“Come On You Spurs!!”

“Spurs Thailand Fanclub , Latest News , Clips , Match Report, Forum, Column ”

ขยับถูกที่ จี้ถูกจุด ไปถูกทาง

Posted by on Aug 20th, 2009 and filed under พญาไก่ 2009. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry

สเปอร์เปิดตัวพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วยฟอร์มประดุจเทพและสวยงามที่สุดในรอบหลายปี เริ่มด้วยการเปิดตัวนัดแรก ทีมรักของเราสามารถเอาชนะทีมใหญ่อย่าง “หงส์แดง”ลิเวอร์พูลไปได้ชนิดที่ว่าเรียกได้ว่าสะใจสาวกไก่เดือยทองกันทั้งบาง Harry-Redknapp-Tottenham-Hotspur-Bolton-Wande_1400620แถมยังได้เห็นประตูงามๆจากนักเตะที่ไม่เคยยิงประตูได้มาก่อนอย่างเอนก็อตโต้และลูกโหม่งประตูชัยจากนักเตะใหม่ถอดด้ามที่ลงสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกอย่าง เซบาสเตียง บาสซง เรียกว่าเป็นการเปิดตัวอย่างสวยงามที่สุด นัดต่อมาทีมรักของเราก็ยังฟอร์มดุไม่เลิก เมื่อไล่จิกหมากระจายไป5-1พร้อมกับการทำแฮตทริกของเจอร์เมน เดโฟ
                      นี่เป็นความสุขที่แฟนๆไก่เดือยทองไม่ได้สัมผัสแบบนี้มาถึง 3 ปีเต็มๆแล้ว ทั้งๆที่ปีนี่นับว่าเป็นปีที่สเปอร์ขยับตัวในตลาดนักเตะน้อยมากๆถ้าเทียบกับปีที่ผ่านๆมา โดยถ้านับดูใน11ตัวจริงนัดที่พบกับลิเวอร์พูลและฮัลล์จะเห็นว่ามีนักเตะใหม่ที่ลงสนามเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ บาสซง ซึ่งถ้าเกิดวู้ดดี้กับดอว์สันไม่เจ็บ เราก็จะเห็นทีมที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลที่แล้วเลย
                      หลายๆฤดูกาลที่ผ่านทีมสเปอร์ของเรานับว่าเป็นทีมที่สร้างความฮือฮาในตลาดการซื้อขายนักเตะมาอยู่เสมอๆเรียกได้ว่าสเปอร์จะเป็นทีมระดับหัวแถวในพรีเมียร์ที่มีการเปลี่ยนนักเตะเยอะที่สุดมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาหลายฤดูกาลก็จะเห็นได้ว่าการซื้อตัวนักเตะใหม่ๆเข้ามาเยอะก็ไม่ได้เป็นการตอบโจทย์ที่ว่าทีมจะเล่นได้ดีขึ้นและประสบความสำเร็จเสมอไป ที่ให้มาอย่างเดียวดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ ความหวัง ที่ว่าทีมจะดีขึ้นเท่านั้น เพราะหลายๆคนก็คงจะคิดเหมือนๆกันว่านักเตะที่มาใหม่คงจะดีกว่านักเตะเก่าและจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
                     ซึ่งถ้าจะสังเกตุกันดีแล้วจะเห็นว่าทีมในระดับกลางและระดับล่างจะมีการซื้อขายเปลี่ยนแปลงนักเตะกันมากกว่าทีมในระดับหัวแถวอย่างพวกทีม BIG4 ที่ปีๆนึงไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงทีมมากนักหรือถ้าจะมีการซื้อตัวกันแต่ละทีก็จะเป็นตัวเป้งๆกันทั้งนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าอันที่จริงแล้วนักเตะในทีมใหญ่ๆก็จะเป็นพวกระดับโลกกันทั้งนั้นอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทีมอะไรมากมายในปีๆนึง
                 harry-redknapp_1368961c    ผิดกับพวกทีมที่อยู่ในระดับที่รองๆลงมาอย่างทีมระดับล่างๆที่ก็ต้องมีการขยับตัวในตลาดเยอะหน่อยเพราะว่าเป้าหมายคือการต้องหนีการตกชั้นเพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าทีมในระดับล่างๆจะมีการซื้อตัวเข้ามากันค่อนข้างเยอะซึ่งส่วนมากก็จะเป็นแบบจะเป็นว่าต้องเอาไว้ก่อนถึงแม้ว่านักเตะทีมที่ทีมระดับนี้ซื้อมาบางคนอาจจะเคยล้มเหลวกับทีมอื่นมาแล้วแต่ก็ต้องเสี่ยงเพราะอาจจะมีประโยชน์กับทีมตัวเองในแง่ของประสบการณ์ที่อาจจะมาช่วยทีมตัวเองและประคองนักเตะรุ่นน้องหรือไม่เคยสัมผัสเกมส์ในระดับพรีเมียร์คนอื่นๆได้ อย่างเช่นน้องใหม่เบอร์มิงแฮมที่เซ็นสัญญากับ แบร์รี่ เฟอร์กูสัน ที่เคยล้มเหลวมากับแบล็คเบิร์นหรือ ลี คาร์สลี่ย์และ ลี โบวเยอร์ ที่เคยมีประสบการณ์ในระดับสูงมาหลายปี                   
                         ส่วนในทีมระดับกลางๆซึ่งก็รวมถึงทีมสเปอร์ของเราด้วยในแต่ละปีก็จะมีขยับตัวซื้อขาดนักเตะกันครึกครื้นกันแทบทุกปีอย่างทีมสามล้อถูกหวยอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีการซื้อตัวที่บ้าระห่ำที่สุดในฤดูกาลนี้ ชนิดที่ว่าทีมอื่นต้องมามองกันตาละห้อย หรืออย่างแอสตัน วิลล่าที่ถึงแม้จะเสียนักเตะสำคัญอย่าง แบร์รี่ ไปแต่ก็ยังมีการซื้อที่ฮือฮาบ้างกับการดึงตัว สจ็วต ดาวนิ่ง และ ฟาเบียน เดลฟ์  ผิดกับเอฟเวอร์ตันและสเปอร์ที่ค่อนข้างจะเงียบในตลาดนักเตะปีนี้ มีการขยับตัวอย่างนิดละหน่อยเท่านั้น
                       ซึ่งปัญหาในการซื้อตัวและเปลี่ยนแปลงของทีมในระดับกลางๆอยู่นั้น อย่างแรกเลยก็คือการต้องรั้งนักเตะที่สำคัญของทีมไม่ให้โดนทีมใหญ่ๆดูดไปเพราะถ้าเกิดเสียไปจะเป็นการเสียถึงสองเด้ง ทั้งทีมต้องอ่อนลงและการเกิดช่องว่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมตัวเองนั้นต้องห่างออกไปอีก อย่างสเปอร์ของเราที่โดนดูดนักเตะสำคัญอย่างเป็นประจำโดยเฉพาะป๋าแพนด้าที่พิศมัยนักเตะของทีมเราเหลือเกินเริ่มจาก ไมเคิล คาร์ริก และเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เราต้องเสียคู่หน้าไปทั้งดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟและร็อบบี้ คีน นี่ยังไม่นับที่เราเสีย เจอร์เมน เดโฟ ไปก่อนหน้านี้อีก ทำให้ทีมเราต้องประสบปัญหาอย่างมาก
