ในคืนวันอันหนาวเหน็บวันหนึ่งในเดือนธันวาคมปี 2009….
ที่ซุ้มม้านั่งข้างสนามไวท์ฮาร์ทเลน….นักเตะคนหนึ่งกำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ข้างสนามอย่างสงบเหมือนทุกๆครั้ง เขาได้ยินเสียงแฟนบอลคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อของเขา “hey pav” พาฟหันกลับไป แฟนบอลคนนั้นชูกำปั้นขึ้นมาตบลงบนตราสโมสรที่อยู่บนเสื้อเชียร์สเปอร์สรุ่นเก่าของเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้..สำหรับชายที่ชื่อ โรมัน พาฟลิวเชนโก้แล้ว…ภาพเหล่านี้ออกจะเป็นภาพชินตาในทุกคราวที่มีแมทช์ในบ้าน…แฟนบอลท๊อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาในตัวของเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย เขามักจะคิดอยู่เงียบๆคนเดียวเสมอว่าถ้าเขาได้รับในสิ่งเดียวกันนี้….บ้าง…จากผู้จัดการทีมของเขาก็คงจะดีไม่ใช่น้อย….เขาหันกลับไปยิ้มให้กับแฟนบอลหนุ่มคนนั้นพร้อมกับวิ่งสปรินท์ไปข้างหน้า… ถึงพาฟลิวเชนโก้รู้ดีว่าเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เล่นในแมทช์เหมือนทุกๆครั้งแต่เขาก็ยังหวังอยู่เสมอว่าผู้จัดการทีมจะให้โอกาสเขาเล่นบ้าง สัก 10 นาที…5 นาที… ไม่สิแค่นาทีเดียวเขาก็พร้อมที่จะรับโอกาสนั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้ง…เขาแค่อยากลงไปเล่น… ลงไปสัมผัสกับชัยชนะกับเพื่อนร่วมทีมบ้างเท่านั้น…โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเมื่อเล่นในไวท์ ฮาร์ท เลน เสียงเชียร์จากแฟนบอลเท่านั้นที่จะทำให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไปในเวลาที่ยากลำบากของเขากับสโมสรแห่งนี้….

นาทีที่ 90…ทันทีที่นิโก้ ยิงลูกนั้นเข้าไป….เสียงเฮกึกก้องดังไวท์ ฮาร์ท เลน นักเตะและสตาร์ฟทุกคนในซุ้มม้านั่งสำรองต่างลุกขึ้นปรบมืออย่างสะใจให้กับประตูที่เป็นลูกย้ำชัยเด็ดขาดให้กับเราเหนือแมนฯซิตี้ทีมที่ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะลุ้นพื้นที่ UCL กับเราในปีนี้…. แต่สำหรับพาฟลิวเชนโก้แล้วเขานั่งอยู่กับที่นั่งอันคุ้นเคยของเขาเฉยๆ…..มันเป็นแค่ความพ่ายแพ้ของเขาอีกครั้ง…เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาไม่มีโอกาสลงสนาม…..เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาถูกมองข้ามจากผู้จัดการทีม….ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นมืออาชีพพอที่จะพยายามสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกลับมาแต่ค่ำคืนนี้เขากลับรู้สึกแปลกๆพิกล…. เขารู้สึกเหมือนว่าความเครียดและความกดดันที่อยู่ข้างในของเขามันเตรียมจะระเบิดออก….เขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างนี้มาก่อนในชีวิตเลย….ที่รัสเซียเขาเป็นกองหน้าที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและได้รับการเคารพยกย่องแม้กระทั่งโค้ชของคู่แข่ง…กองหลังทุกคนต่างก็หวั่นเกรงที่จะต้องมาประกบเขาในกรอบเขตโทษเพราะรู้ดีว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไร…..เขาเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังอย่างมากของทีมสปาร์ตัค มอสโก…ทีมที่เขาจากมาเมื่อปีที่แล้ว……แต่ตอนนี้ ณ ขณะนี้….เขากลับกลายเป็นแค่ส่วนเกินในสายตาของผู้จัดการทีมที่เขาเคารพ…เขาเคยนึกอยู่แล้วก่อนย้ายมาว่าการต่อสู้ในลีกที่ได้ชื่อว่าหินที่สุดเป็นอันดับต้นๆคงไม่ง่าย….แต่เขาก็ไม่เคยนึกถึงภาพของความตกต่ำที่สุดในชีวิตของเขาแบบนี้เช่นกัน….มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น…แต่ยังไงก็ตามก็ยังมีอีกคนเช่นกันที่กล่าวว่า “มันต้องมีสักสิ่งหนึ่ง ที่ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้” เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน …บางทีอาจจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องก้าวต่อไป เพื่อรักษาชีวิตการค้าแข้งของเขาไว้……
———————————————————————————————————
ครับ…สำหรับในชั่วโมงนี้ผู้เล่นที่ทุกคนในบอร์ด spursthailand ของเรากล่าวถึงมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น โรมัน พาฟลิวเชนโก้แน่นอนถ้าวัดจาก comment ของเพื่อนๆและปริมาณกระทู้ที่หลั่งไหลเข้ามามากมายในช่วงนี้จนอาจทำให้บางคนรำคาญ…แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ก็คือแฟนบอลสเปอร์สที่นี่ทุกคนรักและศรัทธาในตัวเขามากไม่ต่างจากแฟนไก่ทั่วโลก….สำหรับตัวพาฟแล้วนี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาได้รับคำชมอย่างมากจากจ่าแฮรี่ซึ่งเจ้าตัวเองก็ออกมายอมรับเช่นกันว่าค่อนข้างเซอร์ไพรซ์เหมือนกัน เพราะเจ้าตัวมักจะคิดอยู่เสมอว่าเขาคงจะไม่ได้รับมันกลับมาอีกแล้วตราบใดที่ยังใส่เสื้อของไก่เดือยทองอยู่….ในขณะที่ตัวแฮรี่ เรดแนปป์เอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลอย่างที่เขาให้สัมภาษณ์จริงหรือเปล่าว่าการที่จัดพาฟลงเล่นเพราะพาฟเป็น”ผู้เล่นที่ดีที่สุดในสนามซ้อม” หรืออาจจะเป็นเพราะถูกกดดันจากแฟนบอลและสื่อที่โจมตีแทคติคของเขาในระยะหลังๆที่มักจะเน้นบอลโยนเป็นหลักโดยมีเป้าหมายที่ ปีเตอร์ เคราช์ ซึ่งก็ได้รับการพิสูจน์แล้วเช่นเดียวกันว่า”ไม่เวิร์ค” แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจให้โอกาสพาฟอีกครั้งหนึ่งของจ่าแฮรี่ในวันที่เจอวีแกนอาจจะเป็นการต่ออายุการค้าแข้งของพาฟในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนก็ได้ เมื่อพาฟลิวเชนโก้ไม่ทิ้งโอกาสทองของเขาให้หลุดลอยไปด้วยการซัด 2 ประตู ภายในเวลาที่เขาอยู่ในสนามเพียง 18 นาทีในนัดเจอวีแกน…และอีก 2 ประตูใน FA Cup นัดรีเพลย์กับโบลตัน ที่เขามีโอกาสได้ลงเล่นเต็ม 90 นาที…ซึ่งไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าสำหรับผู้เล่นศูนย์หน้าระดับทีมชาติรัสเซียซึ่งครั้งหนึ่งเคยติดทีมประจำทัวนาเมนต์ยูโร 2008 ที่ผ่านมา นี่จะเป็นการลงเล่นเต็มเวลาแค่ครั้งที่สองของเขาเท่านั้นในฤดูกาลนี้….

