง โดยเฉพาะถ้าทันในยุคปลายทศวรรษที่ 80 คาบเกี่ยวต้นทศวรรษที่ 90 คุณจะบอกว่าไม่รู้จักหมอนี่ไม่ได้เลย นักเตะมิดฟิลด์ชาวสเปนผู้มีเชื้อสายโมร็อคโคผู้นี้ ลงเล่นให้ไก่เดือยทองไปถึง 144 นัด ซัดไป 18 ประตู ตลอดระยะเวลา 5 ปี ผลงานขนาดนี้ ถ้าคุณจะบอกว่าไม่รู้จักเขาก็คงจะเกินไปหน่อย แต่จริงๆแล้ว พวกเราก็รู้จักและไม่เคยลืมเขาอยู่แล้ว เพียงแต่พวกเราไม่ได้เรียกเขาว่า โมฮัมเหม็ด อาลี อมาร์ หากแต่ชื่อที่แฟนไก่ทุกคนเรียกขานเขาก็คือ “นาอิม” นั่นเอง&#8230; มิดฟิลด์จอมเทคนิคผู้นี้เคยเป็นนักเตะของเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่ามาก่อน โดยโชว์ผลงานโลกสะท้าน ลงเล่นไปตั้ง 7 เกมส์ตลอดระยะเวลา 2 ปีในถิ่นคัมป์นู เมื่อเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปเห็นทีจะรากงอก พาลจะลืมวิธีเตะบอลไปซะเปล่าๆ ด้วยเหตุนี้จึงถูกเทอรี่ เวนาเบิ้ลส์ กุนซือสเปอร์ในยุคนั้น ซึ่งเคยคุมบาร์ซ่ามาก่อน ดึงตัวมาสู่รั้วไวท์ ฮาร์ท เลน ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อเดือน พย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/847/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนรอยฮีโร่พันธุ์ไก่ :พอล สจ๊วต</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/382</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/382#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 16:28:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Cybersin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cybersin]]></category>
		<category><![CDATA[legends]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=382</guid>
		<description><![CDATA[ฤดูกาล 1988-89 เป็นฤดูกาลหนึ่งที่แฟนไก่ต้องพบกับความกังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุที่ดาวยิงจอมถล่มประตูในยุคนั้นอย่างไคลฟ์ อัลเลน หันหลังให้กับสโมสร ออกไปแสวงโชคกับบอร์กโดซ์ทีมดังแห่งฝรั่งเศส ทิ้งปัญหาให้สาวกไก่ต้องขบคิดกันว่า ใครกันหนอที่จะมารับหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟันไล่ยิงชาวบ้านให้ไส้แตก เหมือนอย่างที่ไคลฟ์ อัลเลนเคยทำไว้ นับว่าโชคยังดีที่ฟ้าประทานดาวยิงระดับเพชฌฆาตเรียกพ่ออย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ มาให้ในปีถัดมา แต่เคยทราบกันมั้ยว่า ก่อนหน้านั้น สเปอร์ได้ทุ่มงบถึง 1.7 ล้านปอนด์เพื่อคว้าดาวยิงผู้มีนามว่า พอล สจ๊วต โดยหวังจะให้สืบทอดตำนานนักฆ่าในถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน      ไคลฟ์ อัลเลน จากสโมสรไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 1988 เพื่อค้าแข้งในฝรั่งเศส แต่อีกสามเดือนให้หลัง สเปอร์ในยุคเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ก็ดอดไปเซ็นสัญญากับดาวยิงไฟพะเนียงวัย 24 ปีจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับความหวังเต็มปรี่ว่า ดาวยิงเจ้าของสถิติ 26 ประตูจาก 51 นัดของซิตี้นี้ จะรับภาระอันหนักอึ้งที่ไคลฟ์ อัลเลนทิ้งไว้ให้ แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด สจ๊วตที่ยิงเป็นปืนกลในชุดเรือใบสีฟ้า กลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในบทบาทกองหน้าในชุดไก่เดือยทอง ถึงตอนนั้นหลายคนเริ่มสงสัยกับจำนวนเงินที่สโมสรต้องจ่ายไปว่าไอ้หนุ่มหัวหยิกคนนี้จะตอบแทนได้ซักเท่าไหร่      นานวันเข้าความคาดหวังในตัวเจ้าหนุ่มคนนี้ยิ่งหนักอึ้งขึ้นทุกวัน แต่จำนวนประตูที่แฟนๆคาดหวังกลับเกิดขึ้นน้อยกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับการมาของโคตรเพชฌฆาตอย่างแกรี่ ลินิเกอร์ ที่ทำให้อนาคตของสจ๊วตเริ่มมีเครื่องหมายคำถามมากขึ้นทุกที ว่าเขาเหมาะที่จะเป็นตัวความหวังแทนที่ไคลฟ์ อัลเลน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/382/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนรอยฮีโร่พันธุ์ไก่ : Allan Nielsen</title>
		<link>http://www.spursthailand.net/archives/21</link>
		<comments>http://www.spursthailand.net/archives/21#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 01:11:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Cybersin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cybersin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.spursthailand.net/thfc/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[ เป็นประจำ ที่เมื่อทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปจบลง ข่าวคราวและความเคลื่อนไหวในตลาดลูกหนังย่อมฟุ้งกันจบควันตลบ รวมไปถึงความคาดหวังของแฟนๆแต่ละทีม ที่หมายมั่นไว้ว่านักเตะคนใดที่ฉายแววเด่นในทัวร์นาเมนท์นั้นๆ จะมาร่วมหอลงโรงบ้าง ไม่เว้นแม้แต่พวกเราสาวก Yid army ที่มักลุ้นจนหงอนโก่งทุกครั้งที่ทัวร์นาเมนท์เหล่านี้จบลง เมื่อ Worldcup 94 จบลง พวกเราเคยชูคอผงาดหงอนต้อนรับการมาเยือนของสตาร์เวิร์ลคัพในครานั้นอย่าง พี่หลาม เจอร์เก้น คลินส์มันน์ , อีลี่ ดูมิเตรสคู และจีก้า โปเปสคู ดูโอโรมาเนียน แต่ถ้าถามว่าตอนจบยูโร 96 เราได้ใครมา บางท่านอาจจะลืมไปแล้ว ย้อนเวลาไปในเมื่อฤดูกาล 1996 นั้น ทันทีที่ทัวร์นาเมนท์ยูโร 96 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจบลง นักเตะมากหน้าหลายตาที่โชว์ฟอร์มเด่นในทัวร์นาเมนท์นั้น ต่างเวียนว่ายเป็นข่าวกับเราไม่เว้นวัน ชื่อของมัธธีอัส ซามเมอร์ รวมไปถึง เฟอร์นานโด คูโต้ คือชื่อที่ถูกเอ่ยถึงบ่อยที่สุด แต่คนที่เราได้มาจริงๆกลับเป็นมิดฟิลด์ร่างบางจากเดนมาร์ค ซึ่งใครจะรู้ว่า อีก 3 ปีต่อมา เขาคนนี้จะเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของทีม นักเตะกองกลางจอมถล่มประตูผู้นั้นมีนามว่า “อัลลัน นีลเซ่น” อัลลัน นีลเซ่น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.spursthailand.net/archives/21/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

