“Come On You Spurs!!”

“Spurs Thailand Fanclub , Latest News , Clips , Match Report, Forum, Column ”

เปิดปูม ตำนานไก่เดือยทอง ภาค2

Posted by on Aug 4th, 2009 and filed under พญาไก่ 2009. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry

ตอนสมัยเด็กๆที่ผมเพิ่งจะเริ่มเชียร์เริ่มคลั่งสเปอร์ใหม่ๆเป็นยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์การที่จะหาเรื่องราวของสเปอร์นั้นชั่งยากเย็นเข็ญใจเหลือขนาดที่พึ่งเดียวในตอนนั้นก็คือสตาร์ซอคเกอร์รายวันและรายสัปดาห์ซึ่งถึงแม้จะซื้อดะตลอดแต่ว่าเรื่องราวของสเปอร์ที่มีมาให้อ่านนั้นก็มาแบบนานๆทีซึ่งถ้าเล่มไหนมีเรื่อง

อลัน นีลเซ่น พุ่งโหม่งประตูชัย เวอธิงตัน ปี 1999

อลัน นีลเซ่น พุ่งโหม่งประตูชัย เวอธิงตัน ปี 1999

ของสเปอร์แบบประวัติเก่าๆก็จะเป็นเล่มที่ล้ำค่ามากและผมจะเก็บรักษาไว้อย่างดี นี่ยังไม่นับเรื่องรูปซึ่งถ้าเล่มไหนมีรูปของนักเตะของสเปอร์ก็จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเช่นกัน ผมก็เลยนึกถึงแฟนบอลรุ่นใหม่ๆโดยเฉพาะหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนเรื่องราวประวัติของทีมสเปอร์ทำให้ทราบว่าทีมสเปอร์ของเรามีแฟนบอลรุ่นใหม่ๆสดๆซิงๆที่เพิ่งจะเริ่มเชียร์สเปอร์มาไม่กี่ปีก็เยอะที่เพิ่งเชียร์ตอนที่สเปอร์คว้าแชมป์2008ก็มี ซึ่งแฟนบอลรุ่นใหม่ๆก็คงอยากจะทราบถึงเรื่องราวประวัติของสเปอร์เหมือนกับตอนที่ผมเป็นเด็กเช่นกัน  สัปดาห์นี้ผมก็เลยจะเขียนเรื่องราวของสเปอร์ต่อจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อให้แฟนบอลรุ่นใหม่ได้ทราบถึงประวัติทั้งหมดที่เหลือของสเปอร์และให้แฟนบอลรุ่นเก่าได้มาร่วมย้อนรำลึกถึงอดีตในวันวานกัน

