Glenn Hoddle (เกิด 27 ตุลาคม 1957 ใน Hayes, ลอนดอน) ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ และเคยเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่ง attacking midfielder กับทีม Tottenham Hotspur AS Monaco, Chelsea และ Swindon Town และทีมชาติอังกฤษ.
Hoddle เริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลในระบบทีมเยาวชนของวัตฟอร์ด
Hoddle เข้ามาอยู่กับสเปอร์ส ด้วยการเป็น นักเรียนฝึกหัดของสโมสร ในเดือนเมษายน ปี 1974 ตามคำแนะนำของผุ้เล่นระดับตำนานของสโมสร Martin Chivers. และได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสรเมื่ออายุ 17 ปี โดยเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอกับ นอริช 2-2 ในเดือนสิงหาคม ปี1975 และต้องรอไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1976 สำหรับประตูแรกของเขาในทีมชุดใหญ่ โดยในเกมดิวิชั่น1 ในนัดที่พบกับ สโต๊ค ซิตี้ โดยยิงผ่านมือผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษนาม ปีเตอร์ ชิลตัน
แต่ผู้เล่นพรสวรรค์อย่าง Hoddle ภายใต้การคุมทีมของ Keith Burkinshaw ก็ต้องตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1976-77 หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นดิวิชั่น 1 ได้ 27 ฤดูกาล แต่ Hoddle ก็นำสเปอร์สกลับขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลถัดมา และติดทีมชาติรุ่นอายุตำกว่า 21 ปีของอังกฤษ โดยพบกับ เวลส์ ในเดือนธันวาคม ปี 1976 และติดทีมชุดเล็กของอังกฤษอีก 7 ครั้ง และทีมชาติชุดบี อีก 2 ครั้ง และยิงประตูในทีมชาติในเดือนพฤศจิกายน ปี 1979 ในนัดที่พบกับบัลแกเรีย
ในฤดูกาล 1979-80 ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้เล่นระดับ ท็อปคลาส ด้วยวัย 22 ปี โดยการยิง 19 ประตู ใน 41 นัด พร้อมทั้งคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA อีกด้วย ทักษะของ Hoddle สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรุก และปีกได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากการวิ่งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และการทำงานหย่างหนัก ที่มีติดตัวนักฟุตบอลอังกฤษแล้ว Hoddle ยังมีความพิเศษในเรื่องทักษะการครองบอล และจ่ายบอลที่แม่นยำ รวมถึงการยิงประตูที่เฉียบขาด อีกทั้งความคิดสร้างสรร การเล่นลูกตั้งเตะ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Hoddle โดดเด่นกว่าผู้เล่นในรุ่นเดียวกัน





ในปี 1981 พาสเปอร์ส คว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ เป็นสมัยที่ 6 ของสโมสรโดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในแมทช์รีเพลย์แห่งความทรงจำ(Hoddle ยิงได้ทั้ง 2 นัดคือนัดแรก และนัดรีเพลย์) และได้อันดับที่ 4 ในลีก ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1971 และยังเข้ารอบลึกๆในฟุตบอลถ้วยอื่นๆด้วย และในช่วงฤดูร้อน ปี 1982 Hoddle ติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นฟุตบอลโลก 2 นัด โดยเป็นตัวจริงนัดพบ คูเวต และเป็นตัวสำรองในนัดพบกับ เชคโกสโลวาเกีย