                      ซึ่งนั่นก็ตามถึงปัญหาที่สองที่ตามมาคือการซื้อนักเตะที่จะต้องเข้ามาทดแทน ซึ่งการเป็นทีมในระดับกลางๆถ้าต้องเสียนักเตะที่สำคัญของทีมแล้ว ถ้าต้องการให้ทีมรักษาสถานภาพในทีมตัวเองไม่ให้ตกต่ำลงและยังมีเป้าหมายในการประสบความสำเร็จแล้วนักเตะที่จะเซ็นเข้ามาใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดึงนักเตะที่ดีกว่านักเตะที่เสียไปหรืออย่างแย่ที่สุดก็ต้องได้นักเตะที่มีประสิทธิภาพเท่าของเดิมสามารถช่วยให้ทีมไม่ย่ำแย่ไปกว่าเดิมได้
                 ekotto_1463510c    แต่ก็นั่นแหละการจะซื้อตัวนักเตะในระดับดีๆหรือที่เรียกว่าระดับอินเตอร์นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำง่ายๆ เพราะนักเตะในระดับอินเตอร์ส่วนใหญ่จะมองไปในทีมที่ได้เล่นแชมป์เปี้ยนลีกเท่านั้นหรือไม่ถ้าไม่ได้ไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกแต่มีเงินเป็นถุงเป็นถังอย่าง แมน’ซิตี้ ที่กล้าบ้าทุ่มค่าเหนื่อยไม่อั้นก็มีสิทธิจะได้ซิวนักเตะในระดับนี้เหมือนกัน อย่างสเปอร์ของเราที่มีข่าวว่าอยากจะได้นักเตะอย่าง ฮันเตอร์,ร็อบเบน,ไฮน์เซ่หรือฟาน เดอร์ ฟาร์ท และนักเตะอีกหลายๆคน ซึ่งนักเตะเหล่านี้ไม่ว่าทีมไหนๆก็อยากได้ครับและทำไมจ่าเราถึงจะไม่อยากได้ แต่ด้วยทีมเราไม่ได้ไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกและก็ไม่มีเงินขนาดที่จะให้ค่าเหนื่อยไม่อั้น ก็ยากครับที่นักเตะระดับนี้จะมาเมียงมอง
                 แต่ถึงจะไม่ได้นักเตะในระดับอินเตอร์ แต่อย่างน้อยก็ต้องได้ตัวนักเตะที่พอจะทดแทนที่เสียออกไปได้ ไม่ใช่ปล่อยปัญหาให้มันเรื้อรัง อย่างที่เราเสีย คาร์ริกไป การซื้อ ดิดีเย่ร์ โซโกร่า เข้ามาไม่ได้เป็นการซื้อที่ทดแทน คาร์ริก ได้เลย ไม่ใช่เพราะ โซโกร่า ไม่ดี แต่เป็นเพราะสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันและความสำคัญของทีม เพราะคาร์ริกถือว่ามีความสำคัญในเกมแดนกลางของเรา ไม่ใช่การเข้าบอลหรือตัดบอลแต่เป็นการคุมเกมในแดนกลาง การเดินเกม การขึ้นบอล การเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกและการทำให้เกมเป็นรูปเป็นทรง ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่โซโกร่าไม่มี เพราะประโยชน์ของโซโกร่าก็คือการตัดบอลและความขยัน
                             ต่อมาคือในฤดูกาลที่แล้วที่เราต้องเสียกองหน้าชั้นดีไปถึง3คนโดยเริ่มจากการเสีย เดโฟ ไปก่อน ก่อนที่จะตามด้วยการเสียคู่หน้าที่ดีสุดของสเปอร์ในรอบหลายปีอย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ     ร็อบบี้ คีน ทำให้ทีมออกสตาร์ทด้วยความย่ำแย่เพราะกองหน้าที่มีอยู่อย่าง เบนท์ก็ยังห่างไกลนักกับการที่จะเป็นตัวหลักของทีม ฟลาฟลิวเชนโก้ก็ยังปรับตัวไม่ได้กับการเล่นในอังกฤษ ส่วนแคมเบลล์ก็มีค่าเพียงแค่ตัวแถมเท่านั้น เมื่อผู้เล่นที่มีอยู่ไม่สามารถทดแทนของเดิมได้ทีมก็ดิ่งลงเรื่อยๆ เพราะจริงๆแล้วมันเป็นเพราะว่าการเกาไม่ถูกที่แก้ไม่ถูกจุดนั่นเอง เราเสริมทัพอย่างฮือฮาด้วยการคว้าตัว ลูก้า โมดริช,เดวิด เบนท์ลี่ย์,จิโอวานนี่ ดอส ซานโต๊ส,เวดราน ชอร์ลูก้า แต่ตำแหน่งที่เป็นปัญหาอย่างตำแหน่งกองหน้ากลับซื้อ พาฟลิวเชนโก้มาแค่คนเดียวและยืมตัวแคมเบลล์มาในฐานะตัวแถม ทั้งๆที่ทั้ง2คนยังไม่เคยได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีพรีเมียร์เลย
                             และก็เพราะการแก้ไม่ถูกจุดนั่นเองทำให้ทีมต้องย่ำแย่และตกต่ำจน ฆวนเด้ รามอส ต้องสังเวยตัวเองโดนไล่ออกจากตำแหน่งไป โดยเราได้ จ่าแฮร์รี่ เข้ามาแทนที่ซึ่งตอนแรกหลายๆคนซึ่งนั่นก็รวมถึงผมด้วยก็คนจะร้องยี้กันอย่างแน่นอน เพราะไม่ค่อยจะเชื่อมือจ่ากันซะเท่าไหร่ว่าจะยกระดับและแก้ปัญหาของทีมเราได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมก็ค่อยๆจะเริ่มยอมรับและซูฮกแกในที่สุด นั่นเป็นเพราะว่าเห็นการแก้ปัญหาภายในทีมที่ถูกจุดนั่นเอง การซื้อตัว วิลสัน ปาลาซิออส เป็นการแก้ปัญหาคาราคาซังในแดนกลางนับตั้งแต่ที่เราเสีย ไมเคิล คาร์ริก ได้ตรงจุดที่สุดเพราะ ปาลาซิออส ก็เหมือนส่วนผสมของคาร์ริกและโซโกร่า ทำให้แดนกลางเราดูแน่นและเป็นเกมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
                          และการดึงตัว ร็อบบี้ คีนและเจอร์เมน เดโฟ กลับมาก็นับว่าเป็นการขยับตัวซื้อนักเตะที่ถูกจุดสุดๆอีกเช่นกัน คีนโน่และเดฟ ได้พิสูจน์ทุกอย่างมาหมดแล้วกลับสเปอร์ว่าพวกเขามีค่าแค่ไหน เดโฟกลับมาอยู่กับผู้จัดการทีมที่เปรียบสเหมือนพ่อคนที่สองของเขา ทำให้เขากลับมาด้วยความคมและทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนคีนโน่นอกจากเราจะได้ประโยชน์จากการเล่นของเขาแล้วเรายังได้ผู้นำและสปิริตของทีมกลับมา การแต่งตั้งคีนเป็นกัปตันทีมนี่ก็เป็นการคิดถูกจุดของจ่าอีกอย่างนึงเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นเพราะ คิง ไม่เหมาะกับการเป็นกัปตัน แต่ด้วยปัญหาการบาดเจ็บ และด้วยบุคลิกที่เป็นเหมือน นักเลง คือคิงก็เหมือนลูกพี่ของทุกๆคนในทีมและทุกๆคนในทีมนั้นก็ให้ความเกรงใจและเคารพคิงอยู่แล้ว แต่ด้วยสไตล์นักเลงก็เลยดูเหมือนจะเป็นของแบบว่า ปากหนัก ไปหน่อย แบบว่าพูดน้อยต่อยหนัก ไม่เหมือนคีนที่จะแสดงออกทั้งการเล่นคือการไล่บอลและคำพูดที่จะคอยสั่งและกระตุ้นลูกทีมอยู่เสมอ ทำให้จ่าคงจะมองเห็นว่าคีนเหมาะที่จะเป็นผู้นำในสนามคอยปลุกเร้าลูกทีมมากกว่าคิง
