ช่วงที่ Defoe กำลังร้อนแรงในขณะนี้ ในใจผมกลับคิดถึงตำนานเบอร์ 18 อีกคนนึงขึ้นมา…… ใช่ครับ เขาคนนั้นคือ “เจ้าฉลามขาว” เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เจ้าของเสื้อหมายเลข 18 เมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว…. ผมไม่ปฏิเสธว่าเขาคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเชียร์สเปอร์สมาจนถึงทุกวันนี้…… วันนี้นึกถึงเขาขึ้นมาผมเลยอยากจะลองเล่าประวัติของเขาคร่าวๆให้กับแฟนไก่ในบอร์ดนี้ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ที่เข้ามาอ่าน ติดตามกันได้เลยครับ…… 
CHAPTER 1 ประวัติเจ้าฉลามขาว
เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ได้รู้จักฟุตบอลครั้งแรกตอนอายุ 8 ขวบ ซึ่งเขาเล่นในทุกตำแหน่งรวมถึง ผู้รักษาประตู ด้วยในช่วงต้นๆนี้ เขายังไม่ได้ค้นพบสัญชาติญาณดาวยิงในตัวของเขา……
ในปี 1978 เมื่อ คลินส์ซี่อายุได้ 17 ปี เขาได้เริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรในบ้านเกิดคือ Stutgart Kickers (สโมสรในดิวิชั่น 2) ในฐานะเด็กฝึกหัด และก็เหมือนเด็กดาวรุ่งทั่วไป คลินส์มันน์ต้องรอโอกาสในการขึ้นทีมชุดใหญ่อยู่ 2-3 ปี ก่อนประกาศศักดากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมชุดใหญ่ของสโมสรได้ในปี 1982 พร้อมกับค้นพบความสามารถในการทำประตูในตัวเอง ในฤดูกาล 83-84 เขายิงไปถึง 19 ประตู ในปี 1984 ฟอร์มอันร้อนแรงของคลินส์มันน์ได้ไปเตะตายักษ์ใหญ่ในบุนเดสลีก้าเข้า Vfb Stutgart ได้เซ็นสัญญาเขามาร่วมทีมและในอีก 3 ปีต่อมาเขาก็ถูกเรียกขึ้นไปติดทีมชาติ เขาลงเล่นในทีมชาตินัดแรกในนัดที่เสมอกับบราซิล 1-1 ในเดือนธันวาคมปี 1987…..
Personal Profile of Klinsmann
Name : Jurgen Klinsmann
Nick name : The Golden Bomber
Place of born : Goppingen, Germany
Date of born : 30 July 1964
Height : about 6 foot 2 inch
Weight : about 181 pound
Position : Striker
CHAPTER 2 การเข้าสู่เล้าไก่อย่างเป็นทางการของ “คลินซี่”
ช่วงฤดูร้อนปี 1994 หลังจบฟุตบอลโลกที่อเมริกา สเปอร์สได้ทำช็อกโลกด้วยการเซ็นสัญญานักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะระดับโลกคนหนึ่งมาอย่างไม่น่าเชื่อ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมันผู้ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเยอรมัน มาจาก โมนาโก ด้วยค่าตัวเพียง 2 ล้านปอนด์ ซึ่งหนังสือพิมพ์ daily mirror ได้ให้คำจำกัดความการย้ายทีมครั้งนี้ว่า ‘การย้ายทีมที่น่าอัศจรรย์ในรอบทศวรรษ’ คลินส์มันน์ผู้ซึ่งสามารถพูดได้คล่องถึง 4 ภาษา ให้เหตุผลถึงการย้ายเข้ามาสู่ลอนดอนว่าเขาต้องการย้ายมาเล่นในลีกที่เน้นเกมบุกอย่างพรีเมียร์ลีก เพราะการเล่นในฝรั่งเศสเขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำไปเพียง 10 ประตูเท่านั้น….ในฤดูกาลนั้นเขาได้มาร่วมล่าประตูกับ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม ดาวยิงตัวเก่งของทีมตราไก่ ดาเรน แอนเดอร์ตั้น, นิค บาร์มบี้ และนักเตะใหม่ที่เซ็นสัญญามาในช่วงเวลานั้นดูโอทีมชาติโรมาเนีย ‘อิลี่ ดูมิเตรสคู’ และ ‘จอจี้ โปเปสคู’ …….นับว่าเป็นฤดูกาลที่มีความหวังมากสำหรับทีมตราไก่การลงเล่นนัด ปรี ซีซั่น ให้สเปอร์ส เจอกับ วัตฟอร์ด คลิ้นซี่ถูกรายล้อมด้วยแฟนบอลที่อยากชื่นชมสตาร์ระดับโลกของพวกเขา
CHAPTER 3 ฤดูกาลแห่งความทรงจำบนเกาะอังกฤษ
คลิ้นส์มันน์ เมื่อย้ายมาใหม่ๆก็ต้องเผชิญกับคำครหาจากสื่อมวลชลอังกฤษว่าเป็น “จอมพุ่งล้ม” เพื่อเอาฟรีคิกและจุดโทษ คลินส์มันน์ต้องพยายามใช้ความสามารถที่มีอยู่ในตัวเขาเพื่อเอาชนะคำครหาเหล่านี้ ซึ่งเขามีความมุ่งมั่นว่าต้องทำได้แน่นอน และในช่วงเดือนแรกคำครหาที่มีอยู่ในตัวเขาก็หมดไปเมื่อเขาซัด 6 ประตู จาก 6 เกม ในพรีเมียร์ลีก คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกที่เขาเข้ามาร่วมทีมเท่านั้น ทำให้เขาสามารถเข้ามาอยู่ในใจแฟนบอลทีมตราไก่ได้อย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นเพราะสัญชาติญาณที่มีอยู่ในตัวเขาหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้หรืออาจจะประชดสื่อ ทันทีที่เขายิงประตูแรกให้ทีมในการลงสนามนัดแรก ที่พบกับ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เขาแสดงท่าดีใจด้วยการพุ่งหลาวไปกับพื้น (ซึ่งกลายเป็นท่าดีใจที่คลาสสิคจนมาถึงทุกวันนี้) พร้อมเพื่อนร่วมทีมทุกคน ในส่วนของชีวิตส่วนตัวของเขาในอังกฤษ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างติดดินมาก ในวันซ้อมวันแรกที่สนามซ้อมของสโมสรเพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างรอคอยสตาร์ระดับโลกที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนต่างขับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ราคาแพง แต่คลิ้นสมันน์กลับมาถึงสนามซ้อมด้วยรถเต่าราคาถูกๆ …..
ในฤดูกาลนั้นถึงแม้ว่าในแนวรุกของสเปอร์สจะร้อนแรงแต่แนวรับกับเป็นจุดอ่อนที่คอยฉุดทีมไม่ให้มีอันดับที่ดีเท่าไร ซึ่งจากจุดนี้เป็นผลให้ ออสซี่ อาดิเลส ถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ผู้จัดการทีมที่เข้ามาแทนก็คือ เจอรี่ ฟรานซิส ซึ่ง เจอรี่ ได้มาทำให้แนวรับของสเปอร์สแข็งแกร่งขึ้นขณะที่ คลินส์มันน์ กับ เชอริ่งแฮม ก็ช่วยกันยิงประตูกันอย่างต่อเนื่องจนทำให้ท้ายที่สุดสเปอร์สจบฤดูกาลนั้นด้วยอันดับ 7 ซึ่งนับเป็นอันดับที่ดีที่สุดตั้งแต่ตั้งพรีเมียร์ลีกมา (จนถึงปี 2005 ซึ่งเป็นปีที่เขียนบทความนี้) และพาทีมเข้าสู่รอบ semi-final ใน FA-Cup ถึงแม้ว่าจะทำประตูได้ด้วยในนัดนั้นแต่ก็พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน ไป จบฤดูกาลนั้น คลินส์มันน์ ซัดไปถึง 29 ประตูในทุกถ้วย ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็น ‘นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปีของอังกฤษ’ แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้สเปอร์สได้ไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป และก็เป็นปัจจัยที่ทำให้คลินส์มันน์ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิคในบ้านเกิด ทิ้งไว้แต่ฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของเขากับสเปอร์ส ถึงแม้ว่าเขาจะย้ายไปร่วมทีมที่เขาไปประสบความสำเร็จอย่าง บาเยิร์น มา 2 ปี แล้วจากนั้นเขาก็ย้ายไปร่วมทีม ซามพ์โดเรีย ในอิตาลี ซึ่งเป็นการกลับไปอิตาลีเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยค้าแข้งกับ อินเตอร์ มาครั้งหนึ่ง แต่ที่ ลา ซามพ์ เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าไรในวัย 34 ปี ในขณะเดียวกันที่ สเปอร์ส สถานการณ์ในขณะนั้นเลวร้ายสุดๆ เสี่ยงต่อการตกชั้นเป็นครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ คริสเตียน โกรส ชาวสวิตเซอร์แลนด์ สโมสรได้ตัดสินใจยืมตัวคลิ้นส์มันน์มาจาก ลา ซามพ์ ด้วยสัญญา 6 เดือน…เขาย้ายมาร่วมทีมในเดือนธันวาคม ปี 1997 ซึ่งไฮไลท์ประจำฤดูกาลเกิดขึ้นเมื่อสเปอร์สต้องการชนะวิมเบิลดันเพื่อการันตีความอยู่รอด นัดนั้น คลินส์มันน์ ยิงถึง 4 ประตู ในชัยชนะ 6-2 ทำให้สเปอร์สรอดจากการตกชั้นอย่างหวุดหวิด พอจบฤดูกาลนั้น คลินส์มันน์ ได้แขวนสตั๊ดหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส ปี 98 เขาได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า …..”ผมรู้สึกถึงมีความสัมพันธ์ที่ผมมีต่อแฟนบอลอังกฤษเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแฟนสเปอร์ส ที่เป็นแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบันดาสโมสรต่างๆที่ผมเคยเล่นให้ ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของผมเกิดขึ้นที่ลอนดอนที่ซึ่งผมมีความสุขมาก”
หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล คลินส์มันน์ได้พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ LA ในอเมริกา ซึ่งมีข่าวลือว่าเขาจะหวนกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งใน major league แต่ คลินส์มันน์ก็ได้ลบข่าวลือด้วยการไปลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และเรียนภาษาสเปน คลินส์มันน์มีความสุขมากกับการใช้ชีวิตที่อเมริกา เขาได้ไปปรากฏตัวเป็นครั้งคราวที่สนามซ้อมของทีมฟุตบอลท้องถิ่น LA Galaxy ซึ่งสร้างความสนอกสนใจให้แก่นักเตะและโค้ชของสโมสรเป็นอย่างมาก ซึ่งโค้ชของสโมสร LA Galaxy โรบิน เฟรเซอร์ ได้กล่าวถึงคลินส์มันน์ อย่างชื่นชมว่า ‘เขาเป็นถึงนักเตะที่น่ายกย่องที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่กลับมาช่วยซ้อมและลงเล่นให้กับทีมชุดสองของเราเพื่อเป็นการกระตุ้นวัยรุ่นในทีมของเรา เขาได้ช่วยให้คำแนะนำการเล่นกับนักเตะของเราอย่างสุดความสามารถและไม่ถือตัว เขาไม่เคยดูถูกนักเตะคนไหนเลย คุณลองคิดถึงในแง่ที่ว่าเขาเป็นนักเตะทีมชาติเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่ ขณะที่เด็กของพวกเราเป็นคนอเมริกันที่ไม่มีชื่อเสียงดูสิ มันสุดยอดแค่ไหน ผมคิดว่าเขาจะเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาวงการ soccer ของอเมริกาได้อย่างแน่นอน”
และนี่คือชีวิตส่วนหนึ่งของตำนานหมายเลข 18 ของสโมสร Tottenham Hotspurs คนหนึ่ง ‘Jurgen Klinsmann’
Special Chapter การหวนคืนถิ่นของฮีโร่ของเรา
ช่วงกลางฤดูกาล 2002-2003 ทางสเปอร์สได้จัดฟุตบอลแมทช์การกุศลเพื่อหาเงินเข้ากองทุน Tottenham Tribute Trust ซึ่งจุดประสงค์ของกองทุนนี้ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและให้เงินแก่นักเตะเก่าๆของสเปอร์สที่ตกระกำลำบาก ฟุตบอลนัดนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2002 เป็นการแข่งขันระหว่างทีมรวมดาราสเปอร์ส กับ DC United จากอเมริกา ฟุตบอลนัดนี้แฟนทีมตราไก่ที่เข้าไปชมต้องการที่จะไปชมขวัญใจในอดีตของพวกเขาลงเล่นด้วยเคียงข้างกัน นั่นนับเป็นความสุขใจประการหนึ่งเลยทีเดียว และแน่นอน เจอร์เก้น คลิ้นสมันน์ ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมเล่นในแมทช์การกุศลในแมทช์นี้หลังจากอำลาทีมไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในนัดนี้เขาจะได้ลงเล่นจับคู่กับพาร์ทเนอร์เก่าของเขาที่ช่วยกันล่าประตูในฤดูกาล 1994-1995 เท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮม รวมถึงสุดยอดเพลย์เมกเกอร์อดีตทีมชาติ อังกฤษ ‘อ้วนซ่า’ พอล แกสคอยน์ และ ปีกชาวฝรั่งเศสเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของอังกฤษ ดาวิด ชิโนล่า รวมถึง คริส ว็อดเดิล ก็มาร่วมด้วย ยังมีดาวรุ่งและนักเตะปัจจุบันร่วมทีมอีก แต่เสียดายที่ เกล็น ฮอดเดิล ได้รับบาดเจ็บกระทันหัน ทำให้ต้องถอนตัวไป แมทช์ในคืนนั้นจบลงด้วยชัยชนะของ DC United 1-0 แต่เหนืออื่นใดแฟนสเปอร์สไม่ได้สนใจผลการแข่งขันเท่าไร เพราะในค่ำคืนอันชื่นมื่นนี้พวกเขาได้พบกับนักเตะที่เป็นตำนานของสโมสรลงเล่นด้วยกัน และรวมถึงขบวนพาเรดของยอดนักเตะในอดีตเท่าที่จะมาร่วมงานได้ และหนึ่งในนั้นก็มีผู้จัดการทีมที่เป็นตำนานของสเปอร์สตลอดกาล “บิล นิโคลสัน”
รายชื่อนักเตะในวันนั้น :
ครึ่งแรก : (4-4-2) เคลเลอร์, มาร์นีย์ , เพอร์รี่ , โดเฮอร์ตี้ , บันเจฟเซวิซ , โปเยต์ , แกสคอยน์ , ฟรอยด์ , ชิโนล่า , เชอริ่งแฮม , คลินส์มันน์
ครึ่งหลัง : (4-4-2) เฮิชเฟลด์ , คาร์ , ร.เฮนรี่ , คัลเดอร์วู๊ด (ส.เคลลี่ แทน น.76) , มาร์นีย์ ( พ.อัลเลน แทน น.76) , ว็อดเดิล , แกสคอยน์ (บล็งเดล แทน น.50) , ส.คลีเมนซ์ , ชิโนล่า (เอทเธอริงตัน แทน น.57), เชอริ่งแฮม (เรบรอฟ แทน น.50) , คลินส์มันน์ (ค.อัลเลน แทน น.65)
เกียรติยศที่เคยได้รับ…..
เอล มอโร่

ผมก็เชียร์สเปอร์ เพราะคลินส์มันน์ เหมือนกันครับ
แต่ที่เชียร์เพราะชอบคลินส์มันน์มาก่อนแล้ว พอเห็นนักเตะที่เราชอบมาเลือกเล่นให้สเปอร์ก็เลยเชียร์สเปอร์มาตลอดเลย
ถึงจะไม่ค่อยได้แชมป์หรือประสบความสำเร็จเท่าไหร แต่รู้สึกภูมิใจที่สุดที่รักและเชียร์ทีมสเปอร์ครับ
เหมือนกันเลยครับ…ผมเชียร์สเปอร์เพราะเจอร์เก้น คลิ่นมันส์ และทีมชาติเยอรมัน
เหมือนกันครับ เหตุผลเดียวกัน
ชอบไก่เดือยทอง
ชอบทีมชาติเยรมัน
ที่จริงแล้วมีข้อตกลงและสัญญาบางเรื่องที่ทำให้คลินส์มันน์กลับมาเล่นที่สเปอร์เป็นครั้งที่สองนะครับ มันนานมาแล้ว แต่มีประโยคหนึ่งที่จำได้ดีและไม่มีวันลืมเลยก็คือ คลินส์มันน์บอกว่าตั้งแต่เล่นฟุตบอลมาคู่ขาที่ดีที่สุดของเขาก็คือเท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮม นั่นเอง
ผมชื่นชอบคลินส์มันส์ก่อนมาไก่อยู่แล้วครับ ลูกไม้ตายของพี่หลามคือพุ่งตอปิโดบก ถ้าได้โหม่งท่านี้เมื่อไร ลุกขึ้นเฮได้ทันที ไม่เคยเห็นโกล์เซฟได้ แล้วโหม่งเข้ากรอบตลอด พอย้ายมาไก่ผมเลยดูเขาเล่น แล้วก็เริ่มเชียร์ไก่ตั้งแต่นั้นเลยครับ
พี่หลามเป็นศูนย์หน้าระดับโลกของแท้ ไม่ต้องอาศัยเวลาปรับตัวเลย มาถึงท็อปฟอร์มทันทีสุดยอดครับ รู้สึกประหลาดใจมากที่ย้ายมาที่นี้ในค่าตัวที่ถูกเวอร์มาก สมัยนี้อย่าให้พูดเลยครับระดับหมู่บ้านไม่เคยได้ยินชื่อเล่นซะหลายล้านเลย
พูดถึงท่าไม้ตายพี่หลามผมเคยอยากฝึกท่าตอปิโดบกเหมือนพี่หลามเหมือนกันนะ แต่สนามบ้านเราขืนไปทำมั่วๆ หน้าอกหน้าใจได้แหกพอดี 55+ แล้วอาจเสี่ยงตีนจากฝั่งตรงข้ามอีก คิดไปคิดมาดูพี่หลามทำดีกว่า 55+
ณ ตอนนี้เดโฟก็มาสวมเบอร์18เบอร์เดียวกับพี่หลาม แถมยิงกระจายอีกต่างหาก แม้ลูกไม้ตายจะต่างกันก็ไม่เป็นไร ขอใหวิญญาณความคมพี่หลามสิงสถิตที่เสื้อเบอร์18รุ่นต่อรุ่นต่อๆไปนะครับ
รู้จัก สเปอร์ แล้วก็ เชียร์ สเปอร์มาจนทุกวันนี้ ก็เพราเค้าคนนี้แหละครับ
Jurgen Klinsmann
ชอบโคตรๆ
เหตุผลเดียวกันเลยว่ะปุ้ย ><
อิอิ
^^
ฝันของผมเป็นจริงก็ตอนที่เทพเจ้าของผมย้ามาเล่นับทีมที่ผมรักนี่แหล่ะครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ คุณ เอล มอโร เพิ่งรู้ว่ามาเป็น คอลัมส์นิสต์ที่นี่ด้วยเหมือนกัน
แฟนไก่หลายท่านๆ จำนวนไม่น้อย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะชื่นชอบ คลิ้นซี่ จนทำให้ติดตามเป็นแฟน สเปอร์ จนมาถึงปัจจุบัน
ไม่แน่ ซักวัน เราอาจจะเห็นเขามาเป็น ผจก ทีมให้กับสเปอร์ อีกก็เป้นไปได้
ผมมัดมือชกเขาเองละพี่ 55
ใช่ครับ ผมก็คิดเหมือนกัน ซักวัน เราอาจจะเห็นเขามาเป็น ผจก ทีมให้กับสเปอร์
ผมเชียร์สเปอร์ แต่ไม่ทันตอนคลินส์มันส์เล่นครับ แต่ไม่แน่ใจว่ายังอยู่สเปอร์หรือเปล่า
จำได้ว่าครั้งแรกที่ดูสเปอร์เตะกับเอฟเวอร์นตัน ตอนนั้นยังมี ชิโนล่า
ชอบชิโนล่าในนัดนั้น ก็เลยชอบสเปอร์ไปด้วย ที่ผ่านมาอาจจะไม่คอยได้ติดตามเท่าไหร่
แต่ฤดูกาลนี้ ติดตามทุกนัดเลยครับ ยังไงก็จะเชียร์สเปอร์ตลอดไปครับ รักสเปอร์จิงๆ
ผมเชียสเปอร์ ตอนที่คู่หน้าเปน เบอบาตอฟกับร็อบบี้ คีน คับ
ปีนั้นคู่หน้ายิงได้เยอะ ผมก็เลยเชีย ถ้าจำไม่ผิดปีนั้นจบด้วยที่5ป่าวคับ
คัยจำได้บอกผมที ว่าปีนั้นปีอะรันคับผมอยากรู้
แรงบันดาลใจเดียวกันเลยครับ เชียร์ปุ๊บแขวนสตั้ดปั้บ
ถ้านับแค่กองหน้า ถัดจากเค้าคนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าใครจะกลายเป็นตำนานได้อีก(เสียดายบาตอฟ)
ผมก็เชียร์ไก่เพราะพี่ฉลามขาวนี่แหละครับ นึกถึงสเปอร์ยุค 1994-1995แล้วแนวรุกของไก่ขั้นเทพจริงๆ ศูนย์หน้า พี่หลาม+น้าหมีเท็ดดี้ ปีกขวา แอนเดอร์ตัน กองกลาง จอร์จี้ โปเปสคู
อีมิลี่ ดิมิเตสคู เดวิด ฮาวว์(3คนนี้เบียดกันลงสองคน) ปีกซ้าย นิค บาร์มบี้ แต่กองหลังเราห่วยแตกเช่นกัน โดยเฉพาะแบ็คซ้ายบ่อนำ้มัน จัสติน เอเดนเบรอะ และนายประตูรูปหล่อแต่ฟอร์มไม่หล่อ เอียน วอร์คเกอร์ แถมไอ้จูดาส โซล แคมเบบล์ด้วย ตอนนั้นมันยังเฟอะฟะอยู่เลย ถ้าเรามีแผงหลังที่ดี คงจบฤดูกาลในอันดับสี่หรือห้า โดยเฉพาะนัดสุดท้ายเจอลีดส์ ไก่นำก่อน1-0แต่ก็มาโดนแอนโทนี่ เยบัว ตีเสมอ 1-1 ทำให้เราได้ที่ 7 ลีดส์ได้ที่6 (ลีดส์ได้ไปเตะบอลยุโรป)เซ็งโคตร
ชอบหลามด้วยคนคับ
แต่เชียร์สเปอร์เพราะ….แกรี่ ลินิเกอร์ (อายจัง)
มีใครรุ้จัก เค้า บ้างมั๊ยคับ
ผมเชียร์ไก่ตั้งแต่ปี 90 เพราะ มิสเตอร์ ไนซ์กาย เหมือนกันครับ
ไม่รู้จักดาวซัลโวอันดับสองของทีมชาติอังกฤษได้ไงครับ ^ ^
ผมก็เชียร์เพราะ ลินิเกอร์คับ
Lineker เหมือนกันครับ
ชอบ spurs เพราะทีมเน้นบุกนี่แหละครับ
เกมเร็วดี ชอบ
ผมก็ชอบเพราะคนคนนึเหมือนกัน
ชอบสเปอร์มากแบบว่าเข้าเส้นเลยอ่ะ
แหม … เข้ามารำลึกความหลัง หรืออีกทีก็คือความแก่ อิอิ …
ยุคนั้นก็ยุคคลาสสิคของเรายุคหนึ่งครับ Shery-Dumy-Klinsy นี่คือสามประสานที่สุดยอดมากๆ ของเราในปีนั้น โดยมีโก๋เด็ก นิค บาร์มบี้ กับปีกกระดูกยุง ดาเรน แอนเดอร์ตัน เป็นดาวรุ่งขึ้นมาช่วย กลางยังมี จอจี้ โปเปสคูอีกคน เป็นทีมที่ดูแล้วเพลินดี (เวลานำเค้าห่างครับ) แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่้อยเพลินเพราะต้องลุ้นตลอดว่ากองหลังเราจะพลาดเมื่อไหร่ฟระ 555
หลังจากยุคของตำนานอย่างไคลฟ์ อัลเลน กับ แกรี่ ลินีเกอร์มาแล้ว ก็มีพี่หมีเชอริงแฮม กับพี่หลามที่ร่วมยุคกันนี่แหละ ที่พอจะนับว่าเป็นกองหน้าระดับตำนานของเราในยุคต่อมา
แหะ แหะ … ยุคไคลฟ์ อัลเลน มีใครทันมั่งครับ ก่อนยุคลินีเกอร์ของเรปข้างบนอีกนะนี่ … ^__^
ต้องไปค้นประวัติ..ใครรู้ช่วยหน่อย….แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็นสตาฟโค้ชเราด้วยนะ
ลองดูว่า 1 ฤดูกาล ยิงได้ 49 ประตู (ทุกถ้วย) ทำกันยังไง
ก็เป็นโคชเราอยู่ครับ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ายังอยู่ปะสำหรับ อัลแลน
โห คนเชียร์ สเปอร์ ปีที่ครินมันส์ มาเยอะมากเลย ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่บ่งบอกอายุดีนะครับ ว่าแต่ละคน ….
เชียร์ตอนพี่หลามแกเล่นอยู่เหมือนกัน แม้ตอนนั้นจะดูบอลไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็จำเลาๆได้ว่ามีพี่แกเล่นอยู่และผมก็ประทับกับทั้งทีมที่สู้ยิบตาจนรอดตกชั้นมาได้
แต่นั้นมาก็หลงเสน่ห์ไก่ไปเฉยเลย ทำยังไงก็เชียร์ทีมอื่นไม่ได้(เคยลองเปลี่ยนทีมเชียร์ดู ตอนที่ยังไม่ผูกพันกับไก่มากนัก)
จะเชียร์ไก่ต่อไปคร้าบบบ ~
ขอบคุณ คุณเอล มอโร่ สำหรับคอลัมภ์ดีๆ ครับ
คลินส์ซี่ ทำให้สเปอร์ยุคนั้นมีชีวิตชีวามาก 1 ปีที่เล่นอย่างทุ่มเท ทำให้ลบคำสบประมาทว่าเป็นนักเตะจอมพุ่ง , สำออยลงไปได้ถนัดใจ และการจากไปอย่างรวดเร็ว ทำให้แฟนๆใจหายวาบ (แต่ก็โอเค ก็ทีมไปโควต้ายุโรปไม่ได้เอง)
คลินส์ซี่ ในยุคแรกกับสตุ๊ทการ์ทเป็นนักเตะขึ้นชื่อว่านิสัยดี เคยขอร้องผู้ตัดสินไม่ให้ไล่นักเตะฝ่ายตรงข้ามออกในเกมบุนเดสฯด้วย มีลีลาการพังประตูที่น่าตื่นตาตื่นใจ จนย้ายไปอินเตอร์น่าจะเรียนรู้แท็คติกพิสดารจากที่นั่น และที่ติดตาคือการพุ่งล้มให้นักเตะอาร์เจนไตน์โดนไล่ออก 2 คนในรอบชิงบอลโลกปี 90 คงจะเป็นตัวจุดประกายที่ทำให้เป็นนักเตะชอบพุ่งตบตาจากนั้นเป็นต้นมา
แต่พอมาเล่นอยู่ สเปอร์ บอกได้ว่าเต็มที่จริงๆ ครับ
ผมชอบสเปอร์เพราะชิโนล่าแระผมไม่ชอบทีมบิ๊กโฟร์คับ เพราะหมั่นไส้ อิอิ ผิดมั้ยนิ
แต่ที่ชอบทีสุดก้อน้าคลิ้นซี่เนี้ยแร่ะคับตอนมาสเปอร์รอบแรกดูไม่ทันคับ เพราะเด็กอยุ่
จำได้แต่ว่าเชียร์เยอรมันตอนบอลโลกปี94คับเพราะชอบคลิ้นซี่เนี้ยแร่ะ แต่พอได้มาดู
ตอนกลับมาเล่นรอบสองก็เยี่ยมแระล่ะัคับ เนี้ยแร่ะคับตำนานตัวจิงเรย
คิดถึ๊ง คิดถึงคลิ้นซี่+ชิโนล่า
ยังจำได้ดีตอนที่ คลิ้นซี่ย้ายมาร่วมทีมได้เลยครับ ตอนนั้นเกมรุกเราสะเด่ามาก เสียดายที่ทีมชุดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ
พี่หลามเราเก่งมาก ถือเป็นโชคดี ที่ได้เห็นพี่หลามในชุดไก่ แต่ผมเชียร์ไก่มาก่อนพี่หลามจะมานะ
ผมเชียร์เพราะ เกล็น ฮ๊อดเดิ้ล อ่ะครับ
กรุณาอย่าเรียกผมว่าปู่ นะ
สุดยอดเลยครับ ไม่เคยเห็นฮอทเดิ่ลเล่นนะเห็นแต่ตอนเป็นโคช แต่มาดูคลิปเก่าๆๆ แล้ว สุดยอดมาก
เชียร์เพราะอิริค เอดมัน เอ๊ย… ทอลสเวทครับ เพราะตอนนั้นชอบเล่นเป็นโกล์ ความหล่อคู่คี่มากับกัมปนาทเลยนะน่ะ
เชียร์เพราะคลิ้นซี่เหมือนกันครับ แต่ไม่มีคลิ้นซี่แล้วก็ยังตามเชียร์ไก่ตลอดไปครับ
จำได้ตอนนั้นอยู่ ม.4 เชียร์เพราะพี่หลามนี้แหละ โคตรชอบเลยตอนแรกไม่รู้เชียร์ทีมอะไร มีแต่ แมนยู ลิเวอร์พูล แต่ผมไม่ชอบอะ ชอบทีมแบบสเปอร์ดีกว่าลุ้นสนุกดี และก็พี่หลามทำให้ผมเชียร์มาจนบัดนี้ ฮาๆๆๆ พี่หลามผมรักคุณ เชียร์บาเยริน์ เยอรมัน ก็เพราะพี่หลามนี้แหละ
ผมเชื่อสเปอร์ เพราะคิดว่า เป็นองค์การโทรศัพร์ เพราะ 6 ปี ก่อน อักษรย่อ ตอนขึ้นโทรทัศน์ คือ TOT ก็เลย เชียร์ มา แต่ บัด นั้น
อยาก ให้ เอา ปะวัติาสตร์ สเปอร์ มา เยอะๆ
ผม อยาก รู้ ผม พึ่ง เชียร์ มา 6 ปี เอง
อยาก รู้ ทีม ที่ ผม รัก มี ใคร เป็น ตำนาน อะ ไร อีก
ขอบคุณคร๊าบ
ผมเชียร์สเปอร์ เพราะ แกรี่ลินิเกอร์ครับ
ผมเตะบอลเล่นเป็นศูนย์หน้าตั้งแต่เด็กครับ ตำแหน่งเดียวกับ ลินิเกอร์ ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ
และทีมสเปอร์ครับ
ชอบ Anderton ด้วยครับ
แต่ก่อนผมก็ใช้ชื่อ Anderton เวลา post หรือสร้าง account เล่นเกมเหมือนกันเลย
เหมือนกันครับ เชียร์สเปอร์เพราะคลินส์มัน เชียร์เยอรมันก้อเพราะพี่หลามเหมือนกัน