3 ฤดูกาลถัดมา Hoddle ประสบกับปัญหาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ได้ลงสนามน้อยลง โดยลงเล่นเพียง 76 นัดจาก 126 นัด แต่อย่างไรก็ตาม Hoddle ก็ยังนำทีมคว้าชัยชนะในศึกยูฟ่าคัพในปี 1984 แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศก็ตาม ในเดือนตุลาคม ปี 1983 ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน สเปอร์สเอาชนะ เฟเยบูร์ด 6-2 ในรอบ2 ของศึกยูฟ่าคัพ หลังจบเกม โยฮัน ครัฟฟ์ ซึ่งตอนนั้นเล่นให้เฟเยนูร์ด เข้ามาที่ห้องแต่งตัวของสเปอร์สเพื่อขอแลกเสื้อกับ Hoddle เลยทีเดียว
สเปอร์ก็เข้าใกล้ความสำเร็จในอัก 3 ฤดูกาลถัดมา โดยจบที่อันดับที่ 3 ในฟุตบอลลีก รอบก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลยูฟ่าคัพ ปี 1984-85 และเข้าชิงชนะเลิศ เอฟ เอ คัพ ในปี 1987 โดยแพ้ โคเวนตรี ซิตี้ 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และหลังจากจบฤดูกาลนี้เอง Hoddle ได้ย้ายจากสเปอร์ไปสูโมนาโกในลีกฝรั่งเศส ถายใต้การทำทีมของ อาร์แซน เวงเกอร์ ด้วยค่าตัว 750,000 ปอนด์ โดยตั้งแต่ปี 1975-1987 Hoddle ยิงประตูให้ทีม 110 ประตูใน 490 นัด ในทุกรายการ โดยมีผู้เล่นแค่ 4 คนเท่านั้นที่ลงสนามมากกว่า Hoddle คือ Steve Perryman, Pat Jennings, Gary Mabbutt และ Cyril Knowles . และติดทีมชาติ 44 นัดในช่วงที่เป็นผู้เล่นให้สเปอร์ส
ในปี 1987 ได้ร้องเพลงออกอัลบั้มร่วมกับเพื่อนร่วมทีม คริส ว้อดเดิ้ล โดยซิงเกิ้ล Diamond Light ติดอันดับ Top 20 ของอังกฤษเลยที่เดียว
ความสำเร็จ
สมัยเป็นผู้เล่น
Tottenham Hotspur
UEFA Cup winner: 1984
FA Cup winner: 1981, 1982
FA Community Shield winner: 1981
FA Community Shield runner-up 1982
AS Monaco
Ligue 1 Title winner: 1987–88
French Cup winner: 1991
ผู้จัดการทีม
Chelsea
FA Cup runner-up: 1994
Tottenham Hotspur
Worthington Cup runner-up: 2001–02
ทีมชาติอังกฤษ
Tournoi de France winner: 1997
โดย นายทอดแหนม
นักเตะในดวงใจเลยครับ
เห็นด้วย เพราะคนนี้จึงรักท๊อตแน่ม
ผมชอบตอนเป็นนักเตะมากกว่าเป็นโค้ช มาเป็นโค้ชแล้วแกอีโก้มากไปหน่อย เลยไม่ค่อยชอบ
ส่วนตอนเป็นนักเตะนั้น แกสุดยอดจริงๆ เสียดายตอนนั้นได้ดูในจอน้อยไปหน่อย แต่ได้อ่านแล้วจินตานาการตามในหนังสือ มาดูแบบเต็มก็ใน youtube ช่วงหลังนี่แหละครับ
ธานคับ
ช็อตที่เคยเห็นและประทับใจสุดๆคือนัดที่สเปอร์สอัดบาร์เยิร์น มิวนิค ปี 1984 สมัยที่มีคาลไฮด์ รุมมินิเก้ และพอล ไบร์เนอร์ นัดนั้นเป็นนัดที่ 2 ขอยูฟ่า คัพ โดยนัดแรกไก่แพ้ 0-1 ที่เยอรมัน ตอนนั้นฮอดเดิ้ลได้บอลกลางสนามบริเวณเลยวงกลมกลางสนามมานิดหน่อย หันหลังให้ประตูคู่แข่ง ที่สำคัญโดนประกบโดย 2 นักเตะคู่แข่งหนึ่งในนั้นคือ พอล ไบร์เนอร์ ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมและทีมเวิร์คอันสุดยอดของสเปอร์ชุดนั้น ฮอดเดิ้ลหมุนตัว 360 องศา ผ่านบอลยาวทะแยกไปบริเวณมุมขวาของกรอบเขตโทษบาร์เยินโดยไม่ต้องมอง ซึ่งตรงนั้นมีมาร์ค ฟัลโก้รออยู่ บอลข้ามหัวแบ็คของทีมเยอรมัน ลงมาที่เท้าของฟัลโก้อย่างแม่นยำ ศูนย์หน้าของไก่แตะบอลเพียงหนึ่งทีเข้ากรอบเขตโทษทิ้งให้กองหลังบาร์เยินหัวทิ่มอยู่ข้างหลัง ก่อนที่จะยิงผ่านมือฌอง มารี่ พรัฟ เข้าทางเสาไกลอย่างคลาสสิค นัดนี้ไก่ชนะ 2-0 และไปไกลจนเป็นแชมป์ยูฟ่าในปีนั้น ผมอัดวีดีโอไว้แต่ด้วยอายุของมันวีดีโอชิ้นนี้ดูไม่ได้เสียแล้ว พยายามหาใน youtube ก็ไม่เจอเหลือแต่ในความทรงจำเท่านั้นเอง
ผมไม่ได้ดูแต่เล่าซะเห็นภาพเลย ครับ ขอบคุณ สำหรับความทรงจำที่ดีๆ
ชอบสเปอร์ก็เพราะคนนี้แหล่ะครับ
1984 ปีพึ่งเกิดเลยคร๊าบ
You will always in our heart.