                     7722303  และมาถึงในฤดูกาลนี้ที่เรามีการซื้อตัวที่ค่อนข้างน้อยและกว่าที่จะซื้อได้มาแต่ละคนก็ยากเย็นแสนเค็ญสังเกตุได้จากที่จ่าออกมาบ่นบ่อยๆว่าจะซื้อใครเล็งใครก็ยากเหลือเกิน แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเพราะว่าจ่ามีความเชื่อมั่นในทีมชุดปัจจุปันดีพอสมควรเพราะจ่าได้เสริมทีมมาในช่วงปีใหม่มาเยอะพอสมควรแล้วและแต่ละคนก็เรียกได้ว่าตรงจุดเน้นๆทั้งนั้นและเมื่อรวมถึงการเข้ามาของ ยงโย่ง ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่เข้ามาเพิ่มความหลากหลายในแดนหน้าและจากผลงานที่มาก็การันตีได้ว่าดีกว่า หอกสากแม่ยาย ดาร์เรน เบนท์ แน่นอน และการซื้อ บาสซง เข้ามาก็เป็นการซื้อเพื่อปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง เพราะ บาสซง สามารถลงเล่นได้เลยและมีอายุการใช้งานที่อีกนานเลยทีเดียว
                       ที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือการที่เราไม่เสียนัดเตะสำคัญๆของทีมไปและทีมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากเพราะอย่างที่บอกนะครับว่าจ่าแกคงเชื่อมั่นนักเตะในทีมชุดนี้ดีพอสมควรและถ้าจะเสริมทีมถ้ามันไม่ได้ดีกว่านักเตะชุดที่มีอยู่ในปัจจุบันก็เปล่าประโยชน์ครับที่จะซื้อเข้ามา ไว้ไปแชมป์เปี้ยนลีกฤดูกาลหน้าค่อยซื้อตัวเจ๋งๆเข้ามาก็ได้ครับ ฮ่าๆ ครับและตอนนี้สเปอร์ภายใต้การคุมทีมของจ่าก็ทำแฟนบอลไก่เดือยทองเริ่มจะมีความหวังสีทองเรืองรองขึ้นมาแล้ว ผมว่านี่มาจากประสบการณ์ของจ่าที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีมานานทำให้จ่ารู้ว่าควรจะขยับจุดนี้หรือจะแก้จุดไหนที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จและอีกอย่างหนึ่งก็คือ บารมี ครับ สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมีกันได้ทุกคน มันจะได้มาจากผลงานและเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้นเราจะสังเกตุเห็นกันบ่อยๆว่าจะมีนักเตะที่ออกมาให้ความเคารพและสำนึกบุญคุณในตัวจ่าอยู่เสมอๆไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าๆของขุนค้อนที่จ่าปั้นมากับมือแต่ละคนก็เปรียบสเหมือนว่าจ่าคือพ่อคนที่สองกันทั้งนั้น ล่าสุดก็เป็นทางด้าน เกล็น จอห์นสัน ที่ออกมาขอบคุณจ่าที่ดึงตัวเองมาจากเชลซี 
                       ครับและผลจากการที่จ่าแก ขยับถูกที่ จี้ตรงจุด และบวกกับบารมีของจ่านี้เองก็ทำให้สเปอร์ของเราไปถูกทาง เปิดตัวฤดูกาลนี้อย่างชนิดที่ว่าสะใจแฟนไก่โคดๆ ขนาดที่ผมคิดว่าอาจะมีหลายๆคนอยากจะเดินยืดอกไปตามถนนแล้วตะโกนแหกปากดังๆว่า “กรูแฟนสเปอร์โว้ยยยยยยยยยย” ใครจะว่าบ้าก็บ้าวะชั่งโมงนี้กรูไม่สน 5 5 5
**เรื่องน่ารู้ของไก่เดือยทอง :ไก่ที่ยืนบนลูกบนนั้น เป็นสัญลักษณ์แรกของทีมที่เกิดขึ้นมาพร้อม ไวท์ ฮาร์ท เลน มีสิ่งของมากมายที่บรรจุอยู่ใน ไก่และลูกบอล นั่นก็รวมถึงประวัติของสโมสรด้วยที่ถูกบรรจุลงไป
: พญาไก่ 2009