หลังจากที่สเปอร์คว้าแชมป์ยูฟ่าคัพปี 1984 โดยที่ คีธ เบอร์กินชอร์ประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนที่เกมนัดชิงจะเริ่มขึ้นด้วยเหตุที่ว่าทางสโมสรได้ตัดสินใจกระโดดเข้าไปในตลาด หลักทรัพย์ของอังกฤษ กลายเป็น บริษัท มหาชนทีมแรกของอังกฤษซึ่งก่อนที่เข้าจะลาออกเขาได้พูดspurs-forestประโยคอมตะคำหนึ่งเอาไว้ว่า ที่นี่เคยเป็นสโมสรฟุตบอลมาก่อน หลังจากนั้นในปี 1986 เดวิด พลีท เข้ามาคุมทีม ซึ่งทีมชุดนั้นก็ยังคงความสวยงามในการเล่นไม่ต่างจากทีมในยุคของเบอร์กินชอว์เลย เกลน ฮอดเดิ้ล เล่นได้อย่างสะเด่าแถมสเปอร์ยังได้หนุ่มจอมลีลาจากนิวคาสเซิ่ลอย่าง คริส วอดเดิ้ล โดยมี ไคล์ฟ อัลเลน เป็นตัวล่าประตูในแดนหน้า ทำให้สเปอร์ได้เข้าชิงFA CUPอีกครั้งในปี1987โดยพบกับ “ช้างกระทืบโรง”โคเวนทรี ซึ่งก่อนเกมจะเริ่มไม่มีใครคาดคิดว่าสเปอร์จะพ่ายแพ้ แต่กลายเป็นสเปอร์ที่แพ้ไป 2-3 ทั้งๆที่เป็นฝ่ายยิงนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ไคล์ฟ อัลเลน ทำให้สเปอร์ไม่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่8จากการเข้าชิง8ครั้งสำเร็จ อดทำสถิตชนะทุกนัดในนัดชิงFA CUPไป โดยหลังจากที่จบฤดูกาลสเปอร์ได้ดึงตัวอดีตนักเตะเก่า เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ มาจากบาร์เซโลน่าเข้าคุมทีม สเปอร์ในยุคของเอลเทลยังคงได้อย่างสวยงามรวดเร็ว ผ่านบอลได้อย่างแม่นยำ มี แกรี่ แม็บบัตต์ คุมแนวรับ “แกสซ่าพอล แกสคอยน์ เป็นจอมทัพบัญชาเกม มี แกรี่ ลินิเกอร์ เป็นตัวปิดบัญชีในแดนหน้า สเปอร์เข้าชิงFA CUPอีกครั้งในปี 1991 หลังจากที่เอาชนะอาร์เซน่อลมาได้ในรอบรองและเป็นสเปอร์ที่ชนะฟอเรสต์ 2-1 คว้าแชมป์สมัยที่ 8 ได้สำเร็จและกลายเป็นเจ้าบอลถ้วยอย่างเต็มตัว แต่ต้องเซ่นจากการต้องเสียแกสคอยน์ เพราะขาหักจากการเข้าสกัด แกร์รี่ ชาร์ลส์ ในนัดนั้นและทำให้ต้องเขาชะลอการย้ายทีมไปลาซิโอด้วย หลังจากนั้นไม่นานเวนาเบิ้ลส์โดนสอบสวนว่ารับเงินใต้โต๊ะในการซื้อขายนักเตะจน อลัน ชูการ์ นักธุรกิจคอมพิวเตอร์ชื่อดังประธานสโมสรคนใหม่ของสเปอร์ตะเพิดออกจากสโมสร  ในปี 1993 สเปอร์ได้อดีตนักเตะในตำนานอย่าง ออสซี่ อาร์ดิเลส เข้ามาคุมทีม หลังจากที่ปีเตอร์ เชอร์รีฟฟ์ที่กลับมาคุมทีมอีกครั้งนึงและกุนซือคนคู่อย่าง เรย์ เคลเม้นซ์ กับ ด๊ก ลิเวอร์มอร์คุมทีมไม่ประสบความสำเร็จ ฤดูกาล1994-95 สเปอร์เริ่มต้นฤดูteddy_sheringham_jurgen_klinsmannกาลด้วยความยากลำบากเมื่อโดนตัดแต้มสูงถึง12แต้มเนื่องจากทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการชำระเงินในการซื้อตัวนักเตะ แต่สเปอร์ก็ได้สร้างความฮือฮาในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีอีกครั้งเมื่อทำการเซ็นสัญญากับ เจ้าฉลามขาวเจอร์เก้น คลิ้นส์มันส์ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะคนแรกที่เข้าเปิดตลาดนักเตะต่างชาติให้หลั่งไหลเข้ามาสู่เมืองผู้ดี