“อย่างสเปอร์สนี่มีไก่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสร แล้วมีคำว่า สเปอร์ ซึ่งมันก็คือเดือยใช่มั้ย ทีนี้พอตั้งแค่ไก่กับเดือยอย่างเดียว มันยังไม่ได้ความเท่าไร ก็เลยกลายเป็นไก่เดือยทอง” ครับนี่คือที่มาของฉายาไก่เดือยทองของสเปอร์สภาคภาษาไทย ที่ถูกตั้งโดยยอดคอลัมนิสต์จอมเก๋าขึ้นหิ้งของประเทศไทยเจ้าของนามปากกา “ยอดทอง”
คุณอายอดชาย ขันธะชวนะ หรือ ยอดทอง ที่พวกเราไม่ว่าจะเป็นแฟนสเปอร์สหรือไม่ก็คงจะรู้จักกันดี เพราะนี้คือคอลัมนิสต์รุ่นเก๋าและรุ่นบุกเบิกของหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ซึ่งคุณอายอดทองเป็นคอลัมนิสต์และนักเขียนทางด้านกีฬาที่ผมชื่นชอบมากที่สุดในเวลานี้ เพราะอ่านคอลัมน์ของคุณอายอดทองทีไรจะรู้สึกว่ามีความสุขและเพลิดเพลินอย่างบอกไม่สุด
เพราะหลังจากที่ได้อ่านคอลัมน์ของอายอดทองทีไรจะรู้สึกได้เลยว่าที่คือบทความของคนเขียนที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อันขั้นขลักจริงๆ ซึ่งนอกจากจะตั้งฉายาของทีมเราแล้ว ฉายาทีมฟุตบอลต่างๆ ที่พวกเราแฟนบอลคุ้นหูกันดี ก็ยังมาจากความคิดของคุณอายอดทองกับคุณอา ย.โย่งคัมภีร์ลูกหนังเมืองไทยผู้ล่วงลับแทบทั้งนั้น
ซึ่งสิ่งที่สำคัญทีทำให้ผมชื่นชมและชื่นชอบอายอดทองนั้น มันมีจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือ ย.โย่งในความทรงจำ ซึ่งเป็นหนังสือที่คุณอายอดทองเขียนเพื่อรวบรวมถึงประวัติและรำลึกถึงการจากไปของเพื่อนที่รักที่สุดอย่าง ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา ซึ่งหนังสือเล่มนี่เป็นหนังสือที่ผมอ่านและพกติดตัวออกจากบ้านไปมากที่สุดเล่มหนึ่ง เพราะเมื่ออ่านครั้งใดมันจะมีความรู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้ง เพราะ อา ย.โย่งสำหรับผมมันเหมือนกับเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งอาและทั้งครู ทั้งๆที่ผมไม่เคยจะได้เจอตัวแกเป็นๆมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิตก่อนที่แกจะล่วงลับไป
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสักเกือบๆ 16 ปีก่อน เด็กชายคนหนึ่งที่ถึงแม้จะพิ่งจะรู้จักฟุตบอลได้ไม่นานแต่ก็รู้สึกแล้วว่าเขากับฟุตบอลและทีมฟุตบอลทีมๆหนึ่งที่ชื่อว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะไม่มีวันแยกจากกันได้อย่างแน่นอน แต่ด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นซึ่งถึงแม้มันจะไม่ใช่รุ่นเก่าคลาศสิคขนาดรุ่นคุณลุง คุณอา คุณพี่ ในเว๊บของเราหลายๆท่าน อิอิ
แต่มันก็ไม่ได้จะสะดวกสบายเหมือนกับสมัยนี้อย่างแน่นอนการติดตามชมฟุตบอลหรือการรับข่าวสารนั้นก็ค่อนข้างจะลำบาก การที่จะดูฟุตบอลในตอนนั้นแต่ละทีก็จะต้องรอชมในคืนทุกวันเสาร์หลังบิ๊กซีนีมาเอา ซึ่งก็แน่นอนว่ามันไม่ใช่การถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน แต่ถึงจะเป็นแห้งอย่างไร พ่อแม่จะทั้งดุและด่าให้ไปนอนอย่างไร แต่เด็กชายคนนั้นก็จะอดตาหลับขับตานอนรอดูให้ได้ ถ้าในอาทิตย์นั้นเป็นคิวที่ถ่ายคู่ของสเปอร์ส
ถึงแม้ว่าบางครั้งจะคิดว่า กูจะอดนอนไปทำไมวะเนี้ย อย่างนัดที่โดนนิวคาสเซิ่ลระเบิดตูดไก่กระจายไป7-1 ซึ่งนัดนั้นจนถึงวันนี้ทำยังไงก็ยังไม่สามารถลบออกไปจากความทรงจำได้ แต่ถึงจะโดนไปเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถสั่นคลอนความรักและความจงรักภักดีต่อทีมฟุตบอลที่ชื่อ สเปอร์สได้ ขอแค่ได้ดู เชอริงแฮม บาร์มบี้ แม๊บบัตต์ คลิ้นซี่ แอนเดอร์ตัน ดูมีเตรสคู โปเปสคู เล่นก็สุขใจแล้ว ดีกว่าต้องมานั่งจินตนาการรูปเกมส์หรือการยิงประตูจากการอ่านซอคเกอร์เอาแล้วดูภาพนิ่งประกอบ
เพราะการรับข่าวสารเรื่องของฟุตบอลในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังคิดว่าเป็นเรื่องห่างไกล เพ้อฝันและคงจะไม่มีโอกาสมาไว้ในครอบครอง เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องพูดถึงอินเตอร์เน็ต ก็คงจะมีแต่สตาร์ซอคเกอร์รายวันและรายสัปดาห์เท่านั้นที่จะเป็นแหล่งที่เสพเรื่องฟุตบอลได้ ซึ่งตัวเด็กชายคนนั้นก็จะซื้อไม่เคยขาด เก็บตังค์ได้เท่าไหร่ก็จะซื้อเท่านั้น เรียกได้ว่าจะเห็นหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอลไม่ได้
ซึ่งแม้แต่หนังสืออย่างแมน ยูรายเดือน ลิเวอร์พูลรายเดือน หรือแม้กระทั่งโบโร่รายเดือนเด็กชายก็ซื้อ ขอแค่ลุ้นว่าจะซื้อถูกเล่มที่ในหนังสือจะมีเนื่อหาเกี่ยวกับสเปอร์สบ้าง ซักหน้าก็ยังดี แต่ถึงจะซื้อมาเสพเยอะเพียงใดก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะมันยังขาดอีกสิ่งๆหนึ่งที่เด็กชายคนนั้นต้องการนั่นก็คือ เพื่อนคุยเรื่องฟุตบอล เพราะด้วยเพื่อนในสมัยนั้นยังไม่ใครที่ดูฟุตบอลอย่างจริงจังเลย เพราะฉะนั้นเรื่องการหาเพื่อนมาคุยเรื่องฟุตบอลนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เด็กชายคนนั้นจึงเริ่มไปให้ความสนใจกับคอลัมน์หนึ่งในหนังสือ สตาร์ ซอคเกอร์ รายสัปดาห์ นั่นก็คือคอลัมน์ “คัมภีร์ฟุตบอล”
คัมภีร์ฟุตบอล เป็นคอลัมน์ตอบจดหมายเรื่องราวของฟุตบอล ที่ตอบโดย อาย.โย่ง และแล้วเด็กชายก็เริ่มเขียนจดหมายไปเพื่อที่จะซักถามเรื่องราวที่สงสัยเกี่ยวกับสเปอร์สทีมรักและที่สำคัญเลยก็คือหาเพื่อนคุยเรื่องฟุตบอล จากฉบับแรกไปฉบับสองจนสามจนสี่ฉบับ ทุกฉบับที่เด็กชายได้เขียนไป อา ย.โย่งได้ตอบจดหมายทุกครั้ง
และทุกครั้งที่เขาได้อ่านจดหมายของตัวเองโดนตอบโดยอา ย.โย่งนั้นเขาจะรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจทุกครั้ง เพราะอา ย.โย่ง จะตอบจดหมายอย่างดีและรู้สึกได้ว่าอา ย.โย่งได้ตั้งใจจะตอบและคุยกับเขาจริงๆเหมือนกับที่อา ย.โย่งตอบจดหมายของคนอื่นๆ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นความผูกผันระหว่างเขากับอา ย.โย่ง โดยที่ตัวเด็กชายคงอาจจะยังไม่รู้สึกตัว
จนเมื่อถึงวันที่ อา ย.โย่งได้จากไป เขาก็รู้สึกถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของคนที่เป็นเหมือนกับเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งอาและทั้งครูและปูชยนีบุคคลทางด้านความรู้เรื่องฟุตบอล และนั่นก็ทำให้เขาจะไม่มีวันลืมชายที่ชื่อ ย.โย่ง เอกชัย นพจินดาได้เลย
ครับและเด็กชายคนนั้นก็แน่นอนครับนั่นก็คือตัวผมเอง และนามปากกาพญาไก่2009ที่ผมใช้ในตอนนี้ผมก็นำมาจากนามปากกาที่ผมเขียนไปหาอา ย.โย่งครั้งนั้นนั่นเอง จากยุคที่การรับข่าวสารทางด้านฟุตบอลนั้นยากลำบากก็เริ่มพัฒนาดีขึ้นเรื่อยมา จากจินตนการตามตัวหนังสือ ก็มาเป็นจินตนาการตามการฟังการรายงานการถ่ายทอดสดทางวิทยุที่สุดแสนจะบีบคั้นหัวใจ จนมาถึงยุคปัจจุบันที่ข่าวสารรวดเร็วฉับไววินาทีต่อวินาทีไม่ต้องจินตนาการอะไรให้เมื่อยหัว
จากที่เคยมีแต่อา ย.โย่งเป็นเพื่อนคุยเรื่องฟุตบอลเพียงคนเดียวมาเป็นมีเพื่อนมีพี่มีน้องที่รู้จักและรู้ดีเรื่องฟุตบอลเต็มไปหมดและที่สำคัญยังเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องที่มีความรักต่อสเปอร์สเหมือนกันด้วยอย่างที่สเปอร์สไทยแลนด์แห่งนี้ ซึ่งใครจะคิดละครับว่ามันจะเป็นไปได้
จากสเปอร์สในยุคของเชอรี่ คลิ้นซี่ แม๊บบัตต์ แด๊ซซ่า ฟ๊อกซ์ เฟอร์ดินัล ชีโนล่า อีเวอร์เซ่น คีน เบอร์บาตอฟ เดโฟ และอีกหลายๆคนมาจนถึงโมคริช เลนน่อลและทีมในยุคปัจจุบัน ที่จะมีความสำเร็จบ้างห่วยบ้างได้ลุ้นบ้าง แต่ถึงอย่างไรสเปอร์สในมุมมองของผมก็ยังคงเป็นทีมที่สวยงามและมีเสน่ห์ไม่เคยเปลี่ยน เพราะถึงแม้วันเวลาจะหมุนช้าหรือเร็วอย่างไรความรักที่มีให้กับสโมสรแห่งนี้ก็คงจะเหมือนกับหลายๆท่านอ่ะครับที่มันคงจะไม่มากขึ้นไปกว่านี้หรือจะน้อยลงไปกว่านี้แต่มันจะคงที่และคงนานอย่างนี้ตลอดไป
เรื่องน่ารู้ของไก่เดือยทอง:สเปอร์สลงเล่นเกมส์แรกกับทีม เดอะเรดิคัล เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1882 โดยในขณะนั้นสเปอร์สยังใช้ชื่อทีมว่า ฮอตสเปอร์ส เอฟซี
: พญาไก่ 2009
ขอบคุณครับ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย
อยู่ในยุคตั้งคลับสมัยปี 37-38 รึเปล่า
ไม่น่าเชื่อว่า จะเป็นยุคที่ผมชอบที่สุดเช่นกัน และที่จำได้ เมื่อก่อนผมติด ซีรี่ฝรั่ง แม็คไกวเว่อ ยอดคนสมองเพชร เชื่อแน่ๆ ว่า คนเขียนคอลัมน์นี้รู้จักแน่ อายุอานามไม่ต่างจากผม มากซักเท่าไหร่แน่นอน 555+
55 แน่นอนคับ แม็คไกวเว่อก็เป็นในความคลาศสิกของผมเช่นเดียวกัน ไม่ต่า
งจาก เซนต์เซย์ย่า ซึบาสะ ดราก้อนบอล หรือเคนชิโร่
ผมว่าคุณพญาไก่ต้องอายุรุ่นเดียวกับผมแน่นอนผมเชียร์สเปอร์ยุค1994-1995 สมัยคลิ้นซี่และเชอรริงแฮม ผมเองก็เคยซื้อ ผีรายเดือน โบโร่รายเดือนด้วยเหตุผลเดียวกับคุณคือขอให้มีคอลัมน์หรือรูปเกี่ยงกับสเปอร์บ้างก็ยังดี อ้อถ้า เป็นแฟนไก่ตัวจริงน่าจะมีคลิ้นซี่ฉบับพิเศษด้วยนะเนื้อหาเกี่ยวกับพี่หลามและสเปอร์ยุคนั้นล้วนๆ
อายุ 33 ป่าวคับ
โอ้ 33 เลยหรือครับ ยังครับผมยังไม่เร่งอายุไปถึงขนาดนั้นแน่ๆ 55
ส่วนเรื่องหนังสือแน่นอนครับว่าจำได้ เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าสำหรับแฟนไก่เป็นอย่างมาก
ชื่อหนังสือก็คือ คลิ้นซี่ สตอรี่ ราคา 45 บาท ราคาเท่ากับหนังสือพวกรายเดือนของสโมสรต่างๆในขณะนั้น
ผิดกันก็แต่ที่ คลิ้นซี่ สตอรี่นั้น บางเฉียบกว่ามากมาย
แต่ถึงต่อจะให้มีแค่ 10 หน้าก็ซื้อคับ แหมก็กว่าจะมีหนังสือของสเปอร์สออกมาได้
ไม่ซื้อก็ไม่ใช่แฟนสเปอร์สแล้วมั้งครับ 55^^
ใช่ครับ 33แก่ ไป นิดนึงผมเกิด พ.ศ. 252….
เดาเองนะว่าหลักสุดท้ายเลขอะไรอิอิอิ
ยังจำได้ดีครับ คุณพญาไก่ ก็น่าจะดูบอลยุคไล่ๆกันกับผม ผมยังชื่นชอบคุณยอดทอง และคุณ ย.โย่ง ที่เป็นตำนานทั้งคู่ หรือแม้แต่ เตยหอมที่พาก์ยกีฬาได้ยอดเยี่ยม แต่เห็นไม่ตรงกันเรื่องการเมือง ฮ่าๆๆๆ
ความเป็นสเปอร์สสำรับพวกเรา ผมว่าคำจำกัดความของมันคือ “ความคลาสสิค ” ที่ไม่มีใครพรากไปจากเราได่ ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่มันก็ฝังอยู่ในสายเลือดเราไปแล้ว
ปล. Vanilla_Clincy ครับ ผมโครตชอบเลยครับ ฉายช่อง 3 สมัยก่อน ต้องดูให้ได้
เกิด ไม่ ทัน คับ
ยุค นั้น
คล้ายๆกับผมเลย อ่านแล้วขนลุกน้ำตาซึมT__T
โดนใจ ตรงหาซื้อหนังสือฟุตบอลทุกเล่ม โดนมากๆ!!!!!!
ร่วมสมัย และ ระลึกถึง เมื่อสามวันก่อนลูกผมเพิ่งคลอด ผมตั้งชื่อเล่นแกว่า “เดโฟ” …..
เข้ามาอ่านเว็บนี้ทุกวัน รอคอยข่าวสารจากสโมสร ….
ขอบคุณ ทุกคนในเว็บ
ร่วมด้วยคน555+
อ่านแล้วคิดถึงวันเก่าๆจัง ผมก็คล้ายๆคุณเคยส่ง
จ.ม.ไปหาอา ย.โย่ง ได้รูู้จักทีมอื่นเพิ่มขึ้น จากรูปภาพ
ใน s.s.รายสัปดาห์ ขอบคุณครับกับบทความที่ทำให้
รู้สึกและมีกลิ่นอัยในวันเก่าๆของผม (ชอบมาก)
เเด่ สเปอร์ส
ขอบคุณครับ
อ่านแล้ว ขนลุก คิดถึงอา ย.โย่ง จริงๆ
เริ่มแก่กันแล้วสินะเรา…คริๆ
วันเผาศพย.โย่งที่วัดพระศรี ผมได้มีโอกาสไปงานศพตอนเค้า ตอนนั้นยังเรียนอยู่มหาลัยปี1
คนนี้ถ้ากล้องจับภาพคนดังข้างสนามเค้าบอกได้เลยว่าเป็นใคร สมัยนั้นสาธิตยังพากษ์ว่า”หวดดดดบอลไปข้างหน้า”อยู่เลย
บทความนี้เยี่ยมครับ ต่างจากอันที่แล้วอย่างสิ้นเชิง มีมิติขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขอตบมือให้เลยครับ
ขอขอบคุณมากๆครับ คุณไก่เข้มข้น
ผมชอบ อา โย่ง , รวมถึงรายการเจาะสนามของแก จำได้ว่าเคยมีโฆษณารายการ เป็นภาพเชียเรอร์ ยิงประตูเข้า แล้วเป็นเสียงอาโย่งว่า “ยิงแบบนี้ ติดทีมชาติ” แล้วตัดมาเป็นภาพ แอนดี้ โคล ยิงประตูไม่เข้า พร้อมเสียงอาโย่ง “ยิงแบบนี้ ไม่ติดทีมชาติ…..” ฮาก้ากเลยตอนนั้น……………..ปัจจุบัน รายการกีฬาของไทย (ทางฟรีทีวี) เดี๋ยวนี้ห่วยแตกมาก สู้เจาะสนามของอาโย่งยุคนั้นไม่ได้เลย ยิ่งตอนนี้มี เจาะสนาม แอท มิดไนท์ มาปลุกผี……ห่วยมากๆๆๆๆๆ เหมือนเอาดาราที่ไม่ใช่คนดูกีฬาจริง ๆ มาทำรายการ ผมดูไป สองสามที เลิกดูเลย ไม่รู้มันจะทำไปกันทำไมวะเนี่ย…….
อ่านแล้ว นึึกถึงสมัยก่อนจัง
จะดูบอลทีก็ ก็ต้องเป็นรายการสุดท้าย ทุกวันเสาร์ ตลอดเลย
อดรับอดนอนดู
กับ รายการ เจาะสนาม ทุกวันเสาร์ ตอนบ่าย 3 ได้มั้ง
^^
ขอแจมด้วยคน…แล้วอย่างผมจะเรียกว่ารุ่นไหนดี
เชียร์สเปอร์ตอนที่เข้าชิงเอฟเอคัพกับแมนซิตี้ตอนนั้น
ช่องเจ็ดสีถ่ายทอดสดนั่งดูกับน้องชายสองคน..และ
บอกน้องชายไปว่าถูกชะตากับ เกล็น ฮ้อดเดิ้ล มากๆ
ขอเชียร์สเปอร์แล้วกัน ส่วนมากชายก็ดันมาถูกชะตากับ
สตีฟ แม็คแคนซี (ถ้าจำไม่ผิด) ก็เลยนั่งเชียร์กัน..ผล
ปรากฏว่าทีมไก่เราชนะไป..ทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืม..และที่
สำคัญ ย.โย่ง ได้พากย์บอลคู่นี้อีกต่างหาก…และขอบอก
ว่าบรรยากาศฟุตบอลอังกฤษในสมัยนี้นมันส์สสสสสกว่า
สมัยนี้เป็นพันเท่า..เล่นกันแบบอังกฤษขนานแท้และ
บรรยากาศของคนดูที่เต็มที่จริงๆ…ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว
เหลือไว้แต่ความทรงจำเท่านั้น…ถ้าให้เลือกได้จะขอบอกว่า
ฟุตบอลอังกฤษและบรรยากาศสมัยนั้นเยี่ยมยอดที่สุดแล้ว
ต่างจากสมัยนี้ราวฟ้ากับดิน…..เฮ้อ………………
ถูกต้องเลย ผมชอบวิมเบิลดันด้วยอีกทีม
อ่านแล้วสุดยอด
เหมือนกันเลย
ความรู้สึก
หรือรุ่นที่เชียร์
จำได้ไปเที่ยวเขาใหญ่
ลงจากเขา เราแพ้ สาริกา 7-1
แต่ก็ทำไงได้ก็เราชอบนะ
ขอบคุณที่เขียนอะไรดีๆให้อ่านครับ
ขอบคุณครับสำหรับสาระดีดี ผมเป็นเพียงเสปอร์ รุ่นใหม่ เองแหงะๆ
นับไปนับมาทำไมมันมาตกที่เลข 3 และ 3 หว่า รึว่าเราแก่แล้วเนี่ย…เหอะๆๆ
ยุุคเดียวกันเลยคับ
โดนแม่ดุเหมือนกันเลยคับ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับเช้าวันจันทร์ ในห้องสมุด ร ร บ้านนอกคือสิ่งที่ผมเฝ้ารอคอย
ดูผลแข่งของสเปอร์คับ
และวันนี้ผมก็ยิ่งรักสเปอร์มากขึ้นทุกวัน
^^