23 Responses for “ขยับถูกที่ จี้ถูกจุด ไปถูกทาง”

  1. bบางเตย says:

    คุมทีมเล็กยังดัง
    เเล้วมาคุมทีมใหญ่ไม่ดังก็ให้มันรู้ไป

  2. nopadol says:

    สุดยอดกับข้อความดีที่มีให้อ่านเรื่อยๆครับมาก
    ข้อความนี้โค ตะ ระ คลาสสิก
    ไก่ที่ยืนบนลูกบนนั้น เป็นสัญลักษณ์แรกของทีมที่เกิดขึ้นมาพร้อม ไวท์ ฮาร์ท เลน มีสิ่งของมากมายที่บรรจุอยู่ใน ไก่และลูกบอล นั่นก็รวมถึงประวัติของสโมสรด้วยที่ถูกบรรจุลงไป

  3. KONIJIWA says:

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆคับผม
    ไก่เราจงเจริญ

  4. โก้เบอร์9 says:

    จากการที่ได้จ่ามาคุมเมื่อฤดูที่แล้ว คงพิสูจน์ให้แล้วว่าเลวี่เลือกคนไม่ผิด แม้ตอนแรกยังเป็นข้อสงสัยในการปลดโค้ชระดับโลกอย่างรามอส แล้วเอาโค้ชที่คุมแค่ทีมเล็กๆเท่านันอย่างจ่ามาคุมแทน

    จ่าแฮร์รี่ ไม่เคยมีทุกๆอย่างในทีมที่เขาเคยคุมมาเหมือนที่คุมไก่
    ทรัพยากรนักเตะแฟนบอล เงิน ทุกๆอย่างเรามีให้สมบรูณ์มากกว่ามากมายกับทีมที่จ่าเคยคุม

    แล่ะนี่คงเป็นอีกเหตุผลหนุ่งที่จ่าอยากลองคุมทีมเรา เลยเลือกรับงานคุมทีมสเปอร์
    แม้การรับงานครั้งนี้ค่อนข้างเสี่ยงสูงมากๆ เนื่องจากสภาพตอนนั้น แข่ง8มี2แต้ม
    ฟอร์มก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าแพ้เพราะดวง แต่แพ้แบบต่อเกมไม่ได้ขึ้นเกมไม่ได้

    ก็ยังสงสัยเหมือนกัน นักเตะในทีมชื่อชั้นไม่ได้โนเนมอะไรทำไมผลงานถึงแย่แบบนี้
    มันเป็นผลงานแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์เลย

    ผมยังแอบคิดไม่ได้ว่า อาจจะตกชั้นแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ เราต้องหาจุดเปลี่ยนให้ได้

    แล้วจ่าก็เข้ามา ความหวังก็เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงทีมเราให้กระโดดไปข้างหน้า

    จากทีมอันดับสุดท้าย นำไปสู่อันดับที่ใกล้เคียงกับบอลยุโรป

    ถ้าท้ายฤดูที่แล้วมีโชคซะหน่อย ผมคิดว่าได้ไปแน่นอน

    ไม่ขอไรมาก เดโฟไม่เจ็บ ญาติปารา ไม่เสีย คิดว่าคงได้เห็นไก่เล่นบอลยุโรปฤดูนี้แน่นอน

    แล้วท้ายที่สุดผมก็มั่นใจในตัวจ่ามากๆ ขอบคุณที่เลือกมาคุมทีมสเปอร์ทำให้ผมดูบอลทีมรัก
    ได้สนุกมากขึ้น

    และด้วยอาวุธที่ครบมือแบบนี้ซึ่งจ่าเองไม่เคยได้มีอาวุธขนาดนี้อย่างที่กล่าวมาในตอนแรก

    จ่าจะพาเรามุ่งสู่ยุโรปอีกครั้ง แล่ะจะช่วยยกระดับทีมเราก้าวขึ้นเทียบบิ๊กโฟร์ได้แน่นอน

    • AAA says:

      มีเหตุผลดีครับ
      เสี่ยงพอดูกับการรับหน้าที่ ผจก วันนั้น

      แต่วันนี้จ่าเริ่มต้นใหม่พร้อมทุกอย่างที่ดีแล้ว

      อย่าทำให้เราผิดหวังนะฮะ จ่าจ๋า จูปปปปปปปปปปปปปป

  5. puttamon says:

    เขียนมาให้อ่านอีก…แฟนไก่ทุกคน…สุขโคตรแล้ว

  6. tummy says:

    ขอติงนิดนึงครับ คำว่าสังเกต สะกดผิดนะครับ ใต้ ต ไม่มีสระอุนะครับ ^ ^

    • พญาไก่ 2009 says:

      ครับ ขอบคุณมากๆเลยครับ

      บทความนี้มีคำผิดค่ิอนข้างเยอะ ต้องขอโทษผู้อ่านทุกๆท่านเป็นอย่างสูงด้วยนะครับ

      อันที่จริงทุกๆบทความที่ผมเคยเขียนมาผมจะตรวจทานอย่างถี่ถ้วนทุกครั้ง

      แต่ด้วยอารมณ์ในช่วงนี้ที่มีความสุขอย่างมากมายและด้วยบทความนี้ก็มีความยาวมากกว่าทุกครั้งมากหน่อย

      ก็เลยอาจจะเผลอเรอตรวจทานไม่ถี่ถ้วน ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ

  7. Street KING says:

    ขอถามผู้รู้ทีครับเมื่อคืน เจ้าหนู ดอส ซานโตส มีชื่อสำรองหรือป่าวหรือว่าเจ็บ ผมรู้สึกปวดใจแทนจริงๆที่จ่าแกไม่ชอบเด็กคนนี้ – -*

    • Anonymous says:

      ไม่มีชื่อและก็ไม่เจ็บครับ ถ้าคิดในแง่ดีคืออาจจะยังไม่ฟิต

      เพราะไปเตะทีมชาติถี่เหลือเกิน แต่ถ้าคิดในอีกแง่นึง

      อาจจะไม่มีอนาคตในทีมแล้วก็ได้ แต่ยังไงก็ใจเย็นๆครับ

      ถ้าเป็นเนื้อคู่กันแล้วยังไงก็ไม่แคล้วกันครับ

  8. Yidarmyz says:

    ตอนแรกผมก็อยากให้โอกาสรามอสต่อนะ แต่ลองคิดดูให้ดีนะครับ ผมว่ารามอสทำงานได้แค่ 60% อีก 40%เป็นของโปเย แล้วมันจะต่างอะไรกับให้โปเยคุม รามอสยังพูดอังกฤษได้แค่ไม่กี่ประโยค อีกอย่างใช้ระบบไอ้ที่ปรึกษาด้านกีฬา มันไม่เวิร์คโว้ยยยยย ผู้จัดการทีมได้ใช้นักเตะที่ไม่อยากซื้อ ถ้ายังมีระบบนี้อยู่เชื่อผมสิตลาดปีนี้มีนักเตะเข้ามาไม่แพ้ปีก่อนๆหรอก แต่พอให้จ่าซื้อตัว แกรู้ว่าทีมด้อยตรงไหนก็ค่อยเสริม อาจจะไม่ตื่นเต้นที่ลุ้นว่าจะได้ใครมาสำหรับพวกเรา แต่ทีมของเราก็จะแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมชื่นชมแค่2คนที่มันซื้อมาให้ เบิร์ฟกับโมดริชที่ไปตัดหน้าทีมใหญ่ๆมาได้ ผมว่าประสบการณ์จ่าช่วยได้มากๆ ลองดูปอร์ทชมัด จ่าทำทีมจากน้องใหม่ เป็นทีมที่อยู่รอดปลอดภัยสบายๆ แล้วไปลุ้นในบอลถ้วยกับพื้นที่บอลยุโรปเอา ก่อนมาคุมสเปอร์จ่าแกตื่นเต้นมากเพราะแกไม่เคยคุมทีมใหญ่ขนาดนี้มาก่อน และผมมันใจว่าจ่าเหนือชั้นกว่าพวก โอนิล มอยซ์ ฮิวส์
    ปล.ถ้า Big4 สะดุดเพราะการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายจะต้องน้ำตาตกให้กับทีมของเรา ^^

    • เดอะไก่ says:

      แล้ว big4 จะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า 555+

    • KOKO says:

      มีคนพูดกันว่า..จ่าคนนี้แหละมันสมองระดับเฟอร์กี้เลยจะบอกให้…เสียอยู่อย่างเดียวก็คือ…มีโอกาสคุมแต่ทีมจนๆ และเล็กๆ เท่านั้น ….คราวนี้แหละ..โอกาสมาแล้ว ปีนี้ต้องได้ไป UCL สถานเดียวเท่านั้น ครับผ้ม

  9. ณ ลันดัน says:

    เขียนได้ดีครับ

  10. เฟียส says:

    อยู่ยาวๆ น้าจ๊ะ น้องไก่

  11. oakleyz says:

    ขอบคุณครับ สำหรับ คอร์ลัม ดีดี

  12. The Lane says:

    “การซื้อตัว วิลสัน ปาลาซิออส เป็นการแก้ปัญหาคาราคาซังในแดนกลาง” เห็นด้วยทุกประการ

  13. KOKO says:

    สเปอร์เราเป็นทีมระดับกลางเหรอครับ…แต่ลีลาการหว่านเงินซื้อนักเตะในแต่ฤดูการเนี่ยท๊อปโฟร์..ยังหนาวเลยนะครับ

    • พญาไก่ 2009 says:

      55 ไอ้เรื่องเงินไม่ต้องห่วงหรอกคับพี่ไก่เรารวยอยู่แล้ว

      แต่เรื่องระดับทีมไม่ได้เกี่ยวกับเงินหรอกครับ

      คือเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จของทีมในแง่ของผลงานในปีหลังๆที่ผ่านมา

      อย่างอังกฤษตอนนี้ก็พวกBIG4อ่ะคับที่ถือว่าเป็นทีมระดับใหญ่

      เพราะเกาะไปแชมป์เปี้ยนลีกอย่างเหนียวแน่น

      แถมหลังๆยังพลัดกันเข้าชิงอีก สนุกไปเลย 55

      และก็อย่างที่บอกอ่ะคับทีมใหญ่ๆแ่ละปีก็ไม่ซื้อตัวอะไรมากมายเท่าไหร่

      เพราะที่มีอยู่ก็เจ๋งๆทั้งน้ันแต่ถ้าซื้อทีก็ซื้อแบบดีๆเป้งๆไปเลย

      แต่ปีนี้นี่แหละคับที่ทีมใหญ่จะมีสเปอร์เพิ่มเข้าไปอีก 1 ทีม

      “เพราะเราจะไปแชมป์เปี้ยนลีก” ขอให้ฝันเป็นจริงเถิด..สาธุ!!

  14. อุ้งเด็กไก่ says:

    ภูมิจัยที่ได้เป็นไก่ ภูมิจัยที่ได้เป็นแฟนคลับเธอ รักเธอนะ สเปอร์แมน

  15. ไก่เดือยยาว says:

    แต่ปีนี้นี่แหละคับที่ทีมใหญ่จะมีสเปอร์เพิ่มเข้าไปอีก 1 ทีม

    “เพราะเราจะไปแชมป์เปี้ยนลีก” ขอให้ฝันเป็นจริงเถิด..สาธุ!!

    ส้าาา…. ธู๊…….. :)

Leave a Reply

Advertisement
eXTReMe Tracker
Log in / WpAdvanced NewsPaper by Gabfire Themes