แถมยังคว้าดาวดังทีมชาติโรมาเนียที่แจ้งเกิดในเวทีฟุตบอลโลกอย่าง อีลี่ ดูมิเตรสคูและ จอร์จี้ โปเปสคู เมื่อเข้ามารวมกับนักเตะเก่าอย่าง เท็ดดี เชอริงแฮม,ดาร์เรน แอนเดอร์ตันและนิค บาร์มบี้ทำให้สเปอร์ของอาร์ดิเลศมีแนวรุกที่น่าสะพรึงกลัวมาก แต่กับเกมรับกลับตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงสเปอร์เสียประตูเป็นว่าเล่นซึ่งรวมนัดที่โดนนิวคลาสเซิ่ลถล่มไป7-1ด้วย ปัญหาเกมรับทำให้สเปอร์ย่ำแย่ลงเรื่อยๆจนอาร์ดิเลสโดนปลดออกจากตำแหน่ง โดยคนที่เข้ามาแทนที่ก็คือ เจอร์รี่ ฟรานซิส ผู้จัดการทีมจากควีนปาร์คซึ่งเข้ามาทำให้ทีมเล่นได้ดีขึ้น คู่หูคลิ้นซี่&เชอร์รี่ ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมในแดนหน้า ทำให้สเปอร์เข้าถึงรอบรองFA CUPก่อนจะแพ้เอฟเวอร์ตันอดเข้าชิงไป ในวันสุดท้ายของฤดูกาลคลิ้นส์มันน์ได้ประกาศย้ายไปเล่นให้กับทีม บาเยิร์น มิวนิค มีการเปิดเผยว่าเป็นความผิดพลาดของ ซูการ์ ที่ได้ทำสัญญาเปิดเอาไว้ทำให้คลิ้นซี่หาทางกลับไปเยอรมันได้ ซูการ์ได้ให้สัมภาษณ์โจมตีคลิ้นส์มันน์ ว่าจะไม่ญาติดีกับ คลิ้นซี่ อีกต่อไปแถมยังเอาเสื้อของคลิ้นซี่ไปเช็ดรถอีกต่างหาก ปี1997สเปอร์ต้องเสีย เท็ดดี้ เชอริงแฮมให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สเปอร์ก็ได้นักเตะที่กลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลตลอดกาลอีกคนนึงอย่าง ดาวิด ชีโนล่า เข้ามาแทน ปีนั้นสเปอร์ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่จนทำให้ ฟรานซิส โดนไล่ออกจากตำแหน่ง โดย ซูการ์ ดึง คริสเตียน โกรสส์ ผู้จัดการทีมชาวสวิสเข้ามาทำทีม แต่โกรสส์ก็กลายเป็นผิดพลาดของ ซูการ์อีกครั้ง เมื่อโกรสส์ทำให้สเปอร์เป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างเต็มตัว จน ซูการ์ ต้องยอมกลืนน้ำลายของตัวเองเมื่อหันไปจูบปากกับ คลิ้นส์มันน์ อีกครั้ง ซึ่งเป้าหมายของ ซูการ์ ในการดึงตัว คลิ้นซี่ มาครั้งนี้ก็คือช่วยให้ทีมรอดพ้นการตกชั้น การมาของคลิ้นซี่เป็นตัวจุดประกายให้ทีมอย่างแท้จริง จำนวน 4 ประตูที่สเปอร์ถล่ม วิมเบิลดันไป 6-2 ทำให้สเปอร์รอดพ้นการตกชั้นและเป็นการปิดฉากอำลาทีมของคลิ้นซี่อย่างสวยงาม ถึงแม้ทีมจะรอดพ้นการตกชั้นแต่จากผลงานที่ย่ำแย่ก็ทำให้ โกรสส์ โดนไล่ออก ซูการ์ทำสิ่งที่ทำให้แฟนบอลสงสัยอีกครั้งในการดึงตัว จอร์ช เกรแฮม อดีตผู้จัดการทีมคู่อริตลอดกาลอย่างอาร์เซน่อลมาทำทีม ซึ่งทำให้แฟนบอลของสเปอร์ค่อนข้างจะไม่พอใจเท่าไร แต่ความไม่พอใจของแฟนบอลก็หมดไปเมื่อ เกรแฮม ทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกคัพได้ทันทีในปีแรกที่เขาคุมทีม และจากประตูชัยของ อลัน นีลเซ่นทำให้ทีมเอาชนะเลสเตอร์ไปได้ 1-0 พร้อมกับปีนั้น ดาวิด ชีโนล่า ได้ก้าวถึงจุดสูงยอดของอาชีพนักเตะเมื่อคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของอังกฤษทั้ง 2 สถาบัน

ปี 2001 อลัน ซูการ์ได้ตัดสินใจขายหุ้นสเปอร์ให้กับบริษัท กลุ่มอีนิค ภายใต้การบริหารงานของ ดาเนียล เลวี่ เลวี่เริ่มงานแรกของเขาด้วยการดึงตัว เกล็น ฮอดเดิ้ล อดีตนักเตะขวัญใจแฟนบอลสเปอร์เข้ามาคุมทีมแทนที่ เกรแฮม ก่อนเริ่มฤดูกาล 2001-02 สเปอร์ได้ดึง เท็ดดี้ เชอริงแฮม กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง แต่ก็ต้องเสีย โซล แคมเบลล์ กองหลังเด็กปั้นกัปตันทีมที่ตัดสินใจย้ายไปอาร์เซน่อลคู่อริตลอดกาลของสเปอร์แบบฟรีๆตามกฏบอสแมน สร้างความแค้นเดือดดาลให้กับแฟนบอลสเปอร์เป็นอย่างมาก และกลายเป็น “จูดาส” ในสายตาแฟนสเปอร์ตลอดกาล แต่อย่างไรก็ตามในปีนั้นสเปอร์ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศลีกคัพได้แต่ก็ต้องชวดแชมป์เพราะพ่ายแบล็คเบิร์นไป 1-2 หลังจากนั้นสเปอร์ภายใต้การทำทีมของ ฮอดเดิ้ลก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆและมีผู้เล่นหลายๆคนเริ่มออกมาวิจารณ์การทำทีมของ ฮอดเดิ้ล จนในที่สุด ฮอดเดิ้ล ก็โดนปลดออกจากตำแหน่งในช่วงต้นฤดูกาล2003-04 โดย เลวี่ ได้แต่งตั้งเดวิด พลีทเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมรักษาการคุมทีมจนจบฤดูกาลไปก่อน ฤดูกาล2004-05 สเปอร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อ เลวี่ ดึงตัว ฌักส์ ซ็องตินี่ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสเข้ามาคุมทีมพร้อมกับมาร์ติน โยลในตำแหน่งผู้ช่วย และยังดึงตัว แฟร้งค์ อาร์เนเซ่น เข้ามาเป็นผู้อำนวยการสโมสรอีกด้วย แต่ ซ็องตินี่ ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลเมื่อประกาศลาออกหลังจากคุมทีมได้เพียง 13 นัดเท่านั้น ทำให้ มาร์ติน โยล ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัว สเปอร์ในยุคโยลเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนมีลุ้นในการไปแข่ง แชมป์เปี้ยนลีก ในฤดูกาล2004-05 โดยสเปอร์สามารถยึดอันดับ 4 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตลอดฤดูกาล แต่ก็มาพลาดในนัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อแพ้ต่อเวสต์แฮมไป1-2 ได้เพียงอันดับ 5 ไปครอง แต่ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่สเปอร์ได้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปจากการทำอันดับในลีก ฤดูกาลต่อไปโยลก็ยังทำให้สเปอร์ได้อันดับ 5 อีกครั้ง ถึงแม้ว่า โยล จะทำผลงานได้ดี แต่ก็ยังไม่ดีพอในสายตาของผู้บริหารเมื่อฝ่ายบริหารของสโมสรมองว่า โยล ยังไม่ใช่คนที่จะพาสเปอร์ไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกได้ ในที่สุด โยล ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง ในช่วงต้นฤดูกาล 2007-08 เลวี่ดึงตัว ฆวนเด้ รามอส ผู้จัดการทีมชาวสเปนที่ดีกรีแชมป์ยูฟ่าคัพ2สมัยซ้อนมาจากเซบีญ่า และ รามอส ก็ทำให้แฟนบอลที่ยังเสียดาย โยล ลืมชื่ออย่าง โยล ไปอย่างรวดเร็วเมื่อรามอสพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพจากการถล่มอาร์เซน่อลในรอบรองอย่างสะใจ 5-1 และชนะเชลซีในรอบชิงไป 2-1 จากการทำประตูของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และโจนาธาน วู้ดเกต ฤดูกาลต่อมาสเปอร์ต้องเสียร็อบบี้ คีนกับ เบอร์บาตอฟ ไปให้กับลิเวอร์พูลและแมน ยูไนเต็ด และจาก2แต้มจาก8นัดทำให้สเปอร์ต้องเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้งจาก รามอส มาเป็น ฮูดินีแฮร์รี่ เรดแนปป์ ในปัจจุบัน

ครับนี่ก็คือประวัติความเป็นมาและเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาของสเปอร์ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันอย่างคร่าวๆซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่ละเอียดมากนักแต่ผมก็หวังว่ามันคงจะเป็นประโยชน์ให้กับแฟนบอลรุ่นใหม่ๆที่ยังไม่รู้เรื่องราวของสเปอร์ดีนักและก็แฟนบอลรุ่นเก่าที่อาจจะมีบางเรื่องที่ลืมไปแล้วได้มารื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆกัน

จากประวัติของสเปอร์ที่ได้อ่านไปแล้วนั้นก็จะเห็นได้ว่าตลอด127ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงที่สเปอร์มากมายไม่ว่าจะเป็น เจ้าของ ผู้บริหาร ผู้จัดการทีม นักเตะหรือแม้กระทั่งสนามแข่งก็เคยเปลี่ยนและกำลังจะเปลี่ยนใหม่อีกครั้งในอนาคตอันใกล้ แต่ที่ไม่เปลี่ยนเลยก็คือความเป็นสโมสรท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์และสิ่งที่คงอยู่คู่กับสโมสรมาตลอดและจะอยู่ตลอดไปก็คือ แฟนบอลอย่างพวกเราๆนี่เอง

**เรื่องน่ารู้ของไก่เดือยทอง : ยอดความจุของ ไวท์ ฮาร์ท เลน ที่เคยทำได้นั้นสูงถึง 75,038 ที่นั่ง

: พญาไก่ 2009

22 Responses for “เปิดปูม ตำนานไก่เดือยทอง ภาค2”

  1. Anonymous says:

    อ่านแล้วนึกถึงสมัยที่ดูตอนแรกๆจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านมานานขนาดนี้

  2. tummy says:

    อ่านแล้วขนลุกเลยครับ สุดยอดมาก

  3. KOKO says:

    ข้อมูลน่าจะผิดหรือเปล่าครับ….ประวัติศาสตร์ถ้วย FA CUP สเปอร์เข้าชิง 7 ครั้ง ได้แชมป์ทั้ง 7 ครั้งครับ (สถิติดีที่สุด) มาครั้งที่ 8 นี่แหละที่พลาด….ซึ่งเกมส์ก่อนเตะเนี่ย…สเปอร์เป็นต่อบานเบอะ…ก็ต้องชมนายทวารของช้างกระทืบโรงที่ชื่อ…สตีฟ โอซิวิค..คนนี้แหละที่เซฟ ลูกอันตรายได้หลายลูก ….ก็น่าจะเป็นฤดูกาลนี้แหละที่…ไคลฟ์ อัลเลน ยิงประตูในทุกถ้วยได้รวม 49 ประตู และจากนั้นก็ย้ายไปบอซ์กโด ….ไก่ชุดนี้เป็นชุดที่ติดทีมชาติ 6 ตัวนะครับ…สุดยอด….ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วย….มันนานมากแล้ว

    • พญาไก่ 2009 says:

      ครับๆ ข้อแก้ไขเป็นไม่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่8จากการเข้าชิง8ครั้งสำเร็จนะคับ

      มีบ้างที่เบลอๆอ่ะคับคือทั้งเยอะทั้งยาวเลยหลงเรื่องตัวเลขไปหน่อยคืิิอไอ้เลข8สมัยมันไปจำฝังใจอยู่ในปี1991อ่ะคับ 55

      ปี1987ก็เลยเป็นการเข้าชิงครั้งที่7ซะงั้น ผิดนิดผิดหน่อยก็ต้องขอโทษด้วยละกันนะคับและก็ขอบคุณที่ช่วยตรวจทานนะครับ

      • แชมป์เอฟเอ คัพ : 1900-01, 1920-21, 1060-61, 1961-62, 1966-67, 1980-81, 1981-82, 1990-91 ปี87 กับโครเวนทรี คือนัดชิงครั้งที่ 8 แต่พลาดไป เลยอดสถิติร้อยเปอเซ็นต์เลย มาได้แชมป์สมัย 8 ปี 91 ครับแก้ถูกแล้ว สเปอร์เป็นแชมป์ 8 สมัย มากกว่าใครในตอนนั้น ราชาบอลถ้วย55 แต่โดนผีมันแซงไปแล้ว แต่เดี๋ยวก็เอาคืนได้แน่ๆ55

        • ช่วยสรุปเสรินนะครับ ไม่รู้ครบหรือไม่ ขออภัยล่วงหน้านะครับ แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) : 1950-51, 1960-61
          แชมป์เอฟเอ คัพ : 1900-01, 1920-21, 1060-61, 1961-62, 1966-67, 1980-81, 1981-82, 1990-91
          แชมป์ลีก คัพ : 1970-71, 1972-73, 1998-99, 2007-08
          แชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1962-63
          แชมป์ยูฟ่า คัพ : 1971-72, 1983-84

  4. admin says:

    ผิดไม่เป็นไรคับ เรา
    มาแชร์ ความรู้กัน

  5. Anonymous says:

    ผมว่า สุดยอด ทีมนะ โบ

  6. Jokejung says:

    ผมเชียร์สมัยอยุ่ ม.1 ซื้อเสื้อตัวแรกคือ สเปอร์ หลังจากนั้นกะจำฝังใจมาตลอดไม่มีเปลี่ยนแปลงคับ
    (บางครั้งแอบนึกทำไมตอน ม.1 ไม่ซื้อเสื้อแมนยูฟะ คิคิ ล้อเล่นนะครับ ยังไงใจกะอยุ่กะสเปอร์แล้วเชียร์ต่อปาย สุ้ๆๆ)

  7. สตาร์ซอคเกอร์ says:

    Me too

  8. ประดู่หางดำ says:

    อ่านแล้วคิดถึง ชิโนล่า กับไอ้ตูดใหญ่(เลส เฟอร์ดินาน)

    • เดอะไก่ says:

      555+

      ใช่คับตูดแกใหญ่จริงๆ สังเกตุจากกางเกงแกฟิตตูดทุกตัว

    • KOKO says:

      ระวังนะครับ…ปัจจุบันเป็น…เซ่อร์เลส…แล้วนะครับ

  9. me2 says:

    we r spurs ๆๆๆๆๆๆ

  10. AUAN says:

    ขอบคุณที่ช่วยเขียนให้ได้รำลึกถึงความหลังอีกครั้งนะครับ
    ผู้เขียนน่าจะรุ่นๆเดียวกับผมหรือมากกว่านิดหน่อยเท่านั้น ยังจำภาพเหล่านั้นได้อย่างติดตาเช่นกันครับ
    เป้นกำลังใจให้

  11. ไก่ กรุงเก่า says:

    พี่หลามของพ้มมมมมมม

  12. ไก่เจ้าชู้ says:

    พี่หลามให้สัมภาษณ์วันแรกที่มา ไวท์ฮาทเลนถึงการถูกตัด 12 แต้ม

    พี่หลามบอกว่า

    มันก็แค่ชนะ 4 นัดเอง

    แล้วยังฉลองการยิงประตูแรก นัดแรกของการลงสนามด้วยการ พุ่ง เพื่อล้อเลียนคำถากถางของนักข่าวอังกฤษว่า แกเป็นจอมพุ่งล้มอีกด้วย 555

  13. แฟนไก่ says:

    อ่านประวัติเก่าแล้วสุดยอดเลย ไม่ผิดหวังจิงๆ

  14. ไก่ตกมัน says:

    ยอดเยี่ยมมากๆฮะกับประวัติ ช่วงนั้น ชิโนล่าก็สุดๆ แต่ผมมีปัญหาที่ว่าสมัครสมาชิกไม่ได้ ต้องทำอย่างไง

    • พญาไก่ 2009 says:

      ไม่ทราบว่าป่านนี้จะสมัครได้หรือยัง 55

      คือต้องเข้าไปในเว๊บบอร์คอ่ะคับ

      จะมีให้ลงทะเบียนอยู่ตรงมุมบนขวามือครับ

Leave a Reply

Advertisement
eXTReMe Tracker
Log in / WpAdvanced NewsPaper by Gabfire Themes