(เคย) ว่ากันว่า ไก่เดือยทอง ท็อทแน่ม ฮอทสเปอร์คือเจ้าแห่งรายการฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษอย่าง FA Cup ด้วยสถิติครองแชมป์มากที่สุดถึง 8 สมัย และเมื่อครานั้น เด็กตาดำๆคนนึง ช่างภูมิใจในเกรียติยศอันนี้เหลือเกิน
และเฝ้าติดตามการแข่งขันรายการนี้ของทีมรักมาตลอด และหวังว่าจะได้ใส่เสื้อทีมรักที่ซื้อมาราคาถูกๆ หน้าจอทีวี นั่งกินขนมขบเคี้ยวตอนกลางคืนดึก ตามประสาเด็ก จากการถ่ายทอดทาง ฟรีทีวี ซักครั้ง แต่แล้วก็ผิดหวังมาตลอด นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็รวมระยะเวลา 16 ปีเต็ม ยังไม่ได้เห็นทีมรักของตัวเอง ได้ก้าวเข้าไปเหยียบ เวมบลีย์ ในฐานะคู่ชิง เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เป็นสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นความฝันอย่างนึงของของแฟนบอลคนนึงที่อยากเห็นนักเตะของตัวเองเดินใส่สูท ลงสนามท่ามกลางธงสีขาวกรม มีตราสโมสรสเปอร์ส โบกไปมา ทั่วทั้งสนามแล้วมีเสียงร้องเพลงเชียร์ดั่งกระหี่มกับเขาบ้าง ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1991 ตอนนั้นผมเองก็ยังไม่ได้ติดตามมากนัก แต่ก็ต้องการจะเห็นภาพอย่างนั้นเหลือเกิน ทุกคนที่เชียร์สเปอร์สอยู่ทุกวันนี้ เชื่อได้เลยว่า มาจากปีนั้นเยอะพอสมควร และคงไม่มีใครลืมบุรุษที่มืชื่อว่า พอล แกซคอยส์ หรือ แกรี่ ลินิเกอร์ ได้อย่างแน่นอน
แม้ว่าปี 1992 สเปอร์สจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศอีกครั้งก็ตาม แต่ก็ต้องผิดหวังไปไปถูกอาเซน่อลล้างแค้นไปได้ เพราะปี 1991 สเปอร์สเอาชนะอาเซน่อลได้แบบสะใจแฟนบอล โดยเฉพาะลูกยิงฟรีคิกของพอลแกซซ่า หลายคนสมัยนั้นคงจำกันได้
หลังจากนั้นปี 1994 สเปอร์สก็ต้องผิดหวังเมื่อต้องกระเด็นตกรอบ 4 ด้วยการแพ้ต่ออิสวิท ทาวน์ แต่ว่าปี 1995 สเปอร์สเค้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ในยุคของ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม ดาเรน แอนเดอร์ตัน และ เจ้าฉลามขาว เจอร์เก้น ครินสมัน ในยุคของ เจอรี่ฟานซิส เราสามารถผ่านทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศ ได้อีกครั้งด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ของเจ้าฉลามขาวที่ตอนนี้เป็นไอดอลและเป็นนักเตะในใจของแฟนไก่หลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นการทำแฮทริกในรอบ 4 ด้วยการเอาชนะซันเดอร์แลนด์ หรือการยิงประตูเด็กปีกหงส์ในรอบรอง แต่ปีนั้นที่สะใจแฟนบอลมากที่สุดคงจะเป็นนัดที่เอาชนะเซาแธมตันไปได้ 6-2 ที่เล่นนอกบ้านสวมชุดสีเหลือง นักเตะที่จำได้ดีเลยคือรอนนี่ โรเซนธาล ที่ยิงแฮทริกได้ทำให้ผมรู้จักนักเตะคนนี้จำชื่อได้แม่นเลยตั้งแต่วันนั้น แต่แล้วแฟนไก่ก็ต้องมาน้ำตาซึมผิดหวัง เมื่อไปแพ้ต่อเอพเวอร์ตันอย่างขาดลอย 1 ต่อ 4 แม่เจ้าฉลามขาวจะยิงจุดโทษได้ลูกนึงก็ตาม
