Spurs Thailand Fanclub

Saturday
Jul 31st
Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

Warning: Memcache::addserver() expects parameter 2 to be long, string given in /home/www/virtual/spursthailand.net/htdocs/2008/libraries/joomla/cache/storage/memcache.php on line 83

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “อย่าริเอาสากกะเบือมาหั่นผัก”

E-mail Print PDF

จากที่พวกเราได้เห็นกันแล้วว่าพลังการถล่มประตูของสุดหล่อ ดาร์เรน เบนท์ของเรานั้นทรงพลังขนาดไหน ถ้าย้อนกลับไปสมัยที่เบนท์ตี้ยังอยู่กับชาลตั้นนั้น สไตล์การเล่นของเขาในเวลานี้ช่างเหมือนกับสมัยนั้นเหลือเกิน เนื่องจากเบนท์เป็นกองหน้าที่ ต้องการพื้นที่ และเป็นไปได้ยากมากที่เขาจะเค้นฟอร์มเก่ง กับสไตล์บอลที่เนิบนาบ ค่อยๆส่งบอลสั่นไปมาโดยปราศจากการจ่ายบอลถิ่มแทงแบบ Killing Pass จริงๆจุดๆนี้ ผมว่า ฮวนเด้ รามอส นั้นรู้พิษสงของเบนท์อยู่แล้ว เพราะดูๆจากการจัดตัวของเราในเกมส์อุ่นเครื่อง โดยส่งเบนท์เป็นหอกเดี่ยว โดยใช้ดอส ซานโตสเล่นเป็นตัวต่ำ คอยจ่ายบอลทิ่มแทงให้ เหมือนกับที่เป็นหน้าที่ของลูก้า โมดริซที่ทำในตอนนี้  แต่พอแข่งจริงรามอสกลับเลือกใช้แผนอื่น

หลายๆคนถ้าดูตำแหน่งของโมดริซในชาร์ตตอนเริ่มเกมส์ (ยุคของจ่าแฮรี่ )อาจจะคิดไปว่า เขาเป็นริมเส้นฝั่งซ้าย แต่จริงๆ ถ้าดูในเกมส์มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยครับ โมดริซมักเถิบมาเล่นตรงหน้าต่ำเล่นร่วมกับแดนกลางคนอื่นๆ ดังนั้น ระบบ 4-5-1 ของจ่าเฮนรี่ จะใช้เบนท์ลีย์เป็นปีกธรรมชาติอยู่คนเดียว และหุบเอาโมดริซเข้ามา จะอธิบายยังไงดีหละ เอาเป็นว่า ตรงกลางจะอัดกัน 4 ตัว และ เบนท์ลีย์เป็นปีกขวา และ 4 ตัวที่อยู่แดนกลางจะสลับกันไปทำหน้าที่ทั้งตัวรับและปีกตามสถานการณ์ ซึ่งเหตุผลที่มาสนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือการใช้เอกอตโต้มาแทนเบลล์ ในการเล่นแบ็คซ้าย เพราะตำแหน่งแบ็คซ้ายในแผนนี้จะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนเกมส์ด้วย และเรามักจะเห็นเอกอตโต้เลือกที่จะใช้การ cross บอลหรือแปะให้กองกลางแทนที่จะพาบอลไปเอง

ผิดกับเบลล์ที่มักจะใช้ความเร็วกระชากเพื่อทำเกมส์ ซึ่งถ้าเบลล์หลุดไป ก็ถือว่าดี และมีโอกาศได้ประตู แต่ถ้าไม่หลุดแล้วโดนคู่แข่งโต้กลับ จะเป็นงานเหนื่อยสำหรับ คิง หรือวูดเก็ตทั้นที (หมายเหตุ: วูดดี้จะมาเล่นเซนเตอร์ฝั่งซ้ายแทนคิง เวลาคิงไม่อยู่ และมักให้ชอร์ดี้ หรือดอร์สันยืนฝั่งขวาแทนตัวเอง) และหลายครั้งในยุครามอสที่เรามักเสียประตูจากการโดนโต้กลับฝั่งซ้าย ดังที่กล่าวมา ในสภาพการณ์ตอนนี้เอกอตโต้จึงเหมาะที่สุดสำหรับแบ็คซ้าย แต่ก็มีอีกทางเลือกซึ่งก็คือการใช้ชอร์ดี้มายืนตัวรับด้านซ้ายแล้วให้ ฮัตตั้นมาประจำการแนวขวาตามเดิมก็ถือว่าไม่เลวเลยครับ

ทั้งนี้ ผมว่าจุดสำคัญที่ทำให้ ฮวนเด้ รามอส ประสบกับความล้มเหลวในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน น่าจะมาจากการที่เขาได้ พาฟลูเชนโก้มานั่นเอง เพราะการที่เขาได้กองหน้าระดับพาฟมานั้น ยังไงก็ต้องใช้ และเป้าหมายของ รามอส คือการปั้นพาฟให้เป็นตัวพักบอลให้กับดารเรน เบนท์ ซึ่งก็คือกองหน้าคู่นั่นเอง กองหน้าอย่างเบนท์หรือจะต้องการคู่ขา นอกจากความแรงและความเร็วแล้ว เบสิคบอลของเบนท์ตี้นั้น มีไม่พอที่จะสามารถจูนให้เข้ากับเพื่อนได้ จุดเด่นของเขาคือความเร็ว แรงปะทะ และความสามารถในการเตะบอลแรงๆยัดประตู แผนเดียวที่จะเล่นได้ก็คือ 4-5-1 ที่มีกองกลางประเภท จ่ายบอลแบบ Killing pass ให้เขาใช้ความเร็วฉีกกองหลังแล้วเข้าไประเบิดประตู (ครับที่ผมใช้ว่าระเบิดประตู เพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เวลาที่เบนท์ยิง) รามอสเป็นโค้ชที่เก่งครับ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้ว่าหน้าคู่ไม่เวิรค์จริงๆ เขาจึงเปลี่ยนมาใช้ 4-5-1 แต่อนิจจา มันสายไปเสียแล้ว

ดังนั้นในยุคของแฮรี่ ไม่แปลกอะไรที่กองกลางจะมีเจ้าโจ้ และ ฮัดเดิ้ลสโตนเป็นตัวเลือกแรก เจนาสถึงจะเล่นบอลแบบง่ายๆ แปะคืน ไปมา และอาจจะมีบางทีเสียบอล แต่จุดเด่นของหมอนี้ก็คือการจ่ายบอล killing pass บวกกับมักมีลูกปาฎิหารย์ เลี้ยงดื้อๆผ่ากองหลังไปเสียอย่างงั้น

ในส่วนของ ฮัดเดิ้ลสโตน ซึ่งถือว่าความเร็วเป็นรองนักเตะกองกลางคนอื่นๆของเรา แต่จุดเด่นของหนูทอมคือการจ่ายบอล และนับแต่แฮรี่มาประจำการนายใหญ่แห่ง ไวท์ ฮาร์ท เลน หนูทอมจึงได้โอกาศเล่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นตัวผ่านบอลให้เบนท์ ทำประตู และเขาก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง

ส่วนของโมดริซนั้นไม่เป็นที่น่าสงสัยอยู่แล้ว ไม่เจ็บไม่ตายเขาต้องได้ลงแน่นอน แต่ส่วนของเบนท์ลีย์นั้น เหตุผลที่แฮรี่เลือกใช้บริการเขา แทนที่จะเป็นเลนนอน ผมว่าจ่าแกไม่ใช่ไม่ชอบเลนนอนนะครับ แต่ติดอยู่ที่ว่ากองหน้าของเราคือเบนท์ เลนนอนมักจะเลือกการวิ่งไปกับบอล และเปิดเข้ากลาง (ซึ่งเปิดได้บ้าง เปิดออกไปบ้าง) ผมไม่เถียงว่ามันก็มีลุ้นทำประตู แต่ว่า มันคงจะดีถ้าด้านหน้าของเราเป็นเบิรบ์ หรือคีน ที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงอย่างที่เรารู้กัน อดีตกองหน้าคู่หูถล่มประตูของเราทั้งสองมักจะเปลี่ยนบอล cross ของเลนนอนมาเป็นประตูได้เสมอ (บางทีบอลแป้กๆ ของเลนนอน คีนกับเบอร์บาตอฟยัง ทำให้เป็นประตูได้เลย) ในส่วนของดารเรน เบนท์ถือว่าความสามารถยังไม่ถึงกับที่จะทำแบบนั้นได้ เลนนอนจึงถือว่าไม่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้

จะเห็นได้ครับว่าสากกะเบือที่เราเรียกๆกันเมื่อต้นฤดูกาล ตอนนี้ดูแล้วลื่นตาดีเหลือเกิน ยามที่ดารเรน เบนท์ยิงประตูนั้น ดูหนักแน่นและรุนแรงเหมือนเวลาเราใช้สากตำลงไปกับครก (ฮา) ผลที่ได้ก็คือส้มตำรสกลมกล่อม ถูกใจชาวไก่เราทุกคน 7ประตูในลีก โชว์ให้พวกเราเห็นว่า เบนท์ก็คุ้มค่าตัวระดับ 16.5 ล้านปอนด์อยู่เหมือนกัน และผมก็เชื่อว่าสถิติการทำประตูของเขาก็จะเพิ่มทวีคูณต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

ฮวนเด้ รามอส เป็นผู้จัดการที่เก่งครับ แต่เขาอาจจะเป็นเหมือนพ่อครัวอาหารฝรั่งที่ไม่รู้จักการใช้อุปกรณ์ครัวอย่างสากกะเบือ และพยายามจะรั้นใช้แท่งหินทู่ๆหั่นผักหั่นพลิก ซึ่งผลที่ได้มาก็คืออาหารเละๆ และไม่มีใครอยากจะทาน ผิดกับพ่อครัวพื้นบ้านอย่างจ่าแฮรี่ ที่รู้จักวิถีใช้อุปกรณ์ครัวพื้นบ้าน ไม่ฝืนทำในสิ่งที่เกินศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ ผลลัพธ์ของจ่าที่ได้มาก็คือ อาหารพื้นบ้านที่หอมหวนชวนชิมอย่างผลงาน 5 นัดชนะเสีย 4 เสมอ 1  ไม่แพ้เลย และที่สำคัญ 2 นัดที่ชนะลิเวอร์พูลกับเสมออาร์เซนอลนั้นพิสูจน์แล้วว่า เฮียง่วงแกเป็นของจริง

 
Write comment
Your Contact Details:
 
Comment:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img]   
:D:angry::angry-red::evil::idea::love::x:no-comments::ooo::pirate::?::(
:sleep::););)):0

!joomlacomment 4.0 Copyright (C) 2009 Compojoom.com . All rights reserved."

Last Updated ( Saturday, 15 November 2008 10:04 )  
eXTReMe Tracker