แต่เหนือสิ่งอื่นใด…สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทีมก็คือความมั่นใจที่กลับมาแล้วของพาฟ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับสเปอร์สในแง่ของความหวังในการไล่ล่าความสำเร็จโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ผลงานโดยรวมของเราดูจะตกๆไปจากต้นฤดูกาล….เพราะหากพาฟยังสามารถรักษาฟอร์มของเขาอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่เห็นว่าจ่าแฮรี่จะมีเหตุผลอะไรมาดร๊อปเขาออกไปจากตำแหน่งตัวจริงเพราะกระแสจากทั้งสื่อและแฟนบอลไก่เดือยทองต่างออกมาสนับสนุนให้พาฟมีโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง….ถ้าดูจากสถิติที่ในระยะหลังๆที่ เคราช์ทำได้แค่เพียง 2 ประตู กับ 1 แอสซิส ใน 935 นาทีหลังสุด ขณะที่พาฟทำได้ถึง 5 ประตู จากการลงเล่น 128 นาทีหลังสุดซึ่งจากสถิติแฟนบอลคงตัดสินใจได้ไม่ยากนักว่าใครจะได้รับโอกาส และอีกอย่างจ่าแฮรี่เป็นโค้ชที่ค่อนข้างจะทำตามกระแสความต้องการของแฟนบอลส่วนใหญ่ เพื่อนๆพี่ๆยังจำเหตุการณ์ที่จ่าเตรียมส่ง กาลี ลงมาแล้วแฟนบอลโห่ได้ไหมครับ?
ขณะที่ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของพาฟนั้นดูจะเลือนหายไปจากรั้วไวท์ ฮาร์ท เลนโดยสิ้นเชิง โดยที่ทาง โอเล็ค อาเตมอฟ เอเยนต์ของพาฟได้ออกมาสยบข่าวลือการย้ายทีมของพาฟ “โรมัน จะเล่นให้กับท๊อตแน่มต่อไป….ตอนนี้ทางเราไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว” ขณะที่จ่าแฮรี่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชื่นชมพาฟหลังเกมกับโบลตันว่า “ตอนนี้เราจะมีเขา(พาฟ)อยู่ในทีมแน่นอน เขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง ดังนั้นผมจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้เขาลงสนาม”
ถ้าเทียบฟอร์มระหว่าง เคราช์กับพาฟแล้ว…ช่วงนี้พาฟกินขาดจริงๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมในเกมที่พัฒนาขึ้นอย่างผิดหูผิดตา….การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมที่มักจะมีจังหวะข้ามหลอกสวยๆหลายครั้งขณะที่เคราช์มันมักจะโหม่งชงไปไหนก็ไม่รู้ …หรือแม้แต่กระทั่งทักษะในการหลอกล่อกองหลัง, การหาตำแหน่งว่างและจังหวะการยิงประตูที่พาฟทำได้อย่างมั่นใจและเฉียบขาดจนทำให้เคราช์กลายเป็นเด็กอนุบาลไปเลย…สังเกตุได้ว่าประตูที่พาฟทำได้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นแรง แต่ทิศทางที่บอลพุ่งสู่ตาข่ายนั้นสุดยอดและยากที่ผู้รักษาประตูจะป้องกันได้ แถมยิงได้ทั้งซ้ายทั้งขวาอีก! โอ้…..แค่นี้ก็เห็นถึงความแตกต่างแล้ว…….
ผมไม่ได้รักและชื่นชมพาฟเพราะเหตุผลที่เขาเป็นนักเตะฝีเท้าดีอย่างเดียว….เพราะถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาพาฟอาจจะตกเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้งในทำนองตำหนิจ่าแฮรี่ในเรื่องการจำกัดโอกาสในการเล่นของเขาและร่ำร้องอยากย้ายทีม…แต่ในสนามซ้อมพาฟยังคงซ้อมด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่อย่างที่มืออาชีพควรทำ ด้วยความเชื่อที่ว่าเขาจะได้รับโอกาสสักวันหนึ่ง…ซึ่งเทียบไม่ได้กับนักเตะบัลแกเรียบางคนที่ปล่อยให้ความปรารถนาส่วนตัวมาบดบังความเป็นมืออาชีพไป…..
บัดนี้พาฟทำสำเร็จแล้ว….พวกเราทุกคนต่างมองเขาด้วยความชื่นชมเหมือนกับที่เรามองเขามาตลอดเกือบๆ 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีม ช่วงเวลาที่ตกต่ำ และช่วงเวลาที่เหมือนกับเกิดใหม่ แฟนบอลทุกคนยังคอยตามให้กำลังใจเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย ผมมีความเชื่อลึกๆ (และอยากให้เป็นอย่างนั้น) ว่า “ซูเปอร์พาฟ” จะเป็นอีกหนึ่งตำนานให้เราได้จดจำเขาไปอีกนานแสนนาน…..
—————————————————————————————————-
24 กุมภาพันธ์ 2010 : 21.53 น. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เสียงนกหวีดหมดเวลาจากผู้ตัดสินดังขึ้น….คืนนี้เป็นอีกหนึ่งคืนที่หนาวเหน็บและมีฝนตกลงมาพรำๆ แต่ถึงแม้ว่าอากาศจะเย็นเพียงใด แต่ภายในใจของชายที่ชื่อ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ นั้นมีแต่ความอบอุ่นลอยอบอวนไปหมด เพื่อนร่วมทีมต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะฟังเพื่อนบางคนไม่ค่อยออกเพราะภาษาที่ยังไม่แข็งแรง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจผ่านทางรอยยิ้มและท่าทางที่มีความสุขของเพื่อนๆ…..เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วันที่เขาสามารถทำได้ 2 ประตูในนัดเดียว ถึงแม้ว่าส่วนตัวของเขาแล้วความรู้สึกดีใจวันนี้อาจจะไม่เทียบเท่าเมื่อ 3 วันก่อน….แต่สำหรับพาฟแล้วนี่จะเป็นสัปดาห์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในรอบเกือบ 2 ปีของเขาที่สโมสรแห่งนี้…. เขานึกย้อนกลับไปในเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์…เขายังจำภาพของ ลูก้า แหวกกองหลังวีแกนเข้ามาได้ดี “จ่ายมาเลย ลูก้า” เขานึกในใจพร้อมกับส่งสัญญาณให้.. “เยี่ยมมาก” บอลจากเท้าของลูก้าค่อยๆบรรจงไหลผ่านช่องมาหาเขาอย่างเหมาะเจาะ…..”ต้องทำให้ได้, ต้องทำให้ได้” พาฟบอกกับตัวเองในใจ….เขาจ้องตาเขม็งพร้อมกับจับบอลอย่างนิ่มนวลด้วยเท้าขวา และยิงบอลออกไปด้วยเท้าซ้ายอย่างมั่นใจ ……..เฮๆๆๆ เสียงแฟนบอลตราไก่ด้านหลังประตูโห่ร้องทันทีที่ลูกเข้าไปซุกในตาข่าย….”สุดยอดจริงๆ” เขาจำได้แต่ว่าตัวเองตะโกนอย่างดีใจและวิ่งไปหาแฟนบอล…และหลังจากนั้นเพื่อนร่วมทีมก็ตามมาสมทบ….ถึงตอนนี้เขานึกอะไรไม่ออกอีกแล้ว เขารู้อย่างเดียวว่ามันเป็นความรู้สึกที่วิเศษที่สามารถทำประตูในลีกได้อีกครั้ง…..หลังเกมกับวีแกนเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นดาราผู้ยิ่งใหญ่ที่มีแต่คนล้อมรอบ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ และที่สำคัญมันทำให้เขายังรู้สึกว่าเขายังคงมีเพื่อนร่วมทีมที่คอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างเขาอยู่เสมอ….”มีความสุข มีความสุขเหลือเกิน”…….
ห้วงแห่งความคิดขาดหายไป…พาฟรู้ดีว่านี่ก็เป็นแค่ฟุตบอลอีกแมทช์ที่จบลงไปและยังไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าในครั้งต่อไปเขาจะยังได้ลงเล่นอีกหรือเปล่า….เขารู้ว่างานของเขายังไม่จบ เขายังต้องทำงานหนักต่อไป เพื่อให้ผู้จัดการทีมเชื่อใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น และเพื่อความสำเร็จของสโมสรที่เขารัก….ขณะที่เขากำลังเดินเข้าอุโมงค์ ก็มีเสียงๆหนึ่งมากระทบโสตประสาตของเขา เขาหันไปยังแฟนบอลสเปอร์สที่รวมกลุ่มอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังตะโกนส่งเสียงร้องมายังศูนย์หน้าเบอร์ 9 ของพวกเขา….”พาฟลิวเชนโก…ยู อาร์ มาย ฮีโร่” …….พาฟหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากก่อนเดินเข้าอุโมงค์ไป…….
พาฟสุดยอดอยู่แล้ว
แม่งนำ้ตาจะร่วง
เชงโก้ เก่งว่ะ