เกือบได้เข้าชิงแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ได้
ปี 1996 เป็นปีที่ทำให้ผมไม่มีวันลืม และเป็นปีแรกที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นสาวกไก่เข้าเลือด เป็นยุคที่หน้าหลามได้จากเราไป และมีผู้เล่นยุคใหม่คือยุคของ เชอริงแฮม คริส อาร์มสตรอง เจสัน ดอสเซน รอนนี่ โรเซลทาว ดาเรน แอนเดอร์ตัน ฟ๊อก และผู้รักษาประตูทรงผมเนี้ยบอย่าง เอียน วอร์คเกอร์ และผมก็หวังกับทีมรักมากเพื่อที่จะได้เห็นทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบลึกๆ เหตการณ์ที่ทำให้ผมไม่มีวันลืม นั่นก็คือนัดเจอกับน๊อตติ้งแฮม ฟอเรส และมีนักเตะฟอเรสคนนึงที่ผมไม่มีวันลืม จนถึงทุกวันนี้ เขาผู้นั้นมีนามว่า “เอียน โวน” และปีนั้นสเปอร์สก็เป็นทีมที่ได้ขึ้นชื่อว่า “เจ้าพ่อ รีเพลย์” ตั้งแต่รอบแรกที่เอาชนะทีมเฮียฟอร์ด (มั้งถ้าจำไม่ผิด) บุก
ไปเสมอ ก่อนจะมาอัดที่บ้าน 5-1 ด้วยการยิงแฮทริกของน้าหมี “เชอริงแฮม” ก่อนที่จะเหย้า เยือนกับวูฟแฮมตันอีกครั้งแล้วแมทต์หลังจากนั้นเอง หลายคนที่เชียร์ตอนนั้นคงจะจำกันได้ดี ที่ต้องเล่นรอบ 5 ถึง 3 นัดกับฟอร์เรส นัดแรกเล่นไปได้แค่ 18 นาทีหิมิ ตกหนักต้องเลื่อนเตะ แมทนั้น คริชอาร์สตองยิงนำไปก่อน 2-0 ผมคิดว่า สเปอร์สเราสบายแล้ว และคุ้มค่ากับการมานั่งกอดหมอน หน้าจอทีวีดูผ่านช่อง 7 กับทีวีสีเก่าๆคนเดียว แต่แล้วก็โดนฟรีคิก ของเอียน โวน เข้าไป โดยเฉพาะ ฟรีคิกลูกที่สองของ โวนนั้นทำถึงกับอ้าปากค้าง มันยิงได้ยังไงจากริมเส้น อัดเต็มข้อเสียบสามเหลี่ยมเข้าไป ทำให้ต้องไปรีเพลย์ ที่บ้านเราเอง แต่ดันไปเสมอ 1-1 แล้วก็แพ้จุดโทษไป ผมโมโหที่ต้องอดหลับอดนอนมาดูดึกๆ เอามือทุบทีวี จนพัง และโดนพ่อด่าจนทำให้ไม่ได้ดูบอลไปหลายนัดเหมือนกัน ตกรอบ 5 ไปตามระเบียบ
เอียนโวน ยิงลูกนี้ผมไม่มีวันลืม
แม้ว่ายุคปี 1997 และ 1998 เป็นยุคของ เลส เฟอร์ดินานด์ และ ดาวิด ชิโนล่า สองตำนานของสเปอร์ส โดยเฉพาะความหวือหวาโดดเด่นของ ชิโนล่าจะเข้ามาช่วยให้การเชียร์สเปอร์สของผมดูน่าตื่นเต้นขึ้นอีก แต่ก็ไม่ใช่ปีทองของสเปอร์สสำหรับรายการ FA Cup นี้ต้องกระเด็นตกรอบแรกและรอบสอง ด้วยการแพ้ต่อแมนซิตี้ และ บาร์นสลี่ ตามลำดับ ทำให้รู้สึกว่า FA Cup นั้นจะไม่ใช่ของหวานสำหรับสเปอร์สอีกต่อไป และที่ซ้ำร้ายกว่านั้นถือว่าเป็นยุคทองของ แมนยู และอาเซน่อลที่แซงหน้าสเปอร์สไปด้วย สถืติได้แชมป์ที่ดีกว่า เราก็จอดอยู่แค่ 8 สมัยมานานมากแล้ว
ในยุคปี 1999 แม้ทีมจะไม่มี เชอริงแฮม แต่ทีมก็มีนักเตะอย่างชิโนล่า อีเวอร์เซ่น แอนเดอร์ตัน เชอร์วูด นีลเซ่นเหมือนกัน และเป็นอีกปีที่เราทำได้ดี ด้วยการทะลุผ่านไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วยการอัดวิมเบอร์ดัน ลีดส์ ยูไนเต็ด และล้างแค้น บาร์นสลี่ได้สำเร็จ แต่ก็ไปแพ้ต่อ นิวคาสเซิ่ล 2-0 ที่เป็นยุคทองคำของ อลันเชียร์เรอร์ แต่ปีนี้ สเปอร์สก็ไม่ได้ผิดหวังรายการบอลถ้วยเสมอไป เพราะเราได้แชมป์รายการเล็กคือเวิร์ทธิงตัน ลีกคัพ มาครองได้สำเร็จจากการยิงเข้าประตูของอลัน นีลเซ่น หลายๆคนคงจำกันได้ดี และนั่นก็คือแชมป์อย่างเป็นทางการแชมป์แรกของผมเลยก็ว่าได้ตั้งแต่เชียร์มา
ปี 2000 เป็นอีกปีที่ช้ำชอกใจของผมเป็นอย่างมากเมื่อต้องมาโชคร้ายจับฉลากเจอกับคู่ปรับเก่าอย่างนิวคาสเซิ่ลที่เราแพ้ไปในปี 1999 แต่ก็เป็นโอกาสงามที่จะล้างแค้น แต่แล้วก็ไม่วายตกรอบแรกด้วยการแพ้นิวคาสเซิ่ลหลุดลุ่ยไปถึง 6-1 แม้ชิโนล่าจะยิงมาได้ลูกนึงก็ตาม เป็นอีกปีที่ย่ำแย่ของไก่เราเลยทีเดียว
ปี 2001 เป็นยุคที่ทีมเราไม่ค่อยจะมีนักเตะที่เล่นหวือหวาเอาซะเลย แต่รายการนี้เราก็ไปได้เรื่อยๆ เป็นยุคของเฟอร์ดินาน ทิมเชอร์วูด เรอบรอฟ สตีเว่นคาร์ ลีออนฮาร์ดเซ่น และดาวรุ่งอย่างไซม่อนเดวี่ส์ เราทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะ การเอาชนะคู่แข่งแบบนัดเดียวจบตั้งแต่รอบ สามถึงรอบห้า แต่คู่แข่งก็ต้องบอกว่าเราเหนือกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นลูตั้น ชาตั้น สต๊อกพอร์ส จะมีหนักๆก็รอบ 6 ที่ต้องเจอกับเวสแฮม แต่ตอนนั้น เซอร์เก เรบรอฟ ของขึ้นช่วยทีมยิงสองลูกเอาชนะเวสแฮมไปได้ 3-2 และทำให้เราผ่านทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศอีกครั้ง ด้วยการเจอคู่ปรับเก่าอย่างอาเซน่อล และผลก็เป็นไปตามความคาดหมายว่าเราพ่ายแพ้ไป ด้วยประตู 1-2 เราก็ได้แกรี่ โดเฮอร์ตี้ มายิงให้ทีม แกรี่ โอเฮอร์ตี้จะยิงให้สเปอร์ 3 ลูกเลยทีเดียวในรายการนี้
ยุคปี 2002 เป็นยุคของ คริสเตียนซีเก้ โปเย เจมี่ เรดแนปป และเชอริงแฮมกลับคืนสู่เล้าไก่ และก็เป็นปีแรกของ รอบบี้ คีนอีกด้วย ปีนี้เราทำผลงานกันได้ดีแต่ว่าสุดท้ายก็ต้องไปจอดที่รอบ 6 ด้วยการแพ้ต่อเชลซีไปขาดลอย 4-0 ทั้งๆที่รอบแรกๆเราเอาชนะคู่แข่งมาแบบสบายโคเวนทรี โบลตัน และทรานเมียร์ ด้วยการทำประตูแบบคลีนชีต 2-0, 4-0 และ 4-0 ตามลำดับ
ยุคปี 2003 เป็นยุคของ รอบบี้ คีนเต็มตัว และมีนักเตะอย่าง คานูเต้ ปอสติก้า เดโฟ และตัวเก๋าๆอย่าง โปเย และแอนเดอร์ตันก็ยังอยู่ช่วยทีม แต่แม้จะมีนักเตะกองหน้าระดับดีๆ แต่เราก็ไปแพ้เซาแธมตันเละเทะถึง 0-4 ตกรอบแรกไป ส่วนปี 2004 แม้จะชนะคริสตัน พาเลสได้รอบ สามแต่ก็ไปแพ้ต่อแมนซิตี้ รอบสี่แบบสุดมัน 3-4 โดยที่นัดแรกก็เสมอกัน 1-1 มาปี 2005 เราก็ทะลุไปถึงรอบก่อนรอง แต่ไปแพ้ต่อนิวคาสเซิ่ลเช่นเดิม และในปี 2006 เป็นยุคของจีนาส มิโด้ คีน เดโฟ คาริค และได้นักเตะอย่างดาวิดมาช่วย แต่สำหรับรายการ FA Cup ปี 2006 นี้เรากลับตกรอบแรก ด้วยการแพ้ต่อเลสเตอร์ ซิตี้ 2-3
ยุคปี 2007 กับ 2008 เป็นยุคทองของสเปอร์สในบอลพรีเมียร์เนื่องจากทำผลงานได้ดี แต่ว่าในบอลรายการ FA cup เราก็ต้องรอต่อไปเหมือนเดิม แม้ยุคนี้เราจะ
มีนักเตะอย่าง รอบบี้ คีน และดิมิทรา เบอร์บาตอฟ เป็นตัวชูโรงก็ตาม ในปี 2007 นั้นเราทะลุไปถึงรอบก่อนรอง ด้วยการเอาชนะทั้งคาร์ดิฟ เซาแธมตัน และฟูแล่ม ก่อนที่เราจะไปพลาดท่าแพ้ต่อเชลซีด้วยการรีเพลย์ ถ้าใครจำได้คงจะชอกช้ำระกำทรวงจริงๆ เพราะว่านัดนี้เราน่าจะเป็นฝ่ายเอาชนะเชลซีไปได้แล้ว แต่เราก็มาโดน มิคาเอลเอสเซียง ตามตีเสมอได้ในนาทีท้าย แบบเจ็บกระดองใจ ส่วนปี 2008 แม้ว่าเราจะล้างแค้น เชลซีด้วยการได้แชมป์คาริงคัพไปได้และเป็นแชมป์รายการที่สองของผมตั้งแต่เชียร์ไก่มา แต่เราก็ยังผิดหวังเช่นเดิมกับ FA Cup ด้วยการผูกขาดแพ้แต่ แมนยูไป 1-3
ปี 2009 แฟนไก่คงเกรียดผีเข้าใส้ไม่ว่าจะแพ้นัดชิง คาริงคัพ และก็กระเด็กตกรอบด้วยน้ำมือของ แมนยูที่ผูกขาดชนะทีมเรามาตลอด ปีนี้นักเตะดังๆอย่าง รอบบี้ คีน กับเบอร์บาตอฟก็ย้ายไปลิเวอร์พูล และแมนยูตามลำดับด้วย และเป็นปีที่วิกฤตของเราเลยก้ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นอันดับในตารางรวมไปถึงผลงานบอลถ้วยก็ย้ำแย่ และยังผูกขาดแพ้อีกด้วย ยุคนี้ทุกคนก็คงทราบดีว่าเป็นยุคของ สากทองคำ ดาเรนเบนท์ และพาฟิวเชนโก้ แม้หลังฤดูกาลเราจะได้ คีน และเดโฟกลับมาก็ตาม รายการ FA Cup ในปีนี้เราก็ตกรอบตามระเบียบ
ดังนั้น ปีนี้ 2010 เป็นปีที่เรา เหล่าสกวกยิดอาร์มี่ ก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นปีทองของเรา ทั้งผลงานที่แจ่มด้วยการคุมทีมของจ่า แฮรี่ เรดแนปป์ ด้วยผลงานของฟุตบอล FA Cup ที่เราเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้แม้ว่าจะเป็นเจ้าพ่อรีเพลย์ แต่ว่าเราก็โชคดีเหลือเกิน และมีโอกาสมากเหลือเกินที่จะได้เข้าไปชิงชนะเลิศ ผมเองก็ได้แต่หวังว่า 16 ปีที่รอคอยมา จะเป็นความจริงซักที ไม่ได้แต่หวังลมๆแล้งๆ หรือว่าไม่ได้แต่เสียวไปเสียวมา อย่างน้อยการเจอทีมทีมที่ มีปัญหาภายในอย่างปอร์สมัธ และอันดับตารางองพวกเขาอยู่อันดับสุดท้าย จะสามารถทำให้เราผ่านเข้าไปสู่นัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จซักครั้ง เชียร์มาหลายปี ตอนนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไป จากเด็กตัวดำๆ ต่างจังหวัดนั่งเชียร์ฟุตบอลทีมอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว ทุบทีวีตัวเองเพราะแพ้จุดโทษ เพราะตกรอบ FA cup ตอนนี้ขอซักครั้ง ขอได้เข้าชิง แม้ว่านัดชิงต่อไปจะเป็นยังไงผมก็ไม่ได้เสียดาย เพราะปีนี้ ผมภูมิใจกับนักเตะชุดนี้มากมาย ความหวัง 16 ปีที่รอคอย มันไกล้จะมาเป็นความจริงแล้ว
COYS!!








ตั้ง แต่ หนู เชียร์ มา หนู ดี ใจ ซื้อ เสื้อ สเปอร์ ใส่ โดย ไม่ เสีย ดาย ตังค์ และ ภาค ภูมิใจ
และ นัด ที่ หนู ชอบ ที่ สุด คือ นัด ที่ สเปอร์ ได้ แชมป์ คาริ่ง คัพ แม้น จะ เป็น ถ้วย ใบ น้อย
แต่ เต็ม ไป ด้วย ศักดิ์ศรี แห่ง ชาว ไก่ เดือย ทอง
สู้ ต่อ ไป นะ จ๊ะ ไก่ เดือย ทอง ของ หนู
Chris Armstrong ขวัญใจผม ไล่บอลอยู่ด้วย
“ไก่” จะเป็น Top 4 ใน “อนาคต”
แชมป์น้อยแต่เชียร์มัน
เล่นบอลสนุกตื่นเต้นและเร้าใจ….ไก่เรา,,,555555!
อารมณ์เดียวกันเลย 16 ปี มันเร็วมากๆเลยนะครับ
เหมือนแต่ละเหตุการณ์พึ่งเกิดไม่นาน
สุดยอดบทความเก็บรายละเอียดดีมากๆ
ผมตะโกนลันบ้านตอน อลัน นีลเซ่น โมง
กระโดดเหมือนคนบ้า นอนไม่หลับถึงเช้าเลย
ยังมีธงแชมป์ปีนั้นอยู่ที่บ้านอยู่เลย
ถ้าได้แชมป์ ก็ถือว่าเกินคาดเลยครับปีนี้
ยังจำความรู้สึกในคืนนั้นได้เหมือนกันครับ
โดยเฉพาะ….”แหกปากลั่นบ้านกลางดึก”
ข้อมูลเยี่ยมครับ ท่านเป้า
สำหรับผมเชียร์ตั้งแต่ปี 1987
ปีแรกก็ได้รองแชมป์ แต่ตอนนั้นยังเด็กดูไม่ค่อยรู้เรื่อง
มาเริ่มใส่อารมณ์ได้ในปี 91 ตอนเห็นเดส วอร์คเกอร์ทำเข้าประตูตัวเอง
ผ่านมา 19 ปี
ปีนี้เราจะเป็นแชมป์อีกครั้ง ^^
คุณกอล์ฟยังดีที่ได้ดูปีคลาสิกปีนั้น ผมตอนนั้นยังวิ่งไล่กันกับเพื่อนอยู๋เลย
เริ่มเป็นแฟนปีเดียวกันและเกมเดียวกันเลย ปีนั้นเป็นปีที่ไก่มีแต่ผู้เล่นระดับสุดยอดคลาสิคทั้งนั้น…..
โอ้ ปีเดียวกัน เลยที่บ้านรับได้ช่องเดียว เป็นขาวดำด้วย
จำได้ขนาดนั้น..สุดๆๆมากพี่…
จัดเลยนัดชิงปีนี้…
ผมเป็นแฟนรุ่นใหม่ ที่เลือกเชียร์แบบจริงจังเพราะไม่ชอบบิ๊กโฟร์(มันเกลื่อนตลาดอ่ะ) ผมมาตอนรุ่น เชอริ่งแฮมคู่กะคีน อ่ะคับ ผมไม่รู้หรอกว่าไอ่ตราไก่มันเคยยิ่งใหญ่ขนาดไหนจนได้ศึกษามาเรื่อยๆแบบเงียบๆ โดนเพื่อนเหน็บบ้างไรบ้าง ก็อดทน แล้วก็รอคอยแชมป์เรื่อยมาจนได้คาลิ่ง2008ทำให้รู้ว่าทีมที่ระดับไม่ใช่บิ๊กโฟร์ที่เราตามเชียร์มานานก็ได้แชมป์กับเค้าบ้างแล้วก็อยากจะบอกว่าไม่เสียแรงที่เลือกไก่เป็นแฟนคับ แล้วผมก็จะเชียร์ตลอดไป
^^”
ปี 91 ผมก็ทันได้ดูนะ ดูกะพ่อ พ่อกลัวผมจะเป็นตุ๊ด เลยลากมาดูบอล มันจะได้แมน ๆ แต่พ่อผมผลอยหลับไปหลังจาก สจ๊วต เพียร์ซ ยิงลูกแรกไปแป๊บนึง 5555…..จำได้ว่ายังไม่ได้เชียร์ไก่เต็มตัวเลยตอนนั้น แต่ก็ทำให้ผมรู้จัก สเปอร์ รู้จัก ลินีเกอร์, รู้จัก แกซซ่า, รู้จัก แมบบัตต์ ฯลฯ………สำหรับผมแล้ว ถ้วยคาร์ริ่ง มันเทียบกับ เอฟเอ คัพ ไม่ไหรอก….ตอนรอบรองปี 2001 ผมชอบนะ ไก่เราตัวเจ็บเยอะมาก บิ๊กจอร์จ เลยเข็นเด็ก ๆ ลงเพียบ ทั้ง ไซม่อน เดวี่ส์ (คนนี้ผมชอบมาก ปัจจุบัน อยู่กะเจ้าสัว ผมก็ยังตามดูอยู่), เล็ดลี่ย์ คิง, แมตธิว เอเธอริงตัน, ไอล์ตัน เธลเวล, แอนโธนี่ การ์เนอร์, แกรี่ โดเฮอร์ตี้, วิลเล่ม คอล์สเท่น ฯลฯ …..อีกหลายปีต่อมาก็เฝ้าดูพวกดาวรุ่งพวกนี้แจ้งดับกันทีละคน…เฮ้อ สิบปีเร็จจังนิ…….ปีนี้ขอถ้วยนี้ให้พี่ซะทีเหอะ……
เกียรติยศเอฟเอคัพจะเป็นของเรา
เรารักสเปอร์
16ปีเหมือนกับคร๊าบบบบบบบบบบ พี่น้องงงงงงงงงง
16ปี… แห่งความหลัง ทั้งรักทั้งเชียร์ ทั้งหวาน และ(โครต)ขม……ขื่น
นี่แหละ อารมณ์แบบสเปอร์ขนานแท้
ขอแชมป์สมัยที่ 9 มาเชยชมนะปีนี้
ตามมาดูไก่เพราะชอบลินิเกอร์ในทีมชาติ เลยชอบไก่ไปด้วย
เป็นทีมที่เท่ห์มาก สามารถยิงได้มากมาย และเสียประตูได้มากมายเช่นกัน เวลาดูได้ลุ้นจนจบเกมส์
แม็บบัตต์ – เดส วอร์คเกอร์ ..
เคยสร้างรอยยิ้มอันสุดแสนดีใจให้มา แต่ก็นานแระ ..
เอาเป็นว่า ได้ดีใจกันอีกหน ถึงจะต้องรอรวม สองทศวรรษ ก็เอา!!
ไค วอร์คเกอร์กับ เดส วอร์คเกอร์
เป็นอะไรกันปล่าวครับ
พ่อผมซื้อเสื้อฟุตบอลตราไกมาหั้ยตอนอยู่..ป 5(ตอนนี้28แล้วครับ)..เลยเริ่มเชียร์สเปอร์มาตั้งแต่วันนั้น
..แต่…มารู้ทีหลังว่าเสื้อตราไก่ตัวนั้นเป็นของทีมชาติฝรังเศษ..
..แต่มันก้อถอนตัวและหัวใจจากสเปอร์ไม่ขึ้นแล้วครับ..สเปอร์เท่านั้น..
..วอกเกอร์–คาร์ เเม็บบัต แคมเบลล์ ซีเก้
แอนเดอร์ตั้น โมดริช จิโนล่า
เบอร์บาร์ตอฟ เชอร์ริ่งแฮม คลินมันส์
เป็นเหมือนผมตอนเด็กๆร้องให้พ่อซื้อเสื้อฝรั่งเศษให้
นึกว่าเป็น สเปอ ก็งงอยู่ทำไมตรามันแปลกๆ
ผมใส่ซักแทบไม่ทัน
ทุกวันนี้มันยังอยู่ในห้องของผมอยู่เลย
แต่เดี๋ยวนี้มีเสื้อ สเปอแล้วนะ ……
ปล.มีตั้ง3ตัว
ผมชอบ แก๊ซซ่า ครับ
ชอบจนทำให้ผมชอบสเปอร์
เขาเปนคนบ้าๆดี(เก่งชิหาย)
และขอบคุณมากๆเลยที่ตอนนั้นเลือกสเปลร์ ไม่เลือก แมนฯยู
เชียร์ไก่ตลอดไปอะ
อิอิ
ปีนี้ขอแชมป์เถอะนะ
อ่านแล้วน้ำตาจะไหล และควรตั้งชื่อหัวข้อใหม่ว่า19 ปีแห่งความหลัง(นับจากปี1991)ผมเองเริ่มเชียร์ไก่ยุคพี่หลาม และน้าหมีเท็ดดี้จับคู่กันในปี1994-1995 เชียร์มา16ีปี ไก่ได้แชมป์แค่คาร์ลิงคัพ ในปี1999และปี2008 ความภาคภูมิใจที่ได้แชมป์เอฟเอ คัพ มากที่สุด คือ 8สมัยก็มาโดนผี และไอ้ปืนใหญ่แซงหน้า เจ็บใจสุดๆที่ทีมเรามีประธานสโมสรสุดขี้งกชื่อ อลัน ชูการ์เจ็บใจที่ปี2002 อุตสาห์ได้เข้าชิงคาร์ลิงคัพ กับแบล็คเบริ์นก็แพ้ไปอีก 2-1 รอมา19ปีแล้วสำหรับแชมป์นี้ ขอเถอะฟ้าเมตตา กองเชียร์ไก่บ้างเถอะ
แข่งแบบแมทช์เดียวรู้ผล เรานะเก่งอยู่แล้ว ไอ้ยาวๆต่อเนื่องเราไม่เอาความอดทนมันต่ำ สมาธิมันสั้น ความแข็งแกร่งของร่างกายทีมเรามันน้อยไปหน่อย มันเป็นมาตั้งแต่ 31 ปีแล้ว(เท่าที่รับรู้เชียร์มา)เด่นที่กลาง จอมทัพ และหน้า ไอ้หลังนี่เอามันเจ๋งๆมาสำรองมากๆหน่อยกันไว้ก่อนดีไหม?……to dare is to do”"”"
เข้ามาอ่านคนแก่คุยกัน อิอิ บรรยายจนผมนึกถึงวันเก่าๆ พวกนั้นเลย สำหรับผม ปี 91 คือปีที่ทำให้ผมเชียร์ท๊อตแน่ม รอมานานแล้ว ปีนี้ ขอเอฟเอคัพก็แล้วกันเน้อ
เขียนได้อารมณ์แฟนสเปอร์มากๆครับ
สิบหกปีผ่านไปเร็วจริงๆ
เชียร์สเปอร์ตอนอยุ่ ป หก
เพราะชอบ แกสซ่า กะ ลินิเกอร์
ขอให้ได้เข้าชิง ก็มีความสุขแล้วครับ
บอกตรงๆไม่อายเราเป็นแฟนสเปอร์เพราะเสื้อสวยนั่นคือจุดเริ่มต้นยุคที่คล้ายกับเสื้อทีมเดนมาร์ก
แล้วก็เป็นขุดที่ได้แชมป์นั่นแหละสดุดตาร้านค้าหน้าร.ร.ทวีธาเป็นเสื้อบอลตัวแรกที่ซื้อครับ
นานมากแล้วสินะกับ 16 ปี ผมเองก็ลืมไปแล้วกับครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์
แต่มันจะกลับมาอีกครั้งแน่ๆน่ะในปีนี้ ผมจะรออย่างมีความหวัง
ผมชอบสเปอร์ตั้งแต่มีสปอนเซอร์คาดอกเป็น/ hp/ผมไม่รู้ว่าปีอะไรแต่ตอนนั้นผมพึ่งหัดเล่นบอลและได้เสื้อตัวแรกก็เสื้อของสเปอร์แขนยาวยังเก็บไว้อยู่เลยถึงแม้ว่าสเปอร์จะอยู่ที่เท่าไหร่หนี้ตกชั้นบ้างได้เล่นถ้วยยุโรปบ้างแต่แพ้ไกเซอร์ได้ลุ้นพื้นที่แชมเปี่ยนลีกบ้างผิดหวังบ้างล้มเหลวบ้างแต่ผมไม่คิดที่จะเกลียดทีมนี้เลย( เสียกับสเปอร์ไปหายบาทแล้ว)ปล.แทงเพือดูบอลสนุก/อย่าแทงเพื่อหวังรวยผมไม่รู้ว่าทำไมถึงรักทีมนี้หรือว่าทีมนี้มีอะไรให้ลุ้นตลอดบางปีล้นที่4/แต่ปีต่อมาต้องลุ้นตกชั้น/หรือต้องลุ้นไม่ให้นักเตะบาดเจ็บจำได้ว่ามีอยู่2-3ที่นักเตะบ่อยเราเก็บเยอะมากจน.น.ส.พ.บางฉบับแซวว่าทีมไก่อมโรคตอนนี้ผมดีใจที่เราสามารถเอาชนะเชลชีได้บางแล้วและสามารถเอาชนะอาเซนอลได้ในคารลิ่งคัพแต่ยังไม่เคยชนะในพรีเมียรลีกหลายปีแล้วนัดหน้าที่จะเจอกันกันผมว่าสเปอร์น่าจะชนะได้ซักที่เพราะอาเซนอลกำลังเสียศูนย์อยู่/ส่วนอีกทีมที่เราแพ้ทางตลอดอย่างแมนยูไม่รู้เป็นอะไรกับทีมนี้ยิงนำ3-0ก็แล้วกลับมาแพ้5-3ทั้งที่เล่นในบ้านลูกยิงของเมนเดสที่ยิงกลางสนามเข้าไปครึ่งประตูช่วงท้ายเกมแต่ไม่ได้ประตูทั้งที่ถ้าเข้าจะเป็นชัยชนะของทีมเราทันที่แต่ก็ไม่ได้และล่าสุดยิงนำ2-0ในครึ่งแรกครึ่งหลังกลับมาแพ้ตามระเบียบและฤดูกาลนี้ยิงนำอีกแล้วแต่ก็แพ้ตามเดิมทั้งที่แมนยูเหลื่ออยู่10คนและอีกเรื่องที่แปลกนักเตะที่ไม่ใช่กองหน้าหรือนักเตะที่ไม่เคยยิงทีมไหนเลยพวกนี้มักจะยิงเราได้บ่อยมากไม่รู้เป็นเพราะอะไรอย่างโดนแอนเดอร์สันของแมนยูยิงไกลไอ้นี้มันเคยยิงใครที่ไหนแล้วก็มีอีกคลายครั้งที่เจอแบบนี้แต่นึกไม่ออกตอนนี้หรือนี้คือมนเสน่ห์ของสเปอร์ที่ผมให้ผมรักทีมนี้มากและไม่เคยเกลียดทีมนี้ไม่ว่าทุกข์หรือสุขผมก็จะขอรักทีมนี้ตลอดไป…แฟนไก่27…
ชอบสเปอร์สตั้งแต่นัดแรกที่ดูเลยยยครับ น่าจะปี 1999 มั้ง ตอนนั้น เปิด White Hart Lane
รับการมาเยือนของ แมนยู สเปอร์สยิงผี ไป 3 เม็ด ครับ สุดยอดดดดด
ขอบคุณข้อมูลที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้นะครับ ผมเป็นแฟนรุ่น เกล็น ฮ๊อดเดิ้ล แพ้โคเวนตรี้ 2 – 3 รอบชิงเอฟเอคัพนี่แหละ และก็ภาพมันก็ติดตาเรื่อยมาเลย ยอมรับว่า เอฟเอคัพ เป็นถ้วยที่คลาสสิกมากมาก และก็น่าตื่นเต้นกว่าพรีเมียร์ ถ้าดูกันเกมส์ต่อเกมส์
ขอบคุณมากคับสำหรับข้อมูล ^ ^
ผมก็เป็นแฟน “ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์” มาเกือบ 20 ปี (และเชียร์ บาร์เยิร์น มิวนิค มาไร่เรียกัน) ผมรู้ชื่อโค้ชคนแรกของสเปอร์ คื่อ เจอร์รี่ ฟานซิส และต่อด้วย คริสเตียน กร๊อส ….ผมยังสะใจที่ อลัน นีลเซ่น ยิ่งประตูชัยสยบ เลสเตอร์ 1-0 คว้าแชมป์ลีกคัพ มาครองสมใจ…สะใจ ๆ
เอาใจเชียร์ไก่ คืนนี้ ให้ชนะ ปอมปีย์ เข้าชิงกะ สิงห์ และชนะคว้าแชมป์ FA ให้ได้ ในปีนี้ เหมือนตอนชิง คาร์ลิ่งคัพ 2 ปีก่อนที่ วู้ดเกตเป็นฮีโร่ โหม่งประตูชัยผ่านมือ ปีเตอร์เชค เข้าไป รักไก่ตลอดไป
ไอสาดดดดดดดดดดด
กรุเครียดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรรมการส้นตีน
ในหัวใจ มีแต่ไก่ดวงเดียว
หีหีหี 555 สุดยอดเลยลูกพี่