เคยมีบางคนถามผมอยู่เสมอว่า "ไม่กลัวหรือไง กับการไปเล่นที่อังกฤษ" ผมตอบไปอย่างมั่นใจว่า ผมไม่เคยกลัวแม้แต่นิดเดียว ทุกคนที่รู้จักผมดี รู้ว่าผมรักความท้าทายและต้องการพิสูจน์ตัเองในการเป็นผู้รักษาประตูชั้นยอดแม้แต่ครอบครัวผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก กับการย้ายไปเล่นในอังกฤษเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทุกคนอยากให้ผมไปเล่นใน สเปน หรือ อิตาลี มากกว่าเพราะดูแล้วน่าจะเหมาะกับสไตล์ของผม
แต่ถ้าคุณอยากเป็นผู้รักษาประตูชั้นยอด คุณต้องมาที่พรีเมียร์ลีกเท่านั้น ผมเฝ้าดูเกมทางโทรทัศน์อยู่เป็นประจำ รู้สึกได้ถึงความมันส์และการเปิดเกมรุกเข้าใส่ และผู้รักษาประตูมีส่วนร่วมกับเกมอยู่เสมอ เนื่องจากเกมของที่นี่เร็วมากๆ
ดังนั้นผมไม่เคยเสียใจที่ย้ายมาเล่นในอังกฤษเลย ผมชื่นชอบความท้าทาย ผมไม่เคยกลัวสิ่งเหล่านี้ เมื่อครั้งที่ผมย้ายมาเล่นในยุโรปใหม่ๆ ผมก็ต้องปรับตัวจากสิ่งแวดล้อมที่ต่างจากบราซิลเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาที่ พีเอสวี คือ สิ่งที่สวยงาม ระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่นั่นทำให้ผมเป็นผู้รักษาประตูที่ดีกว่าเดิม แต่ผมต้องการเป็นผู้รักษาประตูที่สุดยอด ดังนั้นเมื่อ ท๊อตแน่ม ยื่นข้อเสนอเข้ามา ผมจึงไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว สำหรับข้อเสนอครั้งใหญ่ครั้งนี้
การได้มาร่วมกับยอดทีมและผู้จัดการทีมชั้นยอดอย่าง ฆวเนเด้ รามอส คือความฝันของผม ผมจะพาท๊อตแน่มไปเขย่าบัลลังค์บิ๊กโฟร์ให้ได้ นั่นคือเป้าหมาย ทีมๆนี้เต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอดมากมาย แต่ความคาดหวังและผลงานของทีมก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง ทีมเราแพ้ติดๆกันหลายนัด จนมีผลให้ ฆวนเด้ ต้องไป จริงๆเข้าเป็นผู้จัดการที่ดีมากคนนึง เป็นโค้ชที่ดีที่ดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย ความเข้าใจด้านแทคติกมีอย่างลึกซึ้ง แต่ ฆวนเด้ มีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับลูกทีม ทำให้ไม่สามารถสื่อสารและกระตุ้นลูกทีมได้เต็มที่ ถึงแม้จะพยายามผ่านทาง กัส โปเยต์ ผู้ช่วยแล้วก็ตาม จนสุดท้ายต้องจากไป
ผมเองต้องปรับตัวเข้ากับเกมอังกฤษอย่างมาก การนั่ ดูในทีวีมันเป็นอีกเรื่องนึง แต่พอมาเล่นเองแล้ว โอ้ว ! พระเจ้ามันเร็วยังกะพายุเลย บอลที่นี่เล่นกันเร็วมาก ผู้รักษาประตูต้องมีสมาธิตลอด 90 นาทีในการแข่งขัน ลูกโด่งและลูกตั้งเตะก็อันตรายกันสุดๆ
ในช่วงแรกผมมีปัญหากับการปรับตัวมากมาย ฮันส์ เลเทิร์ต โค้ชผู้รักษาประตูคนเก่า ก็ช่วยเหลือผมได้เป็นอย่างดี เขาเป็นคนมีฝีมือดีเลยทีเดียวล่ะ การฝึกซ้อมก็เต็มไปด้วยเทคนิคใหม่ๆ แต่ ตัวเค้าเองก็ใหม่สำหรับเกมอังกฤษเหมือนกัน เพราะพึ่งย้ายมาร่วมงานในหน้าร้อนนี้เอง ซึ่งตัวเค้าเองคุ้นเคยกับฟุตบอลภาคพื้นยุโรปมากกว่า แต่ก็พยายามช่วยเหลือผมอย่างเต็มที่จนถึงนาทีสุดท้ายที่เค้าจากไป
การมาเล่นกับ ท๊อตแน่มด้วยค่าตัวมหาศาล อาจมีความกดดันอยู่บ้างเล็กๆ ผมเลยต้องพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าผมมีดีแค่ไหน ในช่วงแรก ผมพยายามฝืนเล่นมากเกินไป บางทีออกมาตัดบอลในบางจังหวะโดยไม่จำเป็น บางครั้งก็แสดงความห้าวหาญออกมาชกบอล ตัดบอลอยู่ยบ่อยๆ จนเสียประตูโดยไม่จำเป็น อีกอย่างคือ ผมยังสื่อสารกับกองหลังได้ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ บางจังหวะทำให้เราต้องปะทะกันเองบ่อยครั้ง คงยังจำตอนที่ผมทำ ชอร์ลูก้า เจ็บได้ ตอนนั้น ผมเสียใจจริงๆที่ทำให้เพื่อนร่วทีมต้องได้รับอาการบาดเจ็บ
พอเจ้านายคนใหม่เข้ามา เจ้านายรู้ว่าผมมีปัญหากับฟุตบอลสไตล์อังกฤษ จึงดึงคนคุ้นเคยที่อย่าง โทนี่ พาร์ค เข้ามาช่วยผม โทนี่ เป็นโค้ชผู้รักษาประตูที่เก่งจริงๆ เค้าสอนคุณด้วยคำพูดง่าย ๆที่คุณเข้าใจได้ทันที และเรียกความเชื่อมั่นของผมกลับมาทีละเล็กทีละน้อย จนผมเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น แต่แล้วอาการบาดเจ็บของผมก็ทำให้ผมต้องอดลงสนามไปช่วงนึง จน เจ้านายไปดึงตัว คูดิชินี่ มาร่วมทีม หลังจากปล่อย เซซาร์ ซานเชส ผู้รักษาประตูมือสอง ออกไป
ตอนแรกที่รู้ข่าว ผมยอมรับว่าตกใจเล็กน้อย และคิดในใจว่า ซวยแล้วแน่ๆ กับการที่ เจ้านายดึงผู้รักษาประตูชั้นยอด อย่าง คาร์โล คิดูชินี่ เข้ามา ทุกคนรู้ดีว่า คาร์โล นั้นเก่งแค่ไหน เพียงแต่เค้าโชคร้ายที่มี ปีเตอร์ เช็ก เป็นกำแพงกั้นขวางอยู่ ผมรู้สถานะของผมในตอนนั้นดีว่าเริ่มสั่นคลอนซะแล้ว เนื่องจากผลงานและฟอร์มการเล่นของผมไม่ดีเอาเสียเลย จนผมยังคิดลึกๆว่าบางทีโอกาสของผมอาจจบลงแล้วก็เป็นไปได้
แต่เจ้านาย คงรู้ดีว่าผมรู้สึกยังไง เค้าเข้ามาคุยกับผมแล้วบอกว่า เฮ้ ! นายยังเป็นมือหนึ่งของชั้นอยู่ สู้ต่อไปไป ไอ้ลูกชาย กลับมาเป็นตัวจริงให้ได้ นั่นแหละ ทำให้ผมคิดได้และกลับมาสู้อีกครั้ง ผมเรียกความฟิตกลับมาและค่อยๆกับมาซ้อมด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง จนโอกาสมาถึง ผมแสดงให้เห็นว่า ผมผ่านจุดนั้นมาได้ ฟุตบอลอังกฤษไม่ใช่ยาขมของผมอีกต่อไป
จนเกมล่าสุด ผมรู้สึกถึงพลังและความเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง เมื่อผมโชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียวในนัดเจอ เชลซี หลังเกมเจ้านายและเพื่อนเข้ามาชมกันยกใหญ่ คาร์โล ก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วย เค้ามีน้ำใจนักกีฬา เราแข่งขันกัน แต่เราไม่ใช่ศัตรูกัน เค้าบอกผมว่า อย่าเผลอนะ เพราะเค้าจะซ้อมนักและจะกลับมาชิงตำแหน่งผมให้ดู เรามองหน้าและยิ้มให้กัน เราสองคนต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ผมกระเซ้ากับไป "ไม่มีวันเสียหรอก"
จบเกมกับเชลซี สิ่งที่ทำให้ผมปลาบปลื้มมากที่สุด คือ เสียปรบมือและเรียกชื่อผมจากแฟนบอลทั้งสนาม มันน่าขนลุกมากมาย ที่แฟนบอลให้การสนับสนุนคุณขนาดนั้น ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผมในการมาค้าแข้งที่อังกฤษ ผมได้แต่หวังว่าจะสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนๆ ท๊อตแน่มต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าผมยังทำได้ดีกว่านี้แน่นอน..
เครดิต ธาน : thai-tottenham.blogspot.com
- Comments
Powered by !JoomlaComment 4.0alpha3


