เป็นประจำ ที่เมื่อทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปจบลง ข่าวคราวและความเคลื่อนไหวในตลาดลูกหนังย่อมฟุ้งกันจบควันตลบ รวมไปถึงความคาดหวังของแฟนๆแต่ละทีม ที่หมายมั่นไว้ว่านักเตะคนใดที่ฉายแววเด่นในทัวร์นาเมนท์นั้นๆ จะมาร่วมหอลงโรงบ้าง ไม่เว้นแม้แต่พวกเราสาวก Yid army ที่มักลุ้นจนหงอนโก่งทุกครั้งที่ทัวร์นาเมนท์เหล่านี้จบลง
เมื่อ Worldcup 94 จบลง พวกเราเคยชูคอผงาดหงอนต้อนรับการมาเยือนของสตาร์เวิร์ลคัพในครานั้นอย่าง พี่หลาม เจอร์เก้น คลินส์มันน์ , อีลี่ ดูมิเตรสคู และจีก้า โปเปสคู ดูโอโรมาเนียน แต่ถ้าถามว่าตอนจบยูโร 96 เราได้ใครมา บางท่านอาจจะลืมไปแล้ว
ย้อนเวลาไปในเมื่อฤดูกาล 1996 นั้น ทันทีที่ทัวร์นาเมนท์ยูโร 96 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจบลง นักเตะมากหน้าหลายตาที่โชว์ฟอร์มเด่นในทัวร์นาเมนท์นั้น ต่างเวียนว่ายเป็นข่าวกับเราไม่เว้นวัน ชื่อของมัธธีอัส ซามเมอร์ รวมไปถึง เฟอร์นานโด คูโต้ คือชื่อที่ถูกเอ่ยถึงบ่อยที่สุด แต่คนที่เราได้มาจริงๆกลับเป็นมิดฟิลด์ร่างบางจากเดนมาร์ค ซึ่งใครจะรู้ว่า อีก 3 ปีต่อมา เขาคนนี้จะเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของทีม นักเตะกองกลางจอมถล่มประตูผู้นั้นมีนามว่า “อัลลัน นีลเซ่น”
อัลลัน นีลเซ่น ย้ายจากบรอนด์บี้ในเดนมาร์ค มาอยู่กับเราเมื่อปี 1996 ด้วยค่าตัว 1.65 ล้านปอนด์ ถือเป็นราคาที่ไม่มาก แต่ผลงาน 97 นัดกับอีก 12 ประตูในชุดสเปอร์ทำให้ตัวเลขนั้นดูน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับความคุ้มค่า โดยเฉพาะประตูประวัติศาสตร์ที่นีลเซ่นพุ่งโหม่งในนาทีที่ 92 ให้สเปอร์ปราบเลสเตอร์ไป 1-0 คว้าแชมป์ลีกคัพในฤดูกาล 1999 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
ตลอดเวลา 4 ปีในชุดสเปอร์ นีลเซ่น ลงรับใช้ทีมอย่างทุ่มเท เต็มร้อย สไตล์การเล่นที่เล่นบอลง่าย คล่องแคล่วของเขา ทำให้เขายึดตำแหน่งตัวจริงในแผงกลางยุคนั้นได้อย่างไม่มีปัญหา และทีเด็ดที่ใครๆต้องยอมรับคือ นีลเซ่น มักจะโผล่ขึ้นมาทำประตูให้ทีมได้อยู่เป็นเนืองๆ จากตำแหน่งที่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ ในฤดูกาลแรกๆของเขาที่ไวท์ ฮาร์ทเลน มิดฟิลด์โคนมผู้นี้ยึดตำแหน่งตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นความหวังใหม่ในแดนกลางที่แฟนๆไก่ต่างชื่นชอบ
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เช่นเดียวกับวิถีการเล่นของฟุตบอลอังกฤษ ที่นับวันจะทวีความโหดและรุนแรงปานพายุบุแคม มิดฟิลด์ร่างบางอย่างนีลเซ่น เริ่มเจอเกมส์เร็วและเกมส์หนักในพรีเมียร์ลีกเล่นงาน จนทำให้ 2 ฤดูกาลหลังในชุดสเปอร์ เขามักจะลงเอยด้วยตำแหน่งในม้านั่งข้างสนาม แต่ยอดมิดฟิลด์ผู้นี้ก็ไม่เคยปริปากบ่น เขายังคงทำผลงานตามหน้าที่ได้ดี รวมถึงบทบาทการเป็นฮีโร่ในเกมส์ลีกคัพนัดชิงเมื่อปี 1999 ที่เขาคว้าตำแหน่งแมนออฟเดอะแมทช์มาครองได้อีกด้วย
หลังจากใช้ชีวิตในรั้วไก่ได้ 4 ปี นีลเซ่นที่เริ่มไม่มีตำแหน่งในทีมตัวจริงก็จำต้องย้ายออกไปอยู่กับวูล์ฟแฮมป์ตันในแบบยืมตัว ก่อนที่จะเป็นวัตฟอร์ดที่มาคว้าตัวมิดฟิลด์ผู้นี้ไปช่วยทีม ซึ่งนีลเซ่นก็อยู่ช่วยทีมอีก 3 ปีเต็มๆก่อนจะกลับไปแขวนสตั๊ดกับสโมสรในบ้านเกิด ทิ้งไว้เพียงความทรงจำให้แฟนบอลอังกฤษได้จดจำ โดยเฉพาะแฟนๆสเปอร์ ย่อมไม่มีวันลืมอดีตฮีโร่คนนี้ ที่โหม่งประตูชัยแห่งประวัติศาสตร์คว้าถ้วยลีกคัพมาให้ทีมได้สำเร็จ…
รู้หรือไม่ : ระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ มักยาวเท่ากับระยะทางจากดวงจันทร์ถึงโลกเสมอ……
จะติดตามตามคอลัมส์ของคุณนะครับ อ่านแล้วเพลินดี
จำได้ดีสำหรับ นีลเซ่นครับ ผมชอบนะครับ ยังจำลุกที่โหม่งตอนนัดชิงลีกคัพ ปี 1999 ได้ติดตาอยู่เลย
ปล.ชอบประโยคตอนจบจริงๆครับ
ธานคับ
เขียนได้น่าติดตามอย่างยิ่งคับ
สำนวนการเขียนเฉียบขาดครับ ดูจากรูปแบบ font แล้ว ต้องเป็นคนแถว วงเวียนใหญ่ แน่เลย จะคอยติดตามผลงานนะครับ
จำได้ๆ
ยิงจาก ริมเส้นด้านขวา เคซี่ เคลเรอร์ ล้มตัวปัดกระเด้งมา นีลเซ่นพุ่งตอบิโดโหม่งเข้าไป เฮลั่